ชาว ม.ออมทอง บุกจเรตำรวจ เร่งรัดสอบวินัย ตร.สภ.บางปู เหตุดองคดีพิพาทวัดดัง ปมถูกขับไล่ที่

สุรีย์ญา แสงรอด

สำนักงานจเรตำรวจ กรุงเทพฯ, 24 กันยายน 2569 – กลุ่มตัวแทนผู้เสียหายโครงการ “บ้านออมทอง” ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ นำโดย นางสาวสุรีย์ญา แสงรอด เดินทางเข้ายื่นหนังสือติดตามความคืบหน้า เพื่อขอให้เร่งรัดการตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการทางวินัยแก่พนักงานสอบสวน สภ.บางปู และผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง กรณีประวิงเวลาและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยมี พล.ต.ท.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ จเรตำรวจ (จตร.), พล.ต.ต.เจนกมล คำนวล รอง จตร. และ พันตำรวจโท นัฏฐ์ โกมุทธพงศ์ เป็นผู้รับเรื่อง

นางสาวสุรีย์ญา เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากระบวนการยุติธรรมในระดับพื้นที่ถูกประวิงเวลาอย่างมีเงื่อนงำ ประชาชนผู้เดือดร้อนได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีอาญา มาตรา 157 กับกลุ่มคู่กรณี และทำหนังสือยื่นความประสงค์ขอให้ส่งสำนวนไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อให้ไต่สวนตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่พนักงานสอบสวน สภ.บางปู กลับละเลยฝ่าฝืน และฝืนสรุปสำนวนทำความเห็น “สั่งไม่ฟ้อง” ส่งไปยังสำนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ จนกระทั่งต่อมา สำนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ ได้มีหนังสือส่งคืนสำนวนการสอบสวน (ที่ อส 0058(สป)/3680) โดยระบุไว้ในหนังสืออย่างชัดเจนว่า พนักงานสอบสวน สภ.บางปู ไม่มีอำนาจพิจารณาสอบสวนและสั่งการในคดีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ พร้อมแจ้งให้ สภ.บางปู ส่งสำนวนไปยังสำนักงาน ป.ป.ช. โดยเร็ว

“หากพนักงานสอบสวนปฏิบัติตามกฎหมายโดยส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ตั้งแต่แรก คดีทุจริตย่อมเข้าสู่กระบวนการไต่สวนส่วนกลางทันที แต่การประวิงเวลาและทำความเห็นสั่งไม่ฟ้องทั้งที่ไม่มีอำนาจของตำรวจพื้นที่ กลับกลายเป็นช่องทางเปