“ธีรรัตน์” เผย เร่งระดมกำลังขนขยะออกจากพื้นที่ลาดกระบัง-เคหะร่มเกล้า หวั่นเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค

“ธีรรัตน์” เผย เร่งระดมกำลังขนขยะออกจากพื้นที่ลาดกระบัง-เคหะร่มเกล้า หวั่นเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค เร่งตั้งจุดเยียวยาเพิ่มเพื่อให้ประชาชนได้รับเงินเยียวยาเร็วขึ้น พร้อมเปิดศูนย์ ‘ซ่อม สร้าง สู้’ ช่วยชาวลาดกระบัง ย้ำ การสร้างความรับรู้ให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำเป็นเรื่องสำคัญ

เมื่อเวลา 09.35 น. วันที่ 12 ต.ค. 2569 น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีต รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่ กทม. โดยเฉพาะเขตลาดกระบัง ว่า พื้นที่ลาดกระบังถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือเคหะร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น ซึ่งเคยมีน้ำท่วมขังสูงกว่า 1.50 เมตร ปัจจุบันน้ำแห้งหมดแล้วและอยู่ระหว่างการเคลียร์ขยะสำหรับการจัดการของภาครัฐได้มีการแบ่งงานกันทำ ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กรมราชทัณฑ์ กรมโยธาธิการและผังเมือง และ กทม. แต่ยังพบบางพื้นที่ที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่ลำพังและไม่มีกำลังคน จึงจำเป็นต้องใช้อาสาสมัครจำนวนมากในการขนขยะออกมา ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคและมีโรคระบาดตามมา

ส่วนอีกพื้นที่ ได้แก่ แขวงขุมทอง แขวงทับยาว แขวงคลองสามประเวศ แขวงลำปะทิว และแขวงลาดกระบัง ยังคงมีน้ำท่วมขังในบ้านเรือนที่อยู่ติดคลอง เนื่องจากปริมาณน้ำลดลงไปไม่มาก นัก นอกจากนี้ ทางกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ยังได้สนับสนุนสารปรับสภาพน้ำมาช่วยเหลือเพิ่มเติม

น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวอีกว่า ประชาชนในพื้นที่มีความอัดอั้นเนื่องจากเผชิญน้ำท่วมมานานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว แต่บางจุดยังไม่มีหน่วยงานภาครัฐเข้าไปดูแล เพราะหากไม่ใช่พื้นที่ชุมชนก็ไม่มีตัวแทนเป็นปากเป็นเสียง ทำให้ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ ซึ่งตนได้ประสานกับกรมชลประทานเพื่อนำเครื่องสูบน้ำไปสูบออกจากหมู่บ้านแล้ว และหลังจากนี้จะมีการตั้งจุดเยียวยาเพิ่มเพื่อให้ประชาชนได้รับเงินเยียวยาเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าขณะนี้การแจ้งข้อมูลข่าวสารยังไปไม่ทั่วถึง จึงอยากขอความร่วมมือช่วยกันกระจายข่าวว่าภาครัฐได้เปิดให้ลงทะเบียนรับการเยียวยาแล้ว รวมถึงแจ้งช่องทางให้คำปรึกษาต่าง ๆ

ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ลาดกระบังจะมีการเปิดจุด “ซ่อม สร้าง สู้ น้ำท่วม” เพื่อบริการซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม โดยเริ่มที่วัดบึงบัวและวัดพลมานีย์ ก่อนจะขยายไปยังวัดลานบุญ วัดราชโกษา และวัดปลูกศรัทธาต่อไป

เมื่อถามว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำในคลองยังไม่ถูกพร่องออกไปมากนัก จะสร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจให้ประชาชนในพื้นที่ได้อย่างไร น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่า ประชาชนริมคลองเข้าใจสภาพความเป็นอยู่และรับรู้ระดับน้ำที่จะเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญคือการเดินทางและการสัญจรต้องสามารถไปทำงานได้ โดยเฉพาะถนนเจ้าคุณทหารที่เป็นปัญหาอยู่ขณะนี้ จะต้องมีการดูแลรักษาเส้นทางหลังจากมีน้ำท่วมสูง อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการให้ข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจนแก่ประชาชน เพื่อให้ทราบว่าต้องเตรียมพร้อมรับมืออย่างไร ซึ่งการสื่อสารถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด