วันนี้ (12 ต.ค. 69) เวลา 11.30 น. ที่โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) แถลงเจตนารมณ์ผู้บัญชาการทหารอากาศปี 2570-2571 ตอนหนึ่งว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคต่าง ๆ ถือเป็นความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ จากกรณีสงครามรัสเซีย-ยูเครน เป็นตัวเร่งให้กลุ่มนาโต้ (NATO) เพิ่มงบประมาณในการป้องกันประเทศ ทำให้การผลิตยุทโธปกรณ์มีราคาสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การส่งกำลังบำรุงขาดความต่อเนื่อง นอกจากนั้น จุดเปราะบางทางยุทธศาสตร์ เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ มะละกา และไต้หวัน ล้วนเป็นปัจจัยซ้ำเติมวิกฤตที่เราเจอ การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานทำให้รัฐบาลต้องทบทวนขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองภายใต้ทรัพยากรที่เรามี
พล.อ.อ.เสกสรร กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันภัยคุกคามตามแนวชายแดนยังคงมีความต่อเนื่องและมีความซับซ้อนมากขึ้น รวมถึงระบบขีปนาวุธ โดรน อากาศยานไร้คนขับ ปฏิบัติการคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งจากบทเรียนการใช้กำลังตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้เห็นว่า การประเมินศักยภาพของฝ่ายตรงข้าม มีทั้งการใช้อาวุธประหัตประหารและการใช้เทคโนโลยียุคใหม่ หากมีการใช้กำลังครั้งต่อไปฝ่ายเราจะปฏิบัติได้ยากขึ้น
มหาอำนาจขยายอิทธิพล จับตาสนามบินบ้านเกิน สปป.ลาว
พล.อ.อ.เสกสรร กล่าวอีกว่า ผลกระทบทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญคือการขยายอิทธิพลของชาติมหาอำนาจ ที่ผ่านมาเราได้เห็นการก่อสร้างสนามบินที่ “บ้านเกิน” (สปป.ลาว) ในประเทศเพื่อนบ้านฝั่งตะวันออก ได้เห็นการขยายอิทธิพลครอบงำประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงการที่ได้เห็นการร้องขอความร่วมมือกับเราจากมหาอำนาจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือการขยายอิทธิพลเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ ซึ่งเราจะทำอย่างไรที่จะรักษาสมดุลการทูตฝ่ายทหารโดยร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ไทยเดินหน้าพัฒนาต่อไปได้ โดยไม่ตกเป็นเครื่องมือหรือทำให้ประเทศชาติตกอยู่ในภาวะที่ลำบากเมื่อเกิดภัยสงครามหรือภัยพิบัติต่าง ๆ
พล.อ.อ.