นายกฯ ประชุม บกปภ.ช. ก่อนพักการประชุมยาว กำชับมอนิเตอร์สถานการณ์น้ำต่อ

นายกฯ ประชุม บกปภ.ช. ก่อนพักการประชุมยาว กำชับมอนิเตอร์สถานการณ์น้ำต่อ เผยจ่ายเยียวยาแล้ว 5 รอบ 1.3 แสนครัวเรือน กว่า 1 พันล้าน ลั่นฝนห้ามไม่ได้ แต่จัดการน้ำได้ สั่งเพิ่มทางระบาย – แหล่งพักน้ำ ลดความเสียหาย

วันที่ 12 ต.ค. 2569 เวลา 07.50 น. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมี พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายภราดร ปริศนานันกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ตัวแทนเหล่าทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

นายกรัฐมนตรี กล่าวช่วงต้นการประชุมว่า ต้องขอบพระคุณทุกท่านที่มาร่วมประชุมด้วยความพร้อมเพรียงกันตลอดเวลา การประชุมติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยในวันนี้ ตนมีความคาดหวังว่าน่าจะเป็นช่วงท้ายๆ ของการบริหารสถานการณ์ เพราะฝนที่เรากำลังเผชิญน่าจะเป็นฝนที่หนักในรอบท้ายของฤดูกาลเช่นกัน ต้องถือว่าปริมาณน้ำฝนที่เราคาดการณ์ไว้ว่าจะมาอย่างกลางถึงค่อนข้างหนัก ไม่ได้เกินไปกว่าที่เราจะบริหารจัดการได้ ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยความเรียบร้อย แม้กระทั่งในพื้นที่น้ำท่วมอย่างเช่นกรุงเทพฯ ทุกท่านได้ร่วมแรงร่วมใจกันผ่อนคลายสถานการณ์ไปจนอาจจะเรียกได้ว่าสถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติ และต้องชื่นชมต่อการที่ท่านได้เร่งสำรวจรายชื่อผู้ที่ได้รับความเสียหายที่อยู่ในข่ายเข้าเกณฑ์ที่จะได้รับเงินเยียวยา จนถึงปัจจุบันนี้ได้มีการโอนเงินไปแล้วทั้งสิ้น 5 รอบ รวมทั้งสิ้น 135,782 ครัวเรือน เป็นเงิน 1.069 พันล้านบาท

กระทรวงมหาดไทยได้รวบรวมรายชื่อผู้รับเงินเยียวยาจากทั่วประเทศ ทำให้เราสามารถเร่งโอนเงินเยียวยานี้รายละ 9,000 บาท ไปยังครัวเรือนและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ต้องถือโอกาสนี้ขอบคุณทุกฝ่ายที่ได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ปกติมีเหตุการณ์แบบนี้ เราจะรอให้ทุกอย่างเรียบร้อย รอสถานการณ์หมดแล้วค่อยรวบรวมรายชื่อของแต่ละจังหวัดและทำการโอนทีเดียว ซึ่งนั่นอาจจะเป็นวิธีการดำเนินการเพื่อความรอบคอบในอดีต แต่ทำให้เกิดความล่าช้าและได้รับการวิพากษ์วิจารณ์และตำหนิจากประชาชนมากพอสมควร จนบางครั้งรัฐมนตรีทั้งหลายต้องเข้าไปตอบกระทู้ในสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นสถานการณ์ในครั้งนี้ การช่วยเหลือเยียวยาเราสามารถทำได้เป็นรายวัน รายจังหวัด และโอนเงินไปรอในธนาคารได้ล่วงหน้า ฉะนั้นตรงนี้ขอให้เร่งดำเนินการต่อไป

