นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เขต 2 จ.สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และอดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า หากดูตามกฎหมาย พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 128 (5) จะไม่สามารถใช้การจัดสรร สส.บัญชีรายชื่อ โดยให้พรรคการเมืองที่มีคะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วประเทศมี ส.ส.ได้ ดังนี้

“เจตนารมณ์มึนงง กับ ข้อความกฎหมายที่ชัดเจน…การหาหลังอิงของ กกต. โดยเชิญอดีต กรธ. มาให้ความเห็นเกี่ยวกับวิธีการคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ ยิ่งเป็นการให้เห็นว่า การเข้ารกเข้าป่ามิได้เพิ่งเกิดขึ้นใน กกต. ชุดนี้ แต่หลงทางมาตั้งแต่ขั้นของ กรธ. ความมึนงงดังกล่าวเกิดจากการเขียนขั้นตอนที่ซับซ้อนวนไปมาของ มาตรา 128 ของ พรป.สส. จนกระทั่งในขั้นของการแปลงมาเป็นสูตรในการคำนวณเลยลืมบางอย่างที่ชัดเจนและสำคัญที่สุดไป”

“(5) ของ มาตรา 128 ระบุให้ กรณีที่มีพรรคบางพรรคได้จำนวน สส.เขต มากกว่า จำนวน สส. ที่พรรคนั้นพึงจะมีให้มีการนำจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อทั้งหมด ไปจัดสรรให้พรรคการเมืองอื่นที่มีจำนวน สส. เขต ต่ำกว่า จำนวน สส. ที่พึงจะมี แต่ต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองใดดังกล่าวมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกินจำนวนที่พึงจะมีได้ตาม (2)…แปลง่ายๆว่า เพื่อไทย เลยไป 25 ที่ จำนวน 25 ที่ต้องนำไปจัดสรรให้แก่พรรคอื่น ตามอัตราส่วนที่เขาควรจะได้ แต่รวมแล้วต้องไม่เกินที่คำนวณว่าพึงจะได้ในขั้นแรก”

“ตัวอย่างเช่น พรรคหนึ่งมีพึงได้ 6.8 ก็จัดให้ได้สูงสุดแค่ 6 คน แต่หากอีกพรรคพึงได้ 0.9 อย่างนี้ ก็ไม่สามารถเอาเศษไปบวกให้เป็นหนึ่งคนได้ ดังนั้น พรรคที่คำนวณในขั้นแรกมีไม่ถึงหนึ่งคน หรือมีจำนวน ส.ส.ทั้งประเทศต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 71,065 คน จะอย่างไรก็ไม่สามารถทดเป็นหนึ่งคนได้”

“คนที่มีอำนาจตัดสินเรื่องนี้ คือ กกต.7 ท่าน จะถูกหรือผิด จะเชื่อ กรธ. เชื่อเจ้าหน้าที่ เชื่อพรรค เชื่อนักวิชาการ หรือเชื่อไม่เชื่อคนนอกอย่างผม ล้วนเป็นสิทธิและอำนาจของ กกต.ที่จะตัดสิน เพียงแต่เมื่อตัดสินใจไปทางใดแล้ว คือความรับผิดชอบของท่านเอง ห้ามโทษผู้อื่นว่าแนะนำมาผิด คนแนะเขาไม่เกี่ยวด้วยเวลามีเรื่องครับ”

อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมา นายสมชัย โพสต์ข้อความอีกครั้ง โดยอ้างอิงเอกสารทีเผยแพร่โดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ระบุว่า “Power point ที่เผยแพร่โดย กรธ.ที่แสดงสูตรวิธีการคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ 1. บอกวิธีการคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ โดยให้เห็นว่า พรรคเล็กแม้จะได้คะแนนต่ำกว่า ค่าเฉลี่ยคะแนนเสียงที่นำมาคำนวณ สส. ที่พึงจะมี ก็ยังมีโอกาส ได้ การจัดสรร สส. บัญชีรายชื่อ ทำให้หากนำตัวแบบนี้มาคำนวณ จะทำให้พรรคเล็กอีก 11 พรรค มี สส. บัญชีรายชื่ออีกพรรคละ 1 คน”

“2.บอกว่า เขามีสูตรวิธีการคิดแบบนี้มานานแล้ว ตั้งแต่ในขั้นของการร่างกฎหมาย 3.ชื่อคนทำ power point เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐสภา อยู่หน้าห้อง อ.มีชัย ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของ กกต. 4.วันที่จัดทำคือ วันที่ 14 กันยายน 2561 5.จากการให้สัมภาษณ์ของ กรธ.ท่านหนึ่งระบุว่า สูตรดังกล่าว กกต.มีส่วนจัดทำสูตรด้วย (คือทำร่วมกัน) ตั้งแต่ กกต.ชุดที่แล้ว 6. หากถามว่า อ.สมชัย ซึ่งเป็น กกต.ชุดที่แล้ว ทำไมถึงไม่รู้เรื่องด้วย คำตอบคือ เขาปลดผมโดย ม.44 ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2561 ครับ”