สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน ร่วมกับ DPU และ สถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล ปั้นคนข่าวสื่อสารภาษาจีน เปิดหลักสูตร “หนีห่าว สนทนาจีนภาษาคนข่าว” ขั้นกลาง

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) โดยสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล ร่วมกับสมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน เปิดโครงการ “หนีห่าว สนทนาจีนภาษาคนข่าว” ระดับขั้นกลาง พัฒนาทักษะการฟัง พูด อ่าน และเขียนภาษาจีนสำหรับบุคลากรสื่อมวลชน เพื่อให้สามารถนำภาษาไปใช้ในการทำงานจริง ทั้งการสื่อสาร การสัมภาษณ์ การค้นคว้าข้อมูล และการเข้าถึงแหล่งข่าวจีนโดยตรง ควบคู่กับการเรียนรู้บริบททางสังคมและวัฒนธรรมจีน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิตข่าวและสื่อสารประเด็นที่เกี่ยวข้องกับจีนได้อย่างรอบด้าน
พิธีเปิดหลักสูตรรุ่นนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 ณ ห้อง 322 อาคาร 3 ชั้น 2 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โดยมี อาจารย์พูลศักดิ์ ประณุทนรพาล ที่ปรึกษาอธิการบดีอาวุโส มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ในฐานะเลขาธิการและกรรมการบริหารสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย รศ.เฉิน เวย ผู้อำนวยการสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล (ฝ่ายจีน) อาจารย์เอกรัตน์ จันทร์รัฐิติกาล ผู้อำนวยการสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล (ฝ่ายไทย) และ อาจารย์กอบกิจ ประดิษฐผลพานิช ผู้ช่วยรองอธิการบดีสายงานกิจการพิเศษ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ รวมถึงสื่อมวลชนจากหลายองค์กรกว่า 30 คนเข้าร่วม
อาจารย์พูลศักดิ์ ประณุทนรพาล ที่ปรึกษาอธิการบดีอาวุโส มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ในฐานะเลขาธิการและกรรมการบริหารสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล กล่าวว่า โครงการ “หนีห่าว สนทนาจีนภาษาคนข่าว” ระดับขั้นกลางครั้งนี้ มุ่งพัฒนาทักษะภาษาจีนให้สื่อมวลชนสามารถนำไปใช้ในการทำงานได้จริง โดยเฉพาะการสื่อสาร การสัมภาษณ์ และการเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับจีน ซึ่งมีความสำคัญมากขึ้นท่ามกลางความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนที่เชื่อมโยงกันมายาวนานทั้งในระดับประชาชน เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม พร้อมเชื่อมั่นว่าการเรียนรู้ตลอดหลักสูตร 12 สัปดาห์จะช่วยให้ผู้เข้าอบรมสามารถต่อยอดทักษะไปใช้ในการประกอบวิชาชีพได้อย่างเป็นรูปธรรม
อาจารย์พูลศักดิ์ กล่าวต่อว่า สถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเลมีบทบาทในการส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมจีนให้แก่นักศึกษา เยาวชน บุคลากร และผู้สนใจ โดย DPU ให้ความสำคัญกับการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี รวมถึงการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนภาษาจีน เพื่อช่วยให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำความรู้ไปใช้ในบริบทการเรียนและการทำงานจริง
ปัจจุบันความสามารถด้านภาษาจีนยังเป็นทักษะที่ตลาดแรงงานให้ความสำคัญ โดยเฉพาะภาคธุรกิจและบริษัทจีนที่เข้ามาดำเนินกิจการในประเทศไทย ซึ่งมีความต้องการบุคลากรที่มีความรู้ในสาขาวิชาชีพควบคู่กับความสามารถในการสื่อสารภาษาจีน DPU จึงมีแนวคิดต่อยอดการเรียนภาษาจีนให้เข้าถึงนักศึกษาในหลากหลายสาขา แม้ไม่ได้เรียนภาษาจีนเป็นวิชาเอก เพื่อเพิ่มทักษะและเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน ตลอดจนสร้างโอกาสทางอาชีพให้แก่นักศึกษาในอนาคต
นอกจากนี้ สถาบันยังขยายความร่วมมือด้านการเรียนการสอนภาษาจีนไปสู่ภาคอาชีวศึกษา เพื่อเตรียมกำลังคนให้ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม โดยเชื่อมการเรียนภาษาเข้ากับทักษะวิชาชีพและประสบการณ์จากสถานประกอบการ ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนมีความพร้อมทั้งด้านวิชาชีพและการสื่อสาร สามารถนำทักษะไปใช้ในการทำงานกับองค์กรและบริษัทจีนได้มากขึ้น
“ภาษาจีนสามารถเป็นทักษะที่เพิ่มโอกาสในการทำงานได้ เมื่อผู้เรียนมีความรู้ในวิชาชีพของตนเองอยู่แล้ว และสามารถสื่อสารภาษาจีนได้ ก็จะมีทักษะเพิ่มเติมที่นำไปใช้ในการสมัครงานและการทำงานจริงได้ โครงการนี้จึงมุ่งให้ผู้เข้าอบรมนำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้ประโยชน์กับงานของตนเองได้อย่างแท้จริง” อาจารย์พูลศักดิ์ กล่าว