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า สถานการณ์น้ำโดยรวมเมื่อวันที่ 11 ต.ค. ที่ผ่านมา ขอชื่นชมจังหวัดเพชรบุรี มีฝนตกช่วงบ่าย โดยมีภาพถ่ายวิดีโอรายงานเข้ามาที่ตนก็เห็นว่ามีน้ำท่วมเข้าไปในบริเวณอำเภอเมือง และชุมชนใหญ่ในจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งตอนแรกคิดว่าจะต้องมีการเร่งระดมการช่วยเหลือเข้าไป แต่การรายงานเบื้องต้นตอนที่เรายังไม่ได้รับทราบรายละเอียด แม้กระทั่งตัวของตนก็คิดว่าอาจจะเป็นผลพ่วงมาจากการระบายน้ำจากจังหวัดกาญจนบุรีด้วยหรือไม่ หรือมีน้ำหลากมาจากจังหวัดอื่นหรือไม่ ซึ่งปรากฏว่าเป็นน้ำฝนล้วน ๆ ส่วนใหญ่ และตนได้เตรียมความพร้อมแล้ว ตอนนั้นอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ก่อนจะออกจากจังหวัดเพชรบูรณ์ก็มีการประสานว่าถ้าสถานการณ์มีความทวีความรุนแรงขึ้น ก็อาจจะขอลงไปดูในพื้นที่ แต่เมื่อมาถึงกรุงเทพฯ แล้ว ตนได้รับรายงานว่าระดับน้ำลดลง แห้งเกือบหมดแล้ว ซึ่งตรงนี้เป็นส่วนที่เราสามารถคิดเป็นรูปแบบในการทำงานรับมือสถานการณ์ในแต่ละจังหวัดได้อีกทั้งอย่างที่หารือไปก่อนหน้านี้ ธรรมชาติห้ามไม่ได้ ฝนห้ามไม่ได้ แต่การบริหารจัดการเส้นทางของน้ำ การบริหารจัดการท่อระบายน้ำ การผันน้ำไปในแหล่งรับน้ำที่สามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ที่เสียหายด้วยความรวดเร็ว ถ้าเราทำได้ตามที่เราได้วางแผนเอาไว้ ยังไงน้ำก็ท่วม แต่มันท่วมแป๊บเดียวแล้วมันก็ผ่านไป

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ตนถือว่าจังหวัดเพชรบุรีดำเนินการได้ดี เพราะตอนที่ภาพรายงานเข้ามาค่อนข้างที่จะเลยระดับหัวเข่าแล้ว ฉะนั้นภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงเราสามารถพลิกสถานการณ์ได้ อันนี้ขอให้ ผวจ. ตั้งแต่ภาคใต้ตอนบนไปจนถึงจังหวัดนราธิวาส ขอให้เตรียมรับมือเช่นนี้เอาไว้ การระดมการช่วยเหลือ ความพร้อมทราบมาว่าเราได้มีการระดมความช่วยเหลือเรื่องของการวางแผน เรื่องของการอพยพกลุ่มเปราะบาง ผู้ป่วยได้ทันท่วงที มีประสิทธิภาพ และระดมเครื่องมือเครื่องจักรเข้าไปอย่างเต็มที่ แต่โชคดีที่ยังไม่ได้ใช้อย่างเต็มกำลัง ด้วยความที่การระบายน้ำมีประสิทธิภาพ จึงทำให้สถานการณ์ กลับคืน สู่สภาวะปกติด้วยความรวดเร็ว ขอให้มีการเตรียมพร้อมในรูปแบบเช่นนี้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดภาคใต้

