ปะทะเดือดศรีสาคร! ดับ 4 ศพวิสามัญ 3 ผู้ต้องสงสัยBRN ตำรวจ–ทหารสูญเสีย 1 นาย

จับตาชาวบ้านเข้าบ้านจุดปะทะหลังถอนกำลัง
เปิดปมปะทะเดือดกลางหมู่บ้านตืองอ จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บ 2 นาย ก่อนปฏิบัติการยุติลงด้วยการวิสามัญผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องขบวนการ BRN 3 ราย เผยรายงานชาวบ้านบางส่วนพยายามขัดขวางการปิดล้อม ขณะที่หลังเจ้าหน้าที่ถอนกำลัง พบกลุ่มคนเข้าไปภายในบ้านจุดเกิดเหตุ จุดคำถามถึงเครือข่ายให้ที่พักพิงและการสนับสนุนกลุ่มก่อความไม่สงบ เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง!

เมื่อวัน 17 ที่ผ่านมา ที่ จว.นราธิวาส ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์ปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงกับกลุ่มผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องขบวนการ BRN เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 11.30 น. บริเวณบ้านตืองอ หมู่ 3 ต.ศรีบรรพต อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 นาย และได้รับบาดเจ็บอีก 2 นาย ก่อนสิ้นสุดปฏิบัติการด้วยการวิสามัญผู้ต้องสงสัย 3 ราย
รายงานจากพื้นที่ระบุว่า ระหว่างเจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเป้าหมาย มีกลุ่มชาวบ้านบางส่วนพยายามขัดขวางการปฏิบัติงาน ขณะที่ภายหลังเจ้าหน้าที่ถอนกำลัง ปรากฏรายงานว่ามีกลุ่มบุคคลหลายสิบคนเข้าไปภายในบ้านหลังเกิดเหตุ ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในพื้นที่กับกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่ถูกวิสามัญ อย่างไรก็ตาม การเข้าไปภายในบ้านหรือการอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ ยังไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าบุคคลเหล่านั้นเป็นแนวร่วม BRN หรือมีส่วนร่วมกระทำความผิด ซึ่งเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องตรวจสอบพยานหลักฐานและพฤติการณ์เป็นรายบุคคล

สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย ตามข้อมูลที่ได้รับ ประกอบด้วย(1)นายฮาเซ็ง อายุประมาณ 30 ปี มีรายงานประวัติหมายจับเกี่ยวข้องกับคดีลอบวางเพลิงสถานีบริการน้ำมัน ปตท.ตันหยงมัส อ.ระแงะ เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569(2)นายอาบูอัซนันท์ อายุประมาณ 26 ปี มีรายงานประวัติหมายจับคดีความมั่นคงเกี่ยวข้องกับเหตุยิงนายไพศาลและนางสุมล ในพื้นที่ อ.ระแงะ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2562 (3)นายยุ๊ อายุ 56 ปี มีรายงานว่าเป็นเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุในพื้นที่หมู่ 3 ต.ศรีบรรพต อ.ศรีสาคร ซึ่งเป็นจุดปะทะกับเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ ประวัติหมายจับและความเกี่ยวข้องกับขบวนการ BRN ของผู้เสียชีวิตแต่ละราย ยังต้องตรวจสอบยืนยันกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา ไม่ใช่เพียงการปะทะที่คร่าชีวิตทั้งสองฝ่าย แต่รวมถึงข้อสงสัยว่า มีเครือข่ายบุคคลใดให้ที่พักพิง สนับสนุน หรือช่วยปกปิดการเคลื่อนไหวของผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่หรือไม่

แหล่งข่าวกล่าาวว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จึงเป็นอีกบททดสอบของหน่วยงานความมั่นคงในการขยายผลตรวจสอบเครือข่ายที่อาจเกี่ยวข้อง ควบคู่กับการคุ้มครองประชาชนผู้บริสุทธิ์ และสร้างความเชื่อมั่นว่าการบังคับใช้กฎหมายจะดำเนินไปอย่างตรงไปตรงมาเพราะการตัดวงจรความรุนแรงชายแดนใต้ ไม่อาจหยุดอยู่เพียงเสียงปืนในวันปะทะ แต่ต้องค้นหาความจริงให้ถึงต้นตอ โดยไม่ปล่อยให้ผู้กระทำผิดลอยนวล และไม่กล่าวหาผู้บริสุทธิ์โดยปราศจากหลักฐาน!