“สกลธี” ซัด กทม. ต้นตอน้ำท่วม ฉะพร่องน้ำ-เตือนภัย-ตั้งศูนย์บัญชาการช้า ทำชาวกรุงจมน้ำถึงอก จี้ รบ.ชะลอผังเมืองใหม่ปี 70 หวั่นเอื้อนายทุนตัดพื้นที่รับน้ำ

สกลธี

รัฐสภา, 30 กันยายน 2569 – นายสกลธี ภัททิยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายใน ญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ การรับมือปัญหาน้ำท่วมในภาวะวิกฤตและมาตรการฟื้นฟูเยียวยาพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วนเพื่อให้รัฐบาลรับไปดำเนินการนั้น ว่าผู้ที่ต้องรับผิดชอบหลักต่อวิกฤตน้ำท่วม กทม. ในครั้งนี้คือ กรุงเทพมหานคร พร้อมกันนี้ ยังได้กางข้อมูลซัดการบริหารจัดการภัยพิบัติที่ล้มเหลวใน 4 ประเด็นสำคัญ

โดยประเด็นแรก นายสกลธี อภิปรายว่า เรื่องการพร่องน้ำ แม้ กทม. จะอ้างปริมาณน้ำฝนสะสมเกิน 300 มิลลิเมตร แต่ข้อเท็จจริงคือ กรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งเตือนล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน แต่ กทม. กลับเพิ่งมาเร่งสูบและพร่องน้ำในวันที่ 25 กันยายน ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ฝนถล่ม กทม. อย่างหนัก สะท้อนถึงการแก้ปัญหาแบบวิ่งไล่ตามเหตุการณ์ ทั้งที่ตลิ่งคลองส่วนใหญ่เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กที่รองรับการพร่องน้ำล่วงหน้าได้

น้ำท่วม กรุงเทพ

ประเด็นที่สอง นายสกลธี กล่าวว่า ระบบเตือนภัย Cell Broadcast ล้มเหลว ฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2569 ทำให้น้ำท่วมสูงในพื้นที่ร่มเกล้า คลองจั่น และบางกะปิ ตั้งแต่ช่วงเช้ามืด แต่ กทม. กลับส่งสัญญาณเตือนภัยช้าไปถึง 15 ชั่วโมง โดยมาแจ้งเตือนในเวลา 09.22 น. ของวันเสาร์ ส่งผลให้ประชาชนหลายหมื่นชีวิตต้องติดค้างและจมน้ำสูงถึงระดับอก ซึ่งความผิดพลาดนี้ผู้ว่า กทม. และทีมงานจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้

ประเด็นที่สาม ขาดศูนย์บัญชาการและการช่วยเหลือที่ล่าช้า นายสกลธี ระบุว่า น้ำท่วมตั้งแต่วันเสาร์ แต่ กทม. กลับใช้เวลาถึง 3 วัน จนถึงวันจันทร์ จึงเริ่มขยับและตั้งศูนย์ประสานงาน โดยในช่วงเวลาดังกล่าวไม่มีเจ้าหน้าที่เขตลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน พร้อมระบุว่าในยามวิกฤตประชาชนไม่ได้ต้องการคนที่มาไลฟ์สดบอกระดับน้ำ แต่ต้องการผู้บัญชาการที่กล้าสั่งการและรับผิดชอบตั้งแต่นาทีแรก

ประเด็นสุดท้าย การปรับผังเมืองใหม่ปี 2570 ตัดพื้นที่รับน้ำ นายสกลธี ได้เปิดสไลด์เปรียบเทียบร่างผังเมือง กทม. ใหม่ ที่จะใช้ในปี 2570 กับผังเมืองเดิมปี 2556 โดยชี้ให้เห็นว่า พื้นที่สีเขียวทะแยงซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรมสำหรับรองรับน้ำโซนตะวันออก ถูกเปลี่ยนเป็นพื้นที่สีเหลืองสำหรับการอยู่อาศัย นอกจากนี้ บึงรับน้ำและแก้มลิงสำคัญ 5 แห่ง เช่น บึงหมู่บ้านชวนชื่น บางเขน, บึงหมู่บ้านมณียา, บึงสวนสยาม, บึงหมู่บ้านชวนชื่นพาร์ควิลล์ และบึงหมู่บ้านเคซีเลควิว กลับหายไปจากผังเมือง

“ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย สั่งชะลอการประกาศใช้ผังเมืองใหม่ดังกล่าว เนื่องจากหวั่นว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ จนทำให้ กทม. สูญเสียพื้นที่รับน้ำธรรมชาติ และอุโมงค์ยักษ์ไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมได้อย่างแท้จริง” สส.ประชาธิปัตย์ เน้นย้ำ