ทั้งนี้ การแจ้งเตือนภัยต่าง ๆ ขอให้ทาง ปภ. ได้อัปเดตทั้งโปรแกรมและรูปแบบการแจ้งเตือนตลอดเวลาในช่วงนี้เป็นช่วงที่มีสถานการณ์แจ้งเตือนถี่ขึ้นในช่วงเวลาสั้นลง ให้ชาวบ้านได้รับรู้รับทราบสถานการณ์ด้วย เพื่อที่ประชาชนจะได้มีเวลาในการเตรียมการต่าง ๆ ได้ทัน สำหรับพื้นที่จังหวัดที่คลี่คลายแล้ว ให้ปรับเข้าสู่โหมดฟื้นฟูเยียวยา ดำเนินการฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภค บูรณาการการลงพื้นที่ทำความสะอาดบ้านเรือนของประชาชน ฟื้นฟูเส้นทางคมนาคม ถนนหนทาง ให้สามารถสัญจรด้วยความปกติได้ และสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกันขอให้เร่งรัดกระบวนการที่ตนได้กล่าวมาแล้ว สำรวจประเมินความเสียหายและลดขั้นตอนทางเอกสาร เพื่อเร่งจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาตามหลักเกณฑ์ให้ส่งตรงถึงมือประชาชนอย่างถูกต้องด้วยความรวดเร็ว เอารูปแบบที่ตนบอกให้ทาง ปภ., สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และธนาคารออมสิน ต้อง คิกออฟ (Kick off) กัน เพราะช่วงนี้อยู่ภายใต้ระบบการจ่ายเงินของกรมธรรม์ประกันภัย ที่รัฐบาลได้ทำกรมธรรม์ประกันภัย 30 ล้านครัวเรือน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เงินเยียวยาทั้งหลายเหล่านี้เป็นเงินที่จะออกมาจาก ปภ. เพราะฉะนั้นภัยที่เกิดตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปหรือวันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา เป็นเงินที่ต้องออกมาจากกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งเราได้จัดทำแต่มันเป็นเคสแรกฉะนั้น ทาง ปภ., คปภ. และผู้รับประกัน ซึ่งเขาเข้ามาในรูปของสมาคมด้วยในหลายบริษัท ต้องเร่งเรื่องตั้งหลักเกณฑ์ และติดตามเพื่อให้ มีการ โอนชำระเงิน หากเข้าเกณฑ์ครัวเรือนละ 10,000 บาท ซึ่งจะได้มากกว่าหลักที่รัฐบาลและราชการได้ให้ไว้ ฉะนั้นต้องทำงานแข่งกับเวลาและสร้างโครงสร้างและแนวทางที่สามารถทำให้เงินเหล่านี้ไปถึงมือพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า เนื่องจากสถานการณ์ต่าง ๆ ค่อนข้างอยู่ภายใต้การควบคุม ส่วนในจังหวัดที่ยังมีน้ำท่วมขังและยังไม่สามารถระบายน้ำได้ ทางรัฐบาลได้กำหนดให้มีบุคลากรในระดับบริหารระดับสูงได้ลงไปกำกับดูแลสถานการณ์ ดูแล พื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งการระดมกำลังต่างๆ เพื่อไปทำให้สถานการณ์ กลับคืน สู่สภาวะปกติให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ ในส่วนพื้นที่ กทม. ตนได้เน้นย้ำผู้ว่า กทม. และปลัดกรุงเทพมหานคร ไปยังพื้นที่ที่มีปัญหาอยู่ จนวันนี้ก็น่าจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว เหลือเรื่องของงานเก็บงานฟื้นฟู งานคืนสาธารณูปโภคให้เป็นตามปกติ ฉะนั้นตรงนี้ก็น่าจะอยู่ภายใต้การควบคุมทุกอย่าง

อย่างไรก็ตาม สัปดาห์นี้อาจจะเป็นสัปดาห์ที่มีความวุ่นวายเล็กน้อย เพราะประเทศไทยในเรื่องของการจราจร ประเทศไทยรับเป็นเจ้าภาพการจัดประชุม IMF-World Bank 2026 มีผู้นำจากหลายประเทศเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ทางราชการได้ประกาศให้วันที่ 16 ต.ค. นี้ เป็นวันหยุดราชการ เนื่องจากมีพิธีเปิดใหญ่ แต่ก็มีการประชุมตลอดสัปดาห์นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ในวันที่ 13 ต.ค. เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของรัชกาลที่ 9 ถือว่าเป็นวันหยุดราชการอีก 1 วัน สัปดาห์นี้ทางราชการได้ขอให้หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนให้ความร่วมมือในการ Work from Home ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อเป็นการผ่อนคลายสภาพการจราจรในช่วงที่มีการประชุมระดับโลกในกรุงเทพฯ และเนื่องจากสถานการณ์ค่อนข้างที่จะเข้ามาระดับที่แต่ละจังหวัดแต่ละหน่วยสามารถควบคุมได้แล้ว จึงขอว่าหลังจากการประชุมวันนี้ เราจะพักการประชุมประจำวันในช่วงเช้าและเฝ้าติดตามสถานการณ์ แต่ก็ขอให้มีการสแตนด์บายไว้ ถ้าทุกอย่างดำเนินการไปได้โดยสภาพการเป็นไปตามปกติ เราก็จะมาประเมินอีกครั้งว่าจะมีการเชิญประชุมหรือไม่ แต่ตนคิดว่าการโฟกัสต่าง ๆ ก็น่าจะลงไปจังหวัดภาคใต้ แต่ทาง ปภ. ขอให้ประเมินสถานการณ์อีกครั้ง เมื่อไปถึงภาคใต้แล้วอาจจะมีเรื่องของส่วนหน้าในพื้นที่ ซึ่งก็คงจะปรับรูปแบบของการประชุมให้สอดคล้องเหมาะสมกับสถานการณ์ต่อไป

