นายนคร มาฉิม ผู้สมัครส.ส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุเนื้อหาว่า วิกฤติพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย ภายใต้กฎโจรกบฏ จะชนะได้อย่างไรถ้าไม่ปฏิเสธความจริง พวกเราประชาชนคนไทยไม่เคยมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่อำนาจเป็นของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชนอย่างแท้จริงเลยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเกือบศตวรรษ อาจเป็นเพราะวัฒนธรรมประเพณีของไทย กล่อมเกลาจิตใจคนไทยให้สยบยอมต่อผู้มีอำนาจ มียศฐาบรรดาศักดิ์

ยอมรับระบบเจ้าขุนมูลนาย ไม่ค่อยให้ความสำคัญต่อศักดิ์ศรี สิทธิเสรีภาพความเสมอภาคและประชาธิปไตย สังเกตง่ายๆ แม้คนไทยจะถูกปล้นอำนาจโดยคณะรัฐประหาร 13 ครั้ง เมื่อคณะโจรกบฏที่ปล้นอำนาจตัวเองไป แต่งตั้งสถาปนาตัวเองให้เป็นนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หรือตำแหน่งต่างๆก็จะได้รับเกียรติ ได้รับการยกย่อง สรรเสริญเยินยอจากคนไทยจำนวนไม่น้อย โดยไม่ได้สนใจที่มาของอำนาจ ว่าปล้นอำนาจมา อำนาจที่ได้มาไม่มีความชอบธรรม

ยุทธศาสตร์การยึดอำนาจครั้งสุดท้ายเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 เป้าหมายของคณะโจรกบฏและเหล่าเผด็จการก็คือ ยึดอำนาจครั้งนี้จะต้องไม่เสียของ จึงมีรูปแบบ มีพิมพ์เขียว มีแผนการ มีขั้นตอนการบริหารจัดการให้ประชาชนจะต้องสยบยอมเป็นผู้ถูกปกครอง เป็นทาสไพร่ชั่วลูกชั่วหลาน แม้แต่นักการเมือง และพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยก็ยังเล่นอยู่ภายใต้กรอบ รัฐธรรมนูญฉบับของโจร ในเกมส์แห่งอำนาจที่โจรเป็นผู้กำหนดทั้งสิ้น

จึงเกิดสภาวะการณ์ยิ่งต่อสู้ยิ่งสูญเสีย ยิ่งยาวนานยิ่งอ่อนกำลัง และแทบจะไม่เห็นโอกาสที่จะชนะสงครามระหว่างประชาธิปไตยกับเผด็จการได้เลย ยิ่งนานวัน สถานการณ์ฝ่ายประชาธิปไตยยิ่งถูกทำร้าย ถูกไล่ล่า และถอยร่นทุกแนวรบ ฝ่ายเผด็จการกลับยิ่งกล้าแข็งตัวอย่าง เช่น
รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถูกสร้างขึ้นเพื่อต่อไปนี้ ฝ่ายเผด็จการไม่จำเป็นต้องยึดอำนาจโดยปืน และรถถังอีกต่อไป แต่จะใช้กฎโจรกบฏในนามของกฎหมายยึดอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดโดยกฎโจรกบฏฉบับนี้ และจะไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงอะไรได้

ส.ว. 250 คน คือทายาทอสูรที่จะเป็นเสาค้ำประกันให้ระบอบเผด็จการ สามารถสืบทอดอำนาจได้เป็นเบื้องต้นอย่างน้อย 5 ปีและอาจยาวนานถึง 20 ปี

แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี คือกำแพงเหล็กที่จะตีกรอบไม่ให้พรรคการเมืองและนักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยออกนโยบายอะไรให้ประชาชนเพื่อความอยู่ดีกินดีและได้รับความนิยมอีกต่อไป ประชาชนจะได้รูสึกว่า ประชาธิปไตยไม่ดีเผด็จการดีกว่า

พวกเผด็จการฉลาดที่จะใช้ข้าราชการทุกกระทรวงทบวงกรม ตำรวจ และทหารทุกเหล่าทัพ องค์กรอิสระและกระบวนการยุติธรรมอย่างสอดประสานอย่างมีแบบแผนเป็นระบบ ทำให้ระบอบเผด็จการและเครือข่ายเผด็จการเข้มแข็ง ในขณะเดียวกันก็ทำลายพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยให้แตกละเอียด กระจัดกระจายรวมพลังกันไม่ได้เช่นที่เป็นอยู่ขณะนี้ ที่พรรคการเมืองแตกกระจัดกระจายด้วยฝีมือของพวกเนติบริกรปีศาจ

