สธ.เตรียมพร้อมดูแลด้านการแพทย์ เฝ้าระวังควบคุมโรค รับผู้เข้าร่วมประชุม IMF–World Bank 2026

กระทรวงสาธารณสุขเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข รองรับการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ดูแลครอบคลุมตั้งแต่ท่าอากาศยาน โรงแรมที่พัก สถานที่ประชุม ระบบส่งต่อโรงพยาบาล พร้อมเฝ้าระวังโรคติดต่อจากต่างประเทศ และความปลอดภัยด้านอาหาร น้ำ และสุขาภิบาล สร้างความมั่นใจแก่ผู้เข้าร่วมจาก จาก 191 ประเทศ กว่า 15,000 คน

วันนี้ (7 ตุลาคม 2569) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลัง ประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุข ว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 12 – 18 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยเป็นจะเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภากองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งจะมีผู้นำและผู้เข้าร่วมจาก 191 ประเทศ กว่า 15,000 คน จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ เตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข โดยวางระบบ Medical Command Center และจัดทีมแพทย์ประจำพื้นที่ประชุม โรงแรมที่พัก ครอบคลุมทั้งการจัดบริการทางการแพทย์ การเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้เข้าร่วมประชุมตลอดการจัดงาน

นายแพทย์เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สำหรับพื้นที่จัดประชุม ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กระทรวงสาธารณสุขได้จัดส่ง ทีมบุคลากรทางการแพทย์ จากโรงพยาบาลราชวิถี และสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ ประจำจุดต่างๆ พร้อมทำงานร่วมกับทีมแพทย์ศูนย์ส่งกลับโรงพยาบาลตำรวจ ในการประสานการส่งต่อหากเกิดการเจ็บป่วยได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงมีแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน สำหรับโรงแรมที่พักทั้ง 21 แห่ง ได้แบ่งพื้นที่รับผิดชอบออกเป็น 5 โซน พร้อมจัดระบบทีมแพทย์และการส่งต่อ โดยเชื่อมโยงกับโรงพยาบาลหลัก 5 แห่ง คือ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท โรงพยาบาลเมดพาร์ค โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โรงพยาบาลตำรวจ และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ขณะที่กรมอนามัยได้เข้าดูแล ความปลอดภัยด้านอาหาร น้ำ สุขาภิบาล และอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สนับสนุนห้องปฏิบัติการรองรับการตรวจวิเคราะห์ที่อาจเกี่ยวข้องกับอาหารและน้ำ

นายแพทย์เอกชัยกล่าวต่อว่า การประชุมครั้งนี้ มีผู้เดินทางมาจากหลายภูมิภาคทั่วโลก ทางกรมควบคุมโรค จะติดตามสถานการณ์โรคติดต่อระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง และดำเนินมาตรการเฝ้าระวังตามระดับความเสี่ยง โดยระบบเฝ้าระวังจะเชื่อมโยงตั้งแต่ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ณ ท่าอากาศยาน โรงแรมที่พัก และสถานที่ประชุม หากพบผู้เดินทางหรือผู้เข้าร่วมมีอาการหรือประวัติเข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง จะเข้าสู่กระบวนการประเมิน สอบสวนโรค ตรวจทางห้องปฏิบัติการ และส่งต่อเพื่อรับการดูแลตามความเหมาะสม นอกจากนี้ ในท่าอากาศยาน ได้เตรียมระบบประสานเหตุฉุกเฉินเชื่อมต่อกับสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 และ Medical Emergency Hotline เพื่อให้การดูแลครอบคลุมตั้งแต่การเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยจนสิ้นสุดภารกิจ