ปธ.กมธ.ท่องเที่ยว ติดตามศาสนสถาน แหล่งวัฒนธรรม หลังน้ำท่วมใหญพร้อมดันเวียงสา จังหวัดน่านขึ้นแท่นการท่องเที่ยวแห่งใหม่

คณะกรรมาธิการ การท่องเที่ยวสภาผู้แทนราษฎรลงพื้นที่ จังหวัดน่านสำรวจพระธาตุแช่แห้ง วัดภูมินทร์ และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์หลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ เดินหน้าผลักดันการท่องเที่ยวชูผ้าทอชุมชน สร้างรายได้ วางเป้าอำเภอเวียงสาจากเส้นทางผ่านสู่ปลายทางการท่องเที่ยวเชิงศรัทธาควบคู่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับการท่องเที่ยวสู่ความเป็นสากล

พันโท ดร.สินธพ แก้วพิจิตร สส.นครปฐม ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร เผยหลังลงพื้นที่จังหวัดน่านพร้อมด้วยพร้อมด้วยนายประสิทธิ์ โนทะ ส.ส. น่าน ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ พร้อมคณะเพื่อศึกษาดูงานการบริหารจัดการการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้านศาสนาศิลปวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่น ซึ่งได้มีการลงพื้นที่หลายแห่ง อาทิ พระธาตุแช่แห้ง อำเภอภูเพียง ซึ่งเป็นศาสนาสถานที่สำคัญคู่บ้านคู่เมืองและเป็นพระธาตุในดินแดนล้านนาที่มีความโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรม ศิลปกรรมโดยเป็นส่วนร่วมศรัทธาของชาวจังหวัดน่าน ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังจังหวัดน่านเพื่อสักการะ สะท้อนถึงศักยภาพของการนำต้นทุนทางศาสนาและวัฒนธรรมมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

จากนั้นคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวฯ ลงพื้นที่วัดภูมินทร์ อำเภอเมืองน่านซึ่งเป็นโบราณสถานที่สำคัญและเป็นแลนด์มาร์ก ที่นักท่องเที่ยวนิยมเข้ามาเยี่ยมชมและสักการะ โดยเฉพาะการเข้าช มภาพ “ ปู่ม่านย่าม่าน” หรือภาพกระซิบรักบันลือโลก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของจังหวัดน่านที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติทั่วโลกโดยมีอายุเก่าแก่กว่า 400 ปี โดยเมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2569 จังหวัดน่านได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝนตกสะสมและน้ำป่าไหลหลาก มีมวลน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจใจกลางเมืองบริเวณวัดภูมินทร์ ทำให้เกิด รอยแตกร้าวบริเวณฐานรากพระอุโบสถ รวมถึงการทรุดตัวทางด้านทิศตะวันออก มีความจำเป็นต้องได้รับการบูรณะอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันการกระทบต่อโครงสร้างของโบราณสถานและจิตรกรรมฝาผนังอันทรงคุณค่า โดยมีการวางแผนใช้งบประมาณรวม 45 ล้านบาทในการบูรณะแบ่งออกเป็นสามช่วง

วันเดียวกันคณะได้เยี่ยมชมซุ้มอุโมงค์ลีลาวดีบริเวณพิพิธภัณฑ์แห่งชาติน่าน ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญและได้รับความนิยมอีกแห่งซึ่งสะท้อนความเป็นจังหวัดน่านได้อย่างเด่นชัด โดยคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวฯ ยังได้เยี่ยมชมศาสนสถานและแหล่งสำคัญทางวัฒนธรรมด้วยวิธีการนั่งรถรางชมเมือง ซึ่งเทศบาลเมืองน่านได้จัดให้บริการ ในการนำเที่ยวซึ่งมีสถานที่สำคัญหลายแห่งอาทิวัดสวนตาลซึ่งเป็นที่สถานของพระเจ้าทองทิพย์ พระพุทธรูปสัมฤทธิ์โบราณคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัด ขณะเดียวกันยังได้เยี่ยมชุมชนและบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ซึ่งพบว่าหลายแห่งมีความเสียหายทั้งบ้านเรือนทรัพย์สินและพื้นที่โดยรอบ ซึ่งได้มีการเก็บข้อมูล เพื่อประกอบ ในการพิจารณาหาแนวทางฟื้นฟูและป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้คณะกรรมาธิการฯ ได้เยี่ยมชมศูนย์รวม เสื้อผ้าพื้นเมืองและผ้าทอมือน่าน ณ ร้านน่านบุรี ซึ่งเป็นการรวบรวมผ้าทอจากหลายชุมชนโดยมีการนำความต้องการของตลาดมาเชื่อมโยงกับผู้ผลิตให้สามารถวางแผนผลิตให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค ลดการตกค้างของสินค้าสต๊อกและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์