ข้อเท็จจริงในปรากฏการณ์ยืนยันในเชิงประจักษ์ตั้งแต่มีการใช้รัฐธรรมนูญฉบับโจรกบฏนี้ เช่น พรรคการเมืองและนักการเมืองฝ่ายเผด็จการทำอะไร น่ารังเกียจขนาดไหนมีหลักฐานปรากฏชัดเจนเพียงใด ก็ไม่ผิด

ส่วนฝ่ายประชาธิปไตย ถูกล็อกไว้ ถูกกลั่นแกล้ง ถูกยุบพรรค เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ฝ่ายประชาธิปไตยชนะการเลือกตั้ง ส่วนองค์กรอิสระที่มีอำนาจหน้าที่จัดการการเลือกตั้งก็ปล่อยให้มีการซื้อสิทธิขายเสียงกันอย่างหนักหน่วง รุนแรงเสมือนบ้านเมืองไร้ขื่อแป ไม่มีกฎหมาย เป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน ฝ่ายเผด็จการเองก็ใช้อำนาจรัฐที่มีอยู่ในมืออย่างเต็มรูปแบบ ใช้เงินภาษีประชาชนมาเป็นเครื่องมือหลอกล่อเพื่อให้ฝ่ายตนเองชนะและฟอกขาวให้ระบอบเผด็จการ

กกต องค์กรอิสระนอกจากจะไม่มีปัญญาเอาผิดกับผู้กระทำผิดแล้ว กลับมีพฤติกรรมพยายามบิดเบือน แก้ไขเปลี่ยนแปลงผลคะแนนให้เอื้อต่อฝ่ายเผด็จการที่ครองอำนาจอยู่จนการเลือกตั้งครั้งนี้ มีแต่ความเน่าเหม็น ความฉาวโฉ่ เป็นการเลือกตั้งที่เต็มไปด้วยการทุจริต เต็มไปด้วยการซื้อเสียง และการเอารัดเอาเปรียบด้วยอำนาจรัฐ กระจายไปทั่วโลก ทั้งคนไทยและนานาต่างไม่ยอมรับการเลือกตั้งของไทยในครั้งนี้

ในโอกาสนี้ขอชื่นชมนักศึกษาเกือบ 20 สถาบันที่เริ่มออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ กกต. ชุดนี้ลาออก เพราะไร้ความสามารถ ขาดความน่าเชื่อถือในการจัดการเลือกตั้ง ทั้งที่ความจริงนอกจาก กกต. แล้ว เผด็จการและเครือข่ายเผด็จการทั้งหมดสมควรที่จะถูกขับไล่ไปพร้อมกัน

จึงเหลือแต่ นักการเมืองและพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยเท่านี้ว่าท่านจะเล่นอยู่ในเกมส์แห่งอำนาจ ที่ท่านไม่มีวันชนะ เพราะมันเป็นกฎของโจรกบฏ มันคือกฎของเผด็จการ โดยเผด็จการ และเพื่อเผด็จการเท่านั้น หรือว่าพวกท่านจะหันกลับมาฉุกคิด ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ยอมเสียสละ ลาภ ยศ สรรเสริญ แล้วมาร่วมอุดมการณ์เดียวกันกับนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ล้างกฎกติกาของโจร แล้วเปลี่ยนวิกฤติ เป็นโอกาส เพื่อสร้างประชาธิปไตย ที่เป็นของประชาชนโดยประชาชนและเพื่อประชาชนอย่างแท้จริงเราจึงมีโอกาสชนะ

มาร่วมกันเถิดเพื่อนพ้อง น้องพี่ นักการเมืองและพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย อย่าปล่อยให้นักศึกษาและประชาชนผู้มีอุดมการณ์เพื่อประชาธิปไตยจะต้องต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว

เรามาร่วมกันอย่างมีเอกภาพ ประชาชนส่วนใหญ่อยู่ฝ่ายเรา หากผนึกกำลังกันอย่างมีเอกภาพ เราฝ่ายประชาธิปไตยจะชนะและจะสามารถพลิกวิกฤติเป็นโอกาส เพื่อประชาชนและประชาธิปไตยเพื่อลูกหลานของเราทุกคน

นคร มาฉิม

อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก

อดีตประธานคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองสภาผู้แทนราษฏร

31 มีนาคม 2562

วิกฤติพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย ภายใต้กฎโจรกบฏ จะชนะได้อย่างไร ถ้าไม่ปฏิเสธความจริง…

โพสต์โดย Nakorn Machim เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม 2019