“ขอบคุณทุกท่านที่ทำงานทุ่มเทเสียสละเอาใจใส่ จนทำให้สถานการณ์ทั้งหลายได้กลับคืนสู่สภาวะปกติด้วยความรวดเร็ว ยกเว้นในบางพื้นที่ที่ยังมีสภาพทางภูมิศาสตร์ เราเร่งระดมความช่วยเหลือต่างๆ ต่อไป การที่เรามาประชุมเช่นนี้ทุกวันทุกเช้าเป็นเวลา 12 วัน ผมขอยืนยันว่าสภาพหน้างาน การบูรณาการของการดำเนินงานทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยความมีประสิทธิภาพ ได้เห็นความช่วยเหลือร่วมมือสนับสนุนซึ่งกันและกัน ไม่มีใครที่เกี่ยงงานกันเลย และทุกคนก็ลงไปทำงานในพื้นที่ สามารถติดตามเกาะติดสถานการณ์ได้ตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราได้ตั้งใจที่จะทำให้การทำงานเช่นนี้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด อย่างที่ผมเรียน ปริมาณฝนขนาดนี้ ผมถามผู้รู้ทุกที่ว่ามีทางไหมที่จะไม่ให้เกิดความเสียหายเลย ซึ่งทุกท่านก็ตอบว่ายากมาก สิ่งที่เราควรจะทำคือการเพิ่มช่องทางการเดินทางของน้ำ บริหารจัดการน้ำให้ได้ตามที่เราคาดการณ์ ซึ่งเราก็เริ่มดำเนินการเรื่องของแหล่งพักน้ำ แหล่งเก็บน้ำ แม้กระทั่งการที่รัฐบาลตัดสินใจอนุมัติโครงการระบายน้ำ ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ซึ่งติดการอนุมัติมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว เราก็ดำเนินการให้มันผ่านพ้นไป แล้วเริ่มดำเนินการ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 นี้เป็นต้นไป ขอให้ทุกฝ่ายได้ให้ความร่วมมือเช่นนี้อย่างเต็มที่ เรามีทั้งแผนสั้น แผนกลาง และแผนยาวในการดำเนินการต่าง ๆ” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนให้คำยืนยันว่ารัฐบาลรับทราบถึงปัญหาเหล่านี้เป็นอย่างดี งบประมาณที่มีมันจะผันจากงบประมาณที่เคยช่วยเหลือประชาชนในเรื่องของการประสบภัย เปลี่ยนมาเป็นรูปแบบของโครงสร้างพื้นฐาน การบริหารจัดการน้ำ งบประมาณไม่ได้เสียเพิ่มมากขึ้น แต่เป็นการจัดสรรการใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่เป็นการจ่ายเพียงบรรเทาความเดือดร้อนเท่านั้น สิ่งเหล่านี้ก็จะเกิดขึ้นด้วยความรวดเร็ว เพราะตนเจอสภาพแบบนี้มา 2-3 ปี ตั้งแต่เป็น มท.1 ยังไม่ได้เป็นนายกฯ ก็เห็นสภาพนี้มาโดยตลอด แต่เมื่อเป็นนายกฯ แล้วก็ได้ทำในสิ่งที่เราเห็นและเราไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ในขณะที่เรายังมีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มที่ ก็ได้เร่งดำเนินการ ขอให้พวกเราทุกคนให้ความร่วมมือกันแบบนี้ต่อไป เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที อย่างไรก็ตาม นัดกันประชุมเมื่อไหร่อีกทีเดี๋ยวเราดูตามสถานการณ์