ด้าน รศ.เฉิน เวย ผู้อำนวยการสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล (ฝ่ายจีน) กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้พบผู้เข้าร่วมโครงการอีกครั้ง โดยหลายคนเป็นผู้ที่เคยเข้าร่วมการอบรมกับสถาบันมาก่อน แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจและความตั้งใจในการพัฒนาทักษะภาษาจีนอย่างต่อเนื่อง จากระดับพื้นฐานสู่ระดับกลางในครั้งนี้
“การเรียนภาษาเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยทั้งเวลา ความสม่ำเสมอ และความตั้งใจของผู้เรียน การที่โครงการดำเนินมาถึงครั้งที่ 3 และมีผู้เรียนกลับมาพัฒนาตนเองต่อเนื่อง จึงถือเป็นสิ่งที่น่ายินดี และสะท้อนให้เห็นว่าผู้เข้าร่วมให้ความสำคัญกับการนำภาษาจีนไปใช้ในชีวิตประจำวันและการทำงาน” ผู้อำนวยการสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล (ฝ่ายจีน) กล่าว
พร้อมกันนี้ รศ.เฉิน เวย หวังว่า ภาษาจีนจะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญ และเปรียบเสมือน “ปีก” ที่ช่วยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนก้าวไปได้ไกลขึ้นในอนาคต ทั้งในด้านการทำงาน การสื่อสาร และการสร้างเครือข่ายกับผู้คนจากหลากหลายประเทศ
ขณะที่ อาจารย์เอกรัตน์ จันทร์รัฐิติกาล ผู้อำนวยการสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล (ฝ่ายไทย) กล่าวถึงการเรียนภาษาว่า สิ่งสำคัญคือการมีแรงบันดาลใจ เพราะหากผู้เรียนมองเป้าหมายเพียงการสอบให้ผ่านในแต่ละระดับ อาจทำให้การเรียนรู้หยุดลงได้ง่าย แต่เมื่อมีความสนใจหรือเป้าหมายที่ผูกโยงกับสิ่งที่ตนเองชอบ จะช่วยให้สามารถเรียนรู้ได้ต่อเนื่องมากขึ้น
อาจารย์เอกรัตน์ ยกประสบการณ์ของตนเองที่เริ่มเรียนภาษาจีนจากความสนใจด้านการแพทย์จีน ก่อนค่อย ๆ ศึกษาและฝึกฝนมาอย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงแรกจะยังอ่านหรือสื่อสารได้ไม่มาก แต่ความสนใจในเรื่องดังกล่าวกลายเป็นแรงผลักดันให้เรียนรู้ต่อ จนสามารถนำภาษาจีนมาใช้ในการสื่อสารได้จริง
“อยากแนะนำให้ผู้เรียนค้นหาสิ่งที่ตนเองชื่นชอบมาเป็นแรงบันดาลใจในการเรียน ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ละคร เพลง วัฒนธรรม หรือเรื่องที่สนใจ เพราะเมื่อการเรียนเชื่อมโยงกับความชอบ จะช่วยให้เกิดความอยากค้นคว้า ฝึกฝน และพัฒนาทักษะภาษาได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว” ผู้อำนวยการสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล (ฝ่ายไทย) ระบุ
ด้าน อาจารย์กอบกิจ ประดิษฐผลพานิช ผู้ช่วยรองอธิการบดีสายงานกิจการพิเศษ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า โครงการ “หนีห่าว สนทนาจีนภาษาคนข่าว” เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ช่วยเชื่อมโยงบุคลากรด้านสื่อของไทยและจีนให้ได้รู้จักและแลกเปลี่ยนกันมากขึ้น โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา DPU และ สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน ซึ่งนำโดย ผศ.(พิเศษ) ดร.กำพล มหานุกูล นายกสมาคมฯ ได้สร้างเครือข่ายระหว่างผู้สื่อข่าวไทย-จีน เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์ และความเข้าใจระหว่างคนทำงานสื่อของทั้งสองประเทศ สามารถต่อยอดไปสู่ความร่วมมือด้านการสื่อสารและการทำงานร่วมกันในอนาคต
“การเรียนภาษาจีนทำให้ผู้เรียนสามารถนำภาษาไปใช้ได้จริง ตั้งแต่การทักทาย การสนทนาในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการสื่อสารเมื่อต้องเดินทางหรือปฏิบัติงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะบุคลากรด้านสื่อที่มีโอกาสพบปะและทำงานร่วมกับแหล่งข่าวชาวจีน การมีพื้นฐานภาษาที่ดีจะช่วยให้การติดต่อสื่อสารคล่องตัวขึ้น และเพิ่มโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์กับเครือข่ายวิชาชีพได้กว้างขึ้น” อาจารย์กอบกิจ กล่าว
อย่างไรก็ตาม สำหรับหลักสูตรภาษาจีนขั้นกลาง “หนีห่าว สนทนาจีนภาษาคนข่าว” รุ่นนี้ จัดอบรมทุกวันเสาร์ รวมระยะเวลา 12 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม ถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2569 โดยมีผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 30 คน จากองค์กรสื่อทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ อาทิ ช่อง 7HD ออนไลน์, ไทยพีบีเอส (Thai PBS), NBT, PPTV HD 36, อสมท (MCOT), อมรินทร์ทีวี, เนชั่นทีวี (Nation TV), บางกอกโพสต์ (Bangkok Post), โพสต์ทูเดย์ (Posttoday), กรุงเทพธุรกิจ, แนวหน้า, สำนักข่าวอิศรา, สำนักข่าว ไทยแทบลอยด์ และหัวหินสาร แสดงให้เห็นถึงความสนใจของบุคลากรสื่อในการพัฒนาทักษะภาษาจีนเพื่อนำไปต่อยอดการทำงานในวิชาชีพ

