“จุติ” ชี้เวที IMF–World Bank ช่วยขยายการค้าการลงทุนไทยยาว 20 ปี แนะเร่งปฏิรูปกฎหมายปิดช่องทุจริต

จุติ ไกรฤกษ์

กรุงเทพฯ, 13 ต.ค.69 – นายจุติ ไกรฤกษ์ สส.พิษณุโลก พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงิน และตลาดการเงิน (กมธ.การเงิน) สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงประโยชน์ที่ประชาชนคนไทยจะได้รับจากการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม  IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นการประชุมของผู้นำและผู้กำหนดทิศทางนโยบายเศรษฐกิจระดับโลก ว่า คนไทยทั่วไปจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการค้าและการลงทุนที่จะขยายตัวอย่างมาก นำไปสู่การสร้างงาน การวางมาตรฐานใหม่ในการทำงาน การเรียนรู้เทคโนโลยีทันสมัย และทักษะใหม่ๆ เพื่อสร้างอนาคตให้กับคนรุ่นปัจจุบันต่อเนื่องไปอีก 20 ปีข้างหน้า

ประธาน กมธ.การเงิน กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญควบคู่กันคือการผ่าตัดปฏิรูปโครงสร้างกฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ลดขั้นตอน ลดต้นทุน และเวลาในการติดต่อราชการ ลดความซ้ำซ้อน และปิดช่องว่างการทุจริตหรือการเก็บส่วยรายวัน-รายเดือน ผ่านการบังคับใช้ พระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

นายจุติ กล่าวว่า นอกจากนี้ รัฐบาลกำลังเดินหน้าปราบปรามขบวนการ Scammer ข้ามชาติที่ร่วมมือกับคนไทย และแก้ไขกฎหมายการฟอกเงินโดยเพิ่มมูลฐานความผิด เพื่อปิดช่องทางฉ้อโกงและเพิ่มโอกาสในการยึดทรัพย์สินกลับคืนมามอบให้กับผู้เสียหาย ในส่วนของตลาดหลักทรัพย์หรือตลาดทุนจะไม่ถูกเรียกว่า  “ตลาดทุนเทา” อีกต่อไป เพราะจะมีการแก้กฎหมายเพิ่มบทลงโทษให้เฉียบขาด เพิ่มอำนาจให้กับสำนักงาน ก.ล.ต. ลดเวลาการดำเนินคดีจาก 5 ปีให้เหลือเพียง 6 เดือนเพื่อแก้ปัญหามูลค่าความเสียหายระดับแสนล้านบาทในอดีต  ที่ตลาดทุนไม่ได้รับความเชื่อถือ จากต่างประเทศ ต้องทำให้โปร่งใส บังคับใช้กฎหมายเคร่งครัดโดยเร็ว

นายจุติ กล่าวถึงศักยภาพเศรษฐกิจและขีดความสามารถของภาคเอกชนไทยที่พร้อมแข่งขันในเวทีโลก โดยไทยมีจุดเด่นสำคัญคือ ตั้งอยู่ในตำแหน่ง “สี่แยกอินโดจีน” ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมการขนส่งและโลจิสติกส์สู่อาเซียน ประกอบกับการวางตัวเป็นกลางทางการเมืองระหว่างประเทศ ทำให้ไทยเป็นเป้าหมายที่มั่นคงและปลอดภัยสำหรับนักลงทุนท่ามกลางสถานการณ์โลกที่มีความผันผวนสูง นอกจากนี้ยังมีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง เห็นได้จากการใช้งานแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” สูงถึง 55 ล้านบัญชี และอัตราการใช้ Internet ที่อยู่ในระดับสูง

“เวทีนี้เป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอเสน่ห์ของความเป็นไทย (Thainess) ทั้งอัธยาศัยไมตรี วัฒนธรรมโบราณ อาหารไทยระดับโลก เช่น ต้มยำกุ้ง, ผัดไทย, ผัดกะเพรา, ส้มตำ และ Street Food ที่ติดอันดับโลก รวมถึงความเป็นเมืองน่าอยู่อันดับต้นๆ ของโลกติดต่อกันนับสิบปี” กมธ.การเงิน กล่าว