หนุ่ม 42 ร้องสื่อ! ถูกแท็กซี่ใช้ไม้ตีทำร้าย ปมขับรถเหยียบน้ำกระเด็นใส่กัน ก่อนเรื่องบานปลาย

กรุงเทพฯ — นายเจี๊ยบ อายุ 42 ปี เดินทางเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน หลังอ้างว่าถูกคนขับรถแท็กซี่ใช้ไม้ทำร้ายร่างกาย เหตุเกิดจากการขับรถผ่านจุดน้ำท่วมขัง ก่อนน้ำกระเด็นใส่รถคู่กรณี จนนำไปสู่การขับรถปาดหน้าและโต้เถียงกันบนถนน ก่อนเหตุการณ์จะบานปลายถึงขั้นทำร้ายร่างกาย

นายเจี๊ยบ เปิดเผยว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 23.50 น. ขณะกำลังขับรถยนต์ไฟฟ้าบนถนนฉลองกรุง มุ่งหน้าไปชาร์จแบตเตอรี่ โดยบริเวณใต้สะพานมีน้ำท่วมขังอยู่บนพื้นผิวจราจรจำนวนมาก ขณะนั้นมีรถจักรยานยนต์อยู่ด้านหน้า จึงตัดสินใจเบี่ยงซ้ายเพื่อแซง พร้อมพยายามชะลอความเร็วเพื่อไม่ให้น้ำกระเด็นใส่รถคันอื่น

แต่หลังจากแซงรถจักรยานยนต์และเร่งเครื่อง รถของตนได้ขับผ่านน้ำขัง ทำให้น้ำกระเด็นไปโดนรถแท็กซี่คู่กรณี

ผู้เสียหายอ้างว่า หลังจากนั้นรถแท็กซี่ได้เร่งเครื่องแซงกลับ และขับผ่านน้ำขังจนเกิดน้ำกระเด็นขึ้นมาสาดบริเวณกระจกหน้ารถของตนจนมองเห็นเส้นทางได้ไม่ชัด ด้วยความตกใจและโมโห จึงเปิดใบปัดน้ำฝนและเร่งเครื่องแซงกลับ โดยยอมรับว่าตนเองมีการปาดหน้าคืนจริง เพื่อให้น้ำกระเด็นใส่รถแท็กซี่กลับไป

จากนั้นรถทั้งสองคันได้ขับไล่กันและมีการปาดหน้ากันไปมา ก่อนเหตุการณ์จะบานปลาย โดยผู้เสียหายระบุว่า คนขับรถแท็กซี่ได้ลงจากรถและใช้ไม้เข้าทำร้ายร่างกาย จนได้รับบาดเจ็บ

นายเจี๊ยบ กล่าวว่า ตนยอมรับว่ามีการปาดหน้าคืน แต่เห็นว่าเรื่องดังกล่าวไม่ควรบานปลายถึงขั้นใช้ไม้ลงมือทำร้ายร่างกายกัน เพราะสามารถพูดคุยหรือต่างคนต่างไปได้ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ฉลองกรุง เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

พร้อมฝากถึงผู้ใช้รถใช้ถนนว่า หากเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกัน อยากให้ทุกคนใจเย็นลงกว่านี้ เพราะอุบัติเหตุหรือความไม่พอใจบนท้องถนนสามารถพูดคุยกันได้ ไม่อยากให้เรื่องเล็ก ๆ กลายเป็นเหตุรุนแรงจนมีคนได้รับบาดเจ็บหรือเกิดความสูญเสียตามมา

เบื้องต้นผู้เสียหายได้รวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้องและเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ฉลองกรุงแล้ว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามตัวคู่กรณีมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานและคู่กรณีทั้งสองฝ่าย