“รองเจ๋ง” เปิดโต๊ะฟังเสียงสะท้อน 25 องค์กรเครือข่ายไทยพุทธชายแดนใต้ พร้อมวางแนวทางขับเคลื่อนสันติสุข

ชนธัญ องค์กรพุทธ

ปัตตานี, 29 กันยายน 2569 – “รองเจ๋ง” นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการ รักษาราชการแทน (รรท.) เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นำผู้บริหารร่วมหารือกับเครือข่ายไทยพุทธจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 25 องค์กร ตลอดจนภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและร่วมกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนงานของเครือข่ายให้เกิดความเป็นเอกภาพและเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น โดยมี พระโสภณวัชรบัณฑิต ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์ปัตตานี และ พลเอก มณี จันทร์ทิพย์ ที่ปรึกษากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เข้าร่วม ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดปัตตานี

โดยการหารือครั้งนี้ได้เปิดเวทีให้ตัวแทนเครือข่ายไทยพุทธจากหลากหลายภาคส่วนได้สะท้อนปัญหา ความต้องการ และข้อเสนอจากพื้นที่โดยตรง ทั้งประเด็นการดูแลและสนับสนุนจากภาครัฐ ความปลอดภัยและวิถีชีวิต ความสัมพันธ์ระหว่างต่างศาสนิก การประกอบอาชีพและการสร้างงานให้กับคนไทยพุทธที่ต้องการกลับคืนถิ่น การศึกษาของเยาวชน ตลอดจนการส่งเสริมประเพณี วัฒนธรรม ฯลฯ รวมถึงแนวทางการทำงานร่วมกับภาครัฐ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

ชนธัญ แสงพุ่ม

นายชนธัญ กล่าวว่า การรับฟังความคิดเห็นจากเครือข่ายในครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้ภาครัฐเข้าใจสถานการณ์ ความต้องการ และข้อจำกัดของประชาชนในพื้นที่มากยิ่งขึ้น โดย ศอ.บต. พร้อมนำข้อเสนอจากเครือข่ายไปพิจารณาและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการทำงานที่เชื่อมโยงกัน ทั้งภาครัฐ ภาคศาสนา และภาคประชาชน

“การขับเคลื่อนจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องเดินไปพร้อมกัน โดยต้องรับฟังเสียงของคนในพื้นที่และนำข้อเสนอไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม สิ่งสำคัญคือการสร้างความเข้าใจและการอยู่ร่วมกันท่ามกลางความหลากหลาย ด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน” รรท. เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าว และยืนยันว่าจะนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอจากเครือข่ายไทยพุทธไปบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาแนวทางให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่สร้างความเข้มแข็งของเครือข่าย และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกกลุ่มสู่การอยู่ร่วมกันบนความหลากหลาย อย่างเข้าใจ เคารพซึ่งกันและกัน และร่วมกันขับเคลื่อนจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปสู่สังคมแห่งสันติสุขอย่างยั่งยืน