สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) ซึ่งมีนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. เป็นกรรมการและเลขานุการ แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 10/2569 เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 มีมติดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในคดีสำคัญ 3 กรณี ได้แก่ คดีทุจริตการสอบแข่งขันบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น เครือข่ายอาชญากรรมสแกมเมอร์ และคดีหลอกลวงลงทุน Forex-3D เพื่อขยายผลยึดและอายัดทรัพย์สิน รวมถึงคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย
คดีแรก ทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น อายัดทรัพย์เพิ่ม 4 ล้านบาท
กรณีข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกับพวก ถูกกล่าวถึงในกรณีทุจริตโครงการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 โดยมีพฤติการณ์แก้ไขคะแนนสอบและเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบ ก่อนหน้านี้ ปปง. มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องจำนวน 108 รายการ มูลค่าประมาณ 320 ล้านบาท
ล่าสุด จากการสืบสวนขยายผลพบทรัพย์สินเพิ่มเติม คณะกรรมการธุรกรรมจึงมีมติให้อายัดเงินในบัญชีเงินฝากธนาคารเพิ่มอีก 5 รายการ มูลค่าประมาณ 4 ล้านบาท
คดีที่สอง เครือข่ายนายเฉิน จื้อ ส่งเรื่องขอให้ศาลยึดทรัพย์เพิ่ม 118 ล้านบาท
กรณีนายเฉิน จื้อ กับพวก ซึ่งมีพฤติการณ์ความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ การฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงและยักยอกในลักษณะเป็นปกติธุระ รวมถึงการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรม ก่อนหน้านี้ ปปง. มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สิน 96 รายการ มูลค่าประมาณ 345 ล้านบาท โดยคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง
จากการสืบสวนขยายผลพบทรัพย์สินเพิ่มเติม คณะกรรมการธุรกรรมจึงมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอให้มีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพิ่มเติมจำนวน 416 รายการ มูลค่าประมาณ 118 ล้านบาท ประกอบด้วยที่ดิน ยานพาหนะ สินค้าแบรนด์เนม และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร
คดีที่สาม Forex-3D เดินหน้าคุ้มครองผู้เสียหาย 7,642 ราย
กรณีนายอภิรักษ์กับพวก ซึ่งเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงให้ลงทุนซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศ หรือ Forex-3D คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนแก่ผู้เสียหายเพิ่มเติมการดำเนินการในคดีดังกล่าวรวมทรัพย์สินทั้งสิ้น 298 รายการ มูลค่ากว่า 581 ล้านบาท และคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายจำนวน 7,642 ราย โดยคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแยกเป็น 5 สำนวน
สำนักงาน ปปง. ระบุว่า การดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สามารถขยายผลไปยังทรัพย์สินอื่นที่มีหลักฐานเชื่อมโยงกับการกระทำความผิดได้ โดยจะดำเนินการตามกฎหมายและคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย เพื่อมุ่งตัดวงจรเครือข่ายอาชญากรรมต่อไป