ซึ่งจากการสำรวจพื้นที่ยัง เล็งเห็นถึงการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ตั้งแต่ช่างทอ ผู้ออกแบบ ผู้ตัดเย็บ จนไปถึงผู้จัดจำหน่ายและนำผ้าทอไปประยุกต์ผสมผสานกับผลิตภัณฑ์อย่างอื่น เช่นเครื่องเงิน เครื่องจักสาน เพื่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่และเพิ่มมูลค่าทางการตลาด โดยกระตุ้นการจำหน่ายทั้งด้านออนไลน์ให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ยังได้ลงพื้นที่ด่านห้วยน้ำอุ่น อำเภอเวียงสา เพื่อประชุมและรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายพัฒนาอำเภอเวียงสา ให้มีศักยภาพทางด้านการท่องเที่ยวและสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชน ซึ่งมีต้นทุนทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม โดยเฉพาะรอยพระบาทแรกบนแผ่นดินน่าน ซึ่งมีการปรับมุมมองภูมิทัศน์อาคารและสิ่งอำนวยความสะดวก การบริหารจัดการขยะและแหล่งน้ำ รวมถึงการพัฒนาศูนย์จำหน่ายสินค้าโอทอป ร้านกาแฟ และจุดพักกรถให้เป็นระเบียบเพื่อยกระดับให้เป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยว

พันโทดร. สินธพ กล่าวว่า การพัฒนาพื้นบ้านมีสิ่งที่จำเป็นคือต้องมีการร่วมมือระหว่าง สส.ใน ในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยควรเริ่มดำเนินการเป็นลำดับขั้นตอน พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาพื้นที่ เพื่อยกระดับให้อำเภอเวียงสาได้มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวมากขึ้น

ในการลงพื้นที่ดูงานครั้งนี้คณะกรรมาธิการฯ ยังได้มีการศึกษาดูงานด้านการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศรัทธาควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ วัดถ้ำเชตวัน อำเภอนาน้อย หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า วัดครูบาน้อย ซึ่งตั้งอยู่ในหุบเขาเชตวัน ตำบลสันทะ โดยเดิมเป็นพื้นที่ถ้ำรร้างก่อนที่ครูบาน้อย ญาณวิไชย จะเข้ามาบุกเบิกและพัฒนาเป็นพุทธสถาน จนมีชื่อเสียงโด่งดังในปัจจุบัน

ในโอกาสนี้ได้มีการจัดการแสดงของกลุ่มแม่บ้านและกลุ่มผู้สูงอายุของบ้านถ้ำเชตวัน พร้อมร่วม พิธีเจริญภพมนต์ เยี่ยมชมถ้ำปฏิบัติธรรมและนั่งสมาธิ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวด้านศรัทธาควบคู่กับการมีส่วนร่วมของชุมชน

สำหรับการลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการฯ ในครั้งนี้มีเป้าหมายในการมุ่งรับฟังปัญหา และข้อเสนอจากคนในพื้นที่เพื่อนำไปสู่แนวการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดน่านซึ่งมีความหลากหลายทั้งด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงศรัทธา และการต่อยอดสินค้าชุมชนควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยสามารถสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้อย่างยั่งยืน โดยจังหวัดน่านถือเป็นจังหวัดที่มีเสน่ห์และเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมากและสามารถยกระดับก้าวขึ้นไปสู่แหล่งท่องเที่ยวในระดับโลกได้เช่นกัน