ประธานศาลฎีกา คนที่ 52 แถลงนโยบายบริหารศาลยุติธรรม สู่ “องค์กรที่พร้อมรับความท้าทาย เพื่อความยุติธรรมสำหรับทุกคน”

ประธานศาลฎีกาคนที่ 52 แถลงนโยบายบริหารศาลยุติธรรม สู่ “องค์กรที่พร้อมรับความท้าทาย เพื่อความยุติธรรมสำหรับทุกคน” สร้างหลักประกันความสงบสุขของสังคม-กระบวนการยุติธรรมเพื่อการเยียวยาทุกมิติ

วันที่ 2 ต.ค. 2569 ณ อาคารศาลฎีกา สนามหลวง นายวีระพงศ์ สุดาวงศ์ ประธานศาลฎีกา คนที่ 52 แถลงนโยบายเพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงานต่อหน่วยงานในสังกัดศาลยุติธรรมทั่วประเทศประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยมีการถ่ายทอดภาพและเสียงผ่านการประชุมทางไกลระบบ ZOOM เพื่อให้ผู้พิพากษาและบุคลากรศาลยุติธรรมทั่วประเทศรับชมการแถลงนโยบายโดยพร้อมเพรียงกัน

สำหรับการบริหารงานตามนโยบายประธานศาลฎีกาคนที่ 52 มุ่งพัฒนากระบวนการใช้สิทธิทางศาล การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ กระบวนการเยียวยา และการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเรียนรู้รอบด้านภายใต้วิสัยทัศน์ “องค์กรที่พร้อมรับความท้าทาย เพื่อความยุติธรรมสำหรับทุกคน” เพื่อตอบโจทย์การอำนวยความยุติธรรมในยุคการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน-สังคมต่อศาลยุติธรรม ดังนี้

1. “หลักประกันความสงบสุขของสังคม”

โดยจะยึดมั่นหลักนิติธรรม (Upholding the Rule of Law) ขยายโอกาสการเข้าถึงความยุติธรรม (Access to Justice) ส่งเสริมการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ (Protection of the Public Interest) ด้วยการอำนวยความยุติธรรมด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ และเที่ยงธรรม ป้องกันไม่ให้กระบวนการยุติธรรมถูกบิดเบือน ส่งเสริมการใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค สร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของบุคคลกับความปลอดภัยของสังคม ปรับปรุงการลงโทษทางอาญาให้ได้สัดส่วนและเหมาะกับผู้กระทำความผิดแต่ละราย พัฒนากลไกการกำหนดโทษให้มีความโปร่งใสรับฟังข้อมูล โดยรอบด้าน ปรับปรุงกฎหมายและแนวปฏิบัติเพื่อลดอุปสรรคต่อการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของประชาชนและพัฒนานวัตกรรมเพื่อขยายโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นต่อการใช้สิทธิทางศาล พร้อมกับส่งเสริมการใช้สิทธิทางศาลในการระงับข้อพิพาทหรือความเดือดร้อนของบุคคลในชุมชน ขณะที่การคุ้มครองสิทธิประโยชน์สาธารณะให้ความสำคัญต่อการปรับปรุงมาตรการหรือกลไกการพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบให้เอื้อต่อการเข้าถึงของภาคประชาชน การติดตามทรัพย์สินที่ผู้กระทำความผิดได้ไปจากการทุจริตให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงพัฒนาระบบการดำเนินคดีการสงวนรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คดีวินัยจราจร และคดีที่ส่งผลต่อความปลอดภัยสาธารณะให้เท่าทันต่อสภาพปัญหาในสังคมปัจจุบัน

2. “กระบวนการยุติธรรมเพื่อการเยียวยา” (Therapeutic Justice)

มุ่งยกระดับบทบาทของศาลยุติธรรมในการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พัฒนากลไกทางกฎหมายเพื่อดูแลผู้เสียหายให้ได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสมและได้รับการเยียวยาอย่างครอบคลุมในทุกมิติ รวมถึงการบังคับคดีและการติดตามทรัพย์สินในคดีที่เกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน สนับสนุนบทบาทของชุมชนในการใช้สิทธิทางศาลเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพของบุคคลและสังคม

3. “องค์กรที่พร้อมรับความท้าทาย” (A Resilient Organization)

ดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงระบบงานคดี ระบบงานธุรการ และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีดิจิทัลให้พร้อมอำนวยความยุติธรรมและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนควบคู่ไปกับการสร้างสุขภาวะที่ดีในการทำงานของบุคลากร เพิ่มพูนทักษะและวิทยาการใหม่เพื่อให้บุคลากรปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความก้าวหน้าในหน้าที่ราชการ และบริหารจัดการองค์กรอย่างโปร่งใส มีธรรมาภิบาล มุ่งสู่การเป็นองค์กรทันสมัย
ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อท่านประธานศาลฎีกาได้ประกาศนโยบายให้ทุกคนทราบแล้ว สำนักงานศาลยุติธรรมและศาลยุติธรรมทั่วประเทศก็จะพร้อมใจกันนำมาเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการทำงานตลอดปีงบประมาณนี้ ส่วนรายละเอียดของการดำเนินงานตามนโยบายแต่ละข้อมีการกำหนดไว้แล้ว เพื่อให้การผลักดันนโยบายเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชน

ทั้งนี้ นโยบายประธานศาลฎีกา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๗๐ พร้อมให้ดาวน์โหลดในรูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book) ได้ที่ https://opsc.coj.go.th/th/content/category/detail/id/10/iid/585541