วันที่ 16 ตุลาคม 2569 ที่ แยกอโศกมนตรี กลุ่มสมัชชาคนจนจัดกิจกรรมชุมนุมอย่างสงบตลอดช่วงวัน โดยมีการผลัดเปลี่ยนขึ้นปราศรัยทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษเพื่อสะท้อนบทเรียนและผลกระทบในอดีตจากการที่ไทยกู้ยืมเงินต่างประเทศ รวมถึงการที่องค์กรการเงินระหว่างประเทศอย่างธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เข้ามากำหนดทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของไทย
บรรยากาศการชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย กลุ่มผู้ร่วมชุมนุมได้ร่วมรับประทานอาหาร ร้องเพลง และทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ให้
ในช่วงท้าย กิจกรรมเน้นย้ำถึง 6 ข้อเรียกร้องสำคัญ ต่อการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อประชาชน ได้แก่:
ยกเลิกหนี้ประเทศยากจน-ปานกลาง: เรียกร้องให้ยกเลิกหนี้ 60% ของประเทศรายได้ต่ำ และ 30% ของประเทศรายได้ปานกลาง เพื่อให้มีงบประมาณไปใช้วิธีสร้างความมั่นคงทางอาหารและบริการสังคม แทนการจมอยู่ในวงจรความเหลื่อมล้ำ
เปิดให้ประชาชนตรวจสอบการกู้หนี้ต่างประเทศ: เพื่อให้ภาคประชาชนรู้ว่ารัฐกู้เงินไปทำอะไร ใครได้ประโยชน์ และต้องมีผู้รับผิดชอบหากนโยบายสร้างความเสียหายแก่ชุมชน
เลิกอุ้มบรรษัท-หันมาสนับสนุนเกษตรนิเวศ: หยุดการนำงบประมาณไปอุดหนุนธุรกิจเกษตรขนาดใหญ่ แล้วนำเงินมาส่งเสริมระบบเกษตรนิเวศและการสร้างอธิปไตยทางอาหาร
ปฏิรูปภาษี ดึงรายได้จากกลุ่มมหาเศรษฐี: จัดเก็บภาษีก้าวหน้า ภาษีกำไรบรรษัท และภาษีความมั่งคั่งจากกลุ่มผู้มีฐานะ เพื่อนำมาพัฒนาประเทศ
ปฏิรูปธนาคารกลางให้เป็นประชาธิปไตย: ธนาคารกลางต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และทำงานเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของคนทำงาน ไม่ใช่รับใช้นายทุน
ยึดประชาชนและสิ่งแวดล้อมเป็นศูนย์กลาง: จี้รัฐบาลเลิกยึดติดกับตัวเลข GDP แต่ให้ประเมินนโยบายจากผลกระทบจริงต่อชีวิตความเป็นอยู่ ความหิวโหย และความเหลื่อมล้ำของประชาชน
แกนนำกลุ่มสมัชชาคนจนระบุทิ้งท้าย ขอให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับเกษตรกรรายย่อยและประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อย มากกว่าการดำเนินนโยบายที่เอื้อประโยชน์แก่นายทุน ก่อนจะประกาศยุติการชุมนุมอย่างเป็นทางการในเวลา 16:25 น.