เสกสรร กล่าวอีกว่า ส่วนสถานการณ์ในตะวันออกกลางทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้น กองทัพอากาศต้องปรับตัวในการบริหารงบประมาณ กระจายความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้มีขีดความสามารถในการดำรงตนเองและพัฒนาตนเองจนถึงการยืนอยู่บนขาของตัวเองได้ในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ ภัยคุกคามจากแนวคิดการใช้กำลังในรูปแบบใหม่ เป็นการใช้เทคโนโลยีที่มีความหลากหลาย เข้าถึงได้ง่าย ทั้งยุทโธปกรณ์ต้นทุนต่ำ โดรนโจมตี การรบด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า การโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งสร้างผลกระทบสูงและเกิดขึ้นในหลายมิติพร้อมกัน กองทัพอากาศจึงต้องพัฒนาขีดความสามารถทั้งเชิงรุกและเชิงรับ อย่างไรก็ตาม ความแตกแยกระดับภูมิภาคและเวทีโลกเกิดจากความกดดันของชาติมหาอำนาจในการรักษาผลประโยชน์ เราจึงต้องแสวงหาและสร้างเครือข่ายพันธมิตรที่มีความจริงใจ
สหรัฐฯ ติดอาวุธในอวกาศ ทอ. เตรียมดาวเทียมนภา 3-4
“เดือนกันยายนที่ผ่านมาสหรัฐฯ ประกาศว่าเป็นประเทศแรกที่ติดอาวุธในอวกาศ ซึ่งประเทศสหรัฐฯ มีผลประโยชน์ในห้วงอวกาศเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะดาวเทียมสตาร์ลิงก์ (Starlink) นับหมื่นดวง และภายในปี 2580 (หมายเหตุ: คาดว่าต้นฉบับหมายถึงปี ค.ศ. 2037 / พ.ศ. 2580) จะมีถึง 4 หมื่นดวง นอกจากนั้นยังมีผลประโยชน์ที่เป็นทรัพยากรมากมายมหาศาล ดังนั้น เขาจึงต้องปกป้องด้วยกำลังทางทหารในอวกาศ เรากำลังจะได้เห็นสตาร์วอร์ส (Star Wars) หรือการรบทางอวกาศ และอีกไม่นานก็จะได้เห็นการลงไปยังพื้นดวงจันทร์เพื่อตั้งอาณานิคม ซึ่งเป็นสิ่งที่ไทยต้องรู้เท่าทันและต้องรู้ว่าเราก็ต้องปกป้องทรัพยากรของเราเช่นกัน ซึ่งไทยเองก็มีดาวเทียมหลายดวง โดยกองทัพอากาศกำลังจะมีดาวเทียมนภา 3 และ 4 โดยจะร่วมกับเครือข่ายเอกชนให้มีความเข้มแข็งในการใช้ประโยชน์จากห้วงอวกาศของเรา” พล.อ.อ.เสกสรร กล่าว
การทูตฝ่ายทหาร รักษาสมดุลสหรัฐฯ-จีน
พล.อ.อ.เสกสรร กล่าวอีกว่า ในด้านการต่างประเทศที่เราจะแสวงหาความร่วมมือด้านการข่าวนั้น ต้องอยู่บนพื้นฐานที่ว่าเป็นพันธมิตรแต่ต้องไม่ถูกครอบงำ เป็นคู่แข่งแต่ต้องไม่เป็นปฏิปักษ์ เป็นเพื่อนต้องแสดงความจริงใจ เป็นศัตรูแต่ต้องปรับความเข้าใจกันได้ ดังนั้น คนที่จะปฏิบัติหน้าที่ในต่างประเทศต้องเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ มีทักษะการทูตฝ่ายทหารและทักษะด้านการข่าว คนเป็นผู้ช่วยทูตทหารต่อไปจะไม่ใช่ปาร์ตี้ร้องรำทำเพลงอย่างเดียว แต่ต้องมีเครื่องมือที่ต้องไปแสวงหาข่าวด้วย รู้จักพิกัดที่สำคัญ แสวงหาข้อมูลข่าวสารทั้งทางตรงและทางอ้อม เพราะเมื่อมีศึกสงครามจะได้มีข้อมูลในการนำมาใช้เปรียบเทียบ นำไปสู่การปฏิบัติที่ถูกต้อง รู้เจตนารมณ์ที่แท้จริงของฝ่ายตรงข้าม
