4 รัฐมนตรี ประชุม คกก.น้ำภาคกลาง ฟังพยากรณ์ รับมือฝน รองนายกฯ เอกนิติ สั่ง ยกระดับวอร์รูม

วันที่ 5 ตุลาคม 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งกลุ่มลุ่มน้ำท่าจีน ร่วมประชุม คณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ครั้งที่ 5/2569 โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน นายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธาน นายนภินทร ศรีสรรพางค์ ประธานอนุกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งกลุ่มลุ่มน้ำแม่กลอง และเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล
สำหรับการประชุมในครั้งนี้ ได้ร่วมกันหารือแนวโน้มของสถานการณ์ของอุทกภัย การคาดการณ์ลักษณะอากาศ ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า 7-10 วัน รวมไปถึงการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา และลุ่มน้ำท่าจีน ลุ่มน้ำแม่กลอง ลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ รวมทั้งพิจารณาปัญหาอุปสรรค และความต้องการขอรับการสนับสนุนของจังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้สั่งการเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ว่าราชการจังหวัดนำไปปฏิบัติทันที ได้แก่
– รวมศูนย์ข้อมูลพยากรณ์เป็นเอกภาพ (Single Data): ให้ทุกหน่วยงานสรุปตัวเลขพยากรณ์ฝนเป็นชุดข้อมูลเดียวกัน เพื่อให้ทราบปริมาณฝนที่จะตกเพิ่มในแต่ละลุ่มน้ำอย่างแม่นยำ และพร้อมอัปเดตข้อมูลทันทีหากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง-บริหารจัดการน้ำเข้า
– ออกตลอดเส้นทางน้ำ บูรณาการการบริหารจัดการน้ำฝน น้ำท่าในแม่น้ำ/เขื่อน และน้ำทะเลหนุนเชื่อมโยงกันทั้งระบบ ตั้งแต่การหน่วงน้ำตอนบน การปรับแผนระบายน้ำจากเขื่อน จนถึงการเร่งระบายน้ำออกสู่อ่าวไทย
– ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงภัยรายตำบล-อำเภอ ให้ไล่เรียงเส้นทางน้ำรายจังหวัดตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยระบุระดับความเสี่ยงในแต่ละขั้นการระบายน้ำให้ชัดเจน เพื่อให้ท้องถิ่นเตรียมการได้ตรงจุด
– เร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมข้ามเขตจังหวัด จัดจราจรทางน้ำในจุดติดขัด คาบเกี่ยว เช่น บริเวณปทุมธานี นครนายก และคลองรังสิต
– เตรียมทรัพยากรและแจ้งเตือนล่วงหน้า สั่งการให้ทุกจังหวัดจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ เครื่องจักรกล เร่งวางกระสอบทรายตามจุดเสี่ยง และเตรียมจุดอพยพ พร้อมเน้นย้ำการแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าอย่างน้อย 4–5 วัน เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมตัวและลดยอดความเสียหาย
– ยกระดับวอร์รูมเป็นศูนย์แก้ปัญหาจริง (Action-Oriented War Room) มอบหมายประธานคณะทำงานประจำลุ่มน้ำใช้โครงสร้างการทำงานรายลุ่มน้ำเป็นต้นแบบในการติดตามและตัดสินใจแก้ปัญหาหน้างานอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เป็นเพียงห้องรับรายงานสถานการณ์

