วันนี้ (9 ต.ค.69) เวลา 10.30 น. พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. มอบหมายให้ พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.สส.สตม. เป็นผู้แทนร่วมแถลงผลปฏิบัติการคณะอนุกรรมการฯ ไซเบอร์ ร่วมคณะทำงานฯ ยาเสพติด โดยมี นายปิยะศักดิ์ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม, นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.), ร้อยตำรวจเอก เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ณ ห้องแถลงข่าว (ห้องรับรอง 2-01) ชั้น 2 กระทรวงยุติธรรม

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.69 เวลาประมาณ 18.10 น. ด่านศุลกากรแม่สาย ได้ตรวจยึดธนบัตรไทยฉบับละ 1,000 บาท ซุกซ่อนในกล่องลังกระดาษ จำนวน 2 กล่อง เป็นเงินกว่า 23 ล้านบาท โดยได้แจ้งข้อกล่าวหากับชายสัญชาติเมียนมาผู้ครอบครองธนบัตรไทยดังกล่าว เพื่อเตรียมส่งออกข้ามแดน ในความผิดฐาน พยายามลักลอบส่งเงินตราไทยออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร
ต่อมา บก.ตม.5 โดย กก.สส.บก.ตม.5 ได้แต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ทำการสืบสวนขยายผล จนปรากฏพยานหลักฐานว่า ธนบัตรที่ถูกตรวจยึดดังกล่าว เป็นทรัพย์สินที่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มสแกมเมอร์ ที่พยายามโยกย้าย เปลี่ยนแปลงทรัพย์สินในรูปแบบของการฟอกเงิน จึงได้แจ้งพนักงาน
สอบสวนทำการตรวจยึดธนบัตรทั้งหมด เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการฟ้องยึด ทั้งนี้ข้อมูลจากการสืบสวนพบความเชื่อมโยงของชายสัญชาติเมียนมา (นายไซ) ที่ถือครองธนบัตรในวันเกิดเหตุ มีเงินหมุนเวียนไม่น้อยกว่า 55 ล้านบาท รวมทั้งมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายฉ้อโกงออนไลน์ (SCAMMER) และการฟอกเงิน ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 2,500 ล้านบาท
ต่อมาเมื่อกรมสอบสวนคดีพิเศษและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูลทางการข่าว พบความเชื่อมโยงระหว่างนายไซกับเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ โดยพบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดผ่านบัญชีต่างประเทศและบัญชีของบุคคลที่รับจ้างถือแทน (นอมินี) รวมเป็นเงินกว่า 1,000 ล้านบาท และพบความเชื่อมโยงกับบัญชีของนายไซ เป็นเงินกว่า 200 ล้านบาท โดยจะนำเข้าสู่กระบวนการเฉลี่ยคืนให้ประชาชนซึ่งเป็นผู้เสียหายต่อไป
พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. สั่งการให้ บก.สส.สตม. ดำเนินการสืบสวนขยายผลเครือข่ายผู้ร่วมกระทำผิดทั้งคนต่างด้าวและบุคคลสัญชาติไทยที่สนับสนุนช่วยเหลือ ตลอดจนการพิสูจน์ทราบกลุ่มขบวนการที่มีการใช้แผนประทุษกรรมในลักษณะดังกล่าว โดยมีการเคลื่อนย้ายทรัพย์ผ่านพื้นที่ชายแดน ในลักษณะของขบวนการฟอกเงิน เพื่อขุดรอกถอนโคนกลุ่มคนต่างด้าวสแกมเมอร์ที่แฝงตัวตามพื้นที่แนวชายแดน ตลอดจนการสืบสวนพิสูจน์ทราบความเชื่อมโยงกับขบวนการปลอมแปลงบัตรประจำตัวประชาชน และการสวมสิทธิ์บุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย เพื่อนำข้อมูลไปใช้โดยกลุ่มทุนที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์และแก๊งคอลเซนเตอร์ในการทำธุรกรรมทางการเงิน มิให้กลุ่มขบวนการเหล่านี้เข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นฐาน หรือแม้แต่ทางผ่านในการกระทำความผิดโดยเด็ดขาด