พล.อ.อ.เสกสรร กล่าวอีกว่า ยุทธศาสตร์ของมหาอำนาจในการตั้งฐานบินในประเทศเพื่อนบ้าน และการขอการสนับสนุนของมหาอำนาจต่อประเทศไทย เป็นเรื่องที่ต้องคุยกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ และนโยบายรัฐบาล เพราะเราอยู่โดด ๆ ไม่ได้ และยกประเทศหนีไม่ได้ จึงต้องมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน ซึ่งก็มีหลายระดับ เช่น ประเทศที่เราคบได้เฉย ๆ ประเทศที่คุยกันได้แต่ตกลงกันไม่ได้ และประเทศที่เราจำเป็นต้องไปพูดคุยเพราะเรามีอำนาจต่อรองน้อย รวมถึงประเทศที่ไว้เนื้อเชื่อใจไม่ได้เลยโดยต้องระมัดระวัง ซึ่งถือเป็นเรื่องความเปลี่ยนแปลงในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างมากในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา เพราะเราไม่ใช่ประเทศใหญ่หรือเป็นมหาอำนาจที่มีอำนาจต่อรอง เราจึงต้องเดินไปในทิศทางที่ประเทศชาติได้ผลประโยชน์สูงสุด แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจ หรือผลประโยชน์ร่วมกัน (Mutual Benefit)
“บางครั้งเราต้องยอมบางอย่างเพื่อให้ได้บางอย่างกลับมา บางครั้งเราก็ต้องขอบางอย่าง และต้องเอาบางอย่างไปแลก เราก็ต้องทำ ถ้าที่สุดแล้วมันคือผลประโยชน์ของประเทศชาติ ดังนั้นงานด้านต่างประเทศของกองทัพต้องสอดคล้องและคู่ไปกับนโยบายการต่างประเทศของรัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศ” พล.อ.อ.เสกสรร กล่าว
พล.อ.อ.เสกสรร กล่าวอีกว่า ถ้าพูดในมุมของเจตนารมณ์ด้านการเมือง ระหว่างไทยกับลาว ถือว่าอยู่เป็นมิตรประเทศที่ดีมาก เขาเป็นประเทศที่รักสันติ แต่เขาก็มีมุมที่ต้องพัฒนาเศรษฐกิจด้วย อย่างไรก็ตาม พลังอำนาจทางเศรษฐกิจ การทหาร การเมือง คงมาพร้อม ๆ กัน สิ่งที่เราทำคือดูและตรวจสอบจากภายนอก วิเคราะห์ท่าทีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพราะไม่ใช่แค่ประเทศลาว เรากำลังหมายถึงมหาอำนาจที่มีอิทธิพล ที่เข้ามาพัฒนาที่ตั้งฐานบินซึ่งอาจใช้ประโยชน์ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ ด้านการเมือง และการทหารด้วย เราก็จะเฝ้าดู ซึ่งภัยคุกคามนั้นไม่ได้หมายถึงการมียุทโธปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่มีเจตนารมณ์ที่จะใช้ด้วยหรือไม่ บางประเทศไม่ได้มียุทโธปกรณ์ที่ดีเลิศ แต่มีเจตนารมณ์ก็รบกันได้ เหมือนที่เราเจอในกรณีไทยกับกัมพูชา
ผู้สื่อข่าวถามว่า การวางตัวเป็นกลางระหว่างมหาอำนาจสหรัฐฯ และจีนนั้น พล.อ.อ.เสกสรร กล่าวว่า ไม่มีคำว่าเป็นกลาง แต่เราจะรักษาสมดุล พร้อมยกตัวอย่างว่าเมื่อเรามีเพื่อนตัวใหญ่สองคน เราไม่ได้คบมุมเดียวกันทั้งสองคน แต่เลือกคบในมุมที่เป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย การที่มีผลประโยชน์ร่วมกันไม่เฉพาะในด้านการทหารแต่อาจจะมีด้านอื่นด้วย เช่น เศรษฐกิจหรือการเมือง เป็นเรื่องของรัฐบาลและประเทศชาติจะตัดสินใจว่าเราจะเลือกมุมไหนที่จะรักษาสมดุลนั้น ไทยไม่ได้มีปัญหากับใคร เพราะฉะนั้นดีที่สุดคือรักทั้งคู่
อ่านเพิ่มเติม : ผบ.ทอ. ประกาศเจตนารมณ์ปี 70-71 เดินหน้าเสริมเขี้ยวเล็บกองทัพอากาศ
อ่านเพิ่มเติม : “ผบ.ทอ.” ฉายภาพ 10 ปี กำลังรบ ทอ. ประกาศปรับลดขนาดกองทัพ เหลือ 3 กองบินรบหลัก เปิดแผนจัดหายุทโธปกรณ์ 6 กลุ่มงาน

