“พนัส” เดือด ซัดพรรคการเมืองจ้องฮุบกองทุนประกันสังคมแสนล้าน!

“พนัส” เดือด! ซัดพรรคการเมืองจ้องฮุบกองทุนประกันสังคมแสนล้าน!ลั่นแพ้ชนะไม่สำคัญ แต่เจ็บใจต้องสู้กับพรรคการเมืองแทนที่จะเป็นนายจ้าง–ลูกจ้างด้วยกัน เตือนระบบใหม่เสี่ยงทำประกันสังคมหมดอิสระ หวั่นเปิดทางพรรคการเมืองอื่นแห่ส่งคนยึดพื้นที่บริหารกองทุน ปลุกผู้ประกันตนและนายจ้างตัวจริงร่วมรักษาสิทธิ์

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 ที่โรงเรียนสมุทรปราการ นายพนัส ไทยล้วน ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง เดินทางด้วยรถเข็นมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมชุดใหม่ พร้อมเปิดเผยภายหลังลงคะแนนว่า ภาพรวมการเลือกตั้งเป็นไปตามเป้าหมาย แม้ยังไม่อาจประเมินผลแพ้ชนะ แต่ทีมงานทุกฝ่ายได้ทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา

นายพนัส กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้แตกต่างจากเมื่อ 2 ปีก่อนอย่างชัดเจน เพราะไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันระหว่างตัวแทนนายจ้างและลูกจ้าง แต่มีพรรคการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง จนเกิดความกังวลว่าอาจมีความพยายามเข้าควบคุมการบริหารกองทุนประกันสังคมสำหรับกรณีที่มีการกล่าวถึงคู่แข่งขันว่าเป็นเพียงเด็กอมมือ นายพนัสระบุว่า ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคล แต่อยู่ที่กลุ่มการเมืองซึ่งสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง หากแข่งขันกันตามลำพังย่อมเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เมื่อมีพรรคการเมืองเข้ามาหนุนหลัง ทำให้การแข่งขันไม่อยู่บนพื้นฐานเดียวกัน

“แพ้ชนะไม่ใช่เรื่องใหญ่ เราผ่านการเลือกตั้งมา 40–50 ครั้ง มีทั้งแพ้ทั้งชนะ แต่ที่เจ็บใจคือเราไม่ได้สู้กับลูกจ้าง เรากำลังสู้กับพรรคการเมือง” นายพนัส กล่าว

นายพนัส ยังแสดงความกังวลต่อโครงสร้างการบริหารประกันสังคม โดยกล่าวถึงจำนวนผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ทรงคุณวุฒิ และอนุกรรมการ ซึ่งเห็นว่าอาจส่งผลต่อดุลอำนาจในการตัดสินใจ พร้อมใช้ถ้อยคำเปรียบเปรยว่า หากโครงสร้างถูกควบคุมโดยกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ก็ไม่ต่างจากการ “มัดตราสังข์ประกันสังคม” จนไม่สามารถทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระได้นอกจากนี้ นายพนัสยังเตือนว่า หากพรรคการเมืองหนึ่งสามารถเข้ามามีบทบาทในการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมได้ ก็อาจกลายเป็นแบบอย่างให้พรรคการเมืองอื่น ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย ส่งเครือข่ายหรือบุคลากรเข้ามาแข่งขันในอนาคต ซึ่งจะยิ่งทำให้ระบบประกันสังคมเสี่ยงกลายเป็นพื้นที่แข่งขันทางการเมือง

นายพนัส ยืนยันว่า การบริหารประกันสังคมควรรักษาหลักการไตรภาคี ประกอบด้วยฝ่ายรัฐบาล นายจ้าง และลูกจ้าง เพื่อให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมตรวจสอบ ถ่วงดุล และพิจารณาเรื่องสิทธิประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะเงินสมทบและสิทธิรักษาพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้ประกันตนโดยตรงพร้อมกันนี้ยังตั้งข้อสังเกตถึงแนวคิดการนำเงินกองทุนประกันสังคมไปรวมกับระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง ซึ่งตนยืนยันว่าคัดค้าน เพราะเห็นว่าเงินกองทุนดังกล่าวมาจากการสมทบของนายจ้างและลูกจ้าง ไม่ควรถูกนำไปใช้โดยปราศจากความเห็นชอบของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

“อย่าให้เงินประกันสังคมที่เราต้องจ่ายสมทบกันมาตลอด ไปอยู่ในมือพรรคการเมือง หรือหัวหน้าพรรคการเมืองบางคนที่จ้องจะเข้ามาครอบงำกองทุนแสนล้าน” นายพนัส กล่าว

ท้ายที่สุด นายพนัสฝากถึงนายจ้างและลูกจ้างตัวจริง ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาสิทธิขั้นพื้นฐาน พร้อมย้ำว่า กองทุนประกันสังคมเป็นหลักประกันในการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกันตน ไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือแสวงหาอำนาจทางการเมือง และต้องรักษาระบบบริหารที่ยึดโยงกับผู้จ่ายเงินสมทบอย่างแท้จริง