“นพศิลป์” สั่งชุดสืบสวน ตม.3 ลุยตรวจสอบคนต่างด้าว รวบ “นายหลิว” หนุ่มจีนวัย 42 ปี คาโรงแรมย่านลาดพร้าว 101 พบอยู่เกินกว่า 6 ปี หนังสือเดินทางหมดอายุตั้งแต่ปี 2566 แต่ยังตระเวนเปลี่ยนที่พักตั้งแต่พัทยาถึงกรุงเทพ เร่งขยายผลตรวจสอบแหล่งรายได้และผู้เกี่ยวข้องที่อาจให้ความช่วยเหลือระหว่างพำนักในประเทศไทย

วันที่ 14 ต.ค.69 พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 เปิดเผยว่า ภายใต้การสั่งการของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. ที่กำชับให้ทุกหน่วยในสังกัดเร่งรัดสืบสวนตรวจสอบคนต่างด้าวที่ลักลอบอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย หรือหลบเลี่ยงการปฏิบัติตามเงื่อนไขการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร โดยได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 พร้อมด้วย พ.ต.ท.ธานินทร์ณัฏฐ์ ประยูรศร รอง ผกก.สส.บก.ตม.3, พ.ต.ท.เดรินิว มิ่งเมือง และ พ.ต.ท.ประสิทธิ์ อุบลกาญจน์ สว.กก.สส.บก.ตม.3 นำกำลังชุดสืบสวนเข้าจับกุม “นายหลิว” สัญชาติจีน อายุ 42 ปี ในข้อหา “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” โดยสามารถจับกุมได้บริเวณโรงแรมแห่งหนึ่งในซอยลาดพร้าว 101 แยก 38 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น.
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.3 ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลคนต่างด้าวในระบบสารสนเทศตรวจคนเข้าเมือง (Biometrics) พบว่า “นายหลิว” เดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 19 ม.ค.63 ด้วยการตรวจลงตราประเภทนักท่องเที่ยว ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร 60 วัน และยื่นขออนุญาตอยู่ต่ออีก 1 ครั้ง โดยได้รับอนุญาตให้อยู่ถึงวันที่ 17 เม.ย.63 แต่ภายหลังครบกำหนดกลับไม่พบข้อมูลการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร อีกทั้งหนังสือเดินทางยังหมดอายุตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ.66 ขณะที่ข้อมูลการแจ้งที่พักในช่วงปี 2568–2569 กลับพบว่ามีการเปลี่ยนสถานที่พักหลายครั้ง ตั้งแต่พื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ก่อนย้ายเข้ามาพักอาศัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยล่าสุดพบข้อมูลการเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว 101
เจ้าหน้าที่จึงลงพื้นที่สืบสวนติดตามตัว กระทั่งวันที่ 14 ต.ค.69 เวลาประมาณ 10.30 น. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนที่วางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ภายในโรงแรม พบชายต้องสงสัยมีตำหนิรูปพรรณตรงกับบุคคลเป้าหมายเดินลงมาจากห้องพัก จึงเข้าแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองและขอตรวจสอบเอกสารประจำตัวผ่านล่ามแปลภาษา จากการตรวจสอบหนังสือเดินทางและข้อมูลในระบบ Biometrics ยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกัน และพบว่าอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดอนุญาตมาเป็นเวลานานกว่า 6 ปี เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” พร้อมแจ้งสิทธิตามกฎหมายผ่านล่าม ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลตรวจสอบพฤติการณ์ แหล่งรายได้ และบุคคลที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องหรือให้ความช่วยเหลือระหว่างพำนักอยู่ในประเทศไทย

ผบก.ตม.3 กล่าวอีกว่า พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. ได้กำชับให้ทุกหน่วยในสังกัดเร่งรัดสืบสวนและเอกซเรย์พื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะคนต่างด้าวที่ลักลอบอยู่เกินกำหนดอนุญาต หรือมีพฤติการณ์หลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ แม้จะหลบซ่อนตัวเป็นเวลานานหรือเปลี่ยนสถานที่พักอยู่บ่อยครั้ง ก็ต้องติดตามตรวจสอบให้ถึงตัว พร้อมนำข้อมูลจากระบบสารสนเทศตรวจคนเข้าเมืองมาใช้สนับสนุนการสืบสวนอย่างมีประสิทธิภาพ และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยเป็นแหล่งหลบซ่อนของคนต่างด้าวที่ฝ่าฝืนกฎหมายและอาจก่อให้เกิดปัญหาด้านความมั่นคงหรือความสงบเรียบร้อยในพื้นที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมุ่งมั่นในการคัดกรองบุคคลต่างด้าวที่มีคุณภาพเข้าประเทศอย่างเข้มงวด ควบคู่กับการปราบปรามดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยให้แก่ประชาชน
หากพบเบาะแสบุคคลหรือพฤติการณ์ต้องสงสัย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่อยู่: อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120 หรือ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่ โทรศัพท์: 1178 สายด่วน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เว็บไซต์: www.immigration.go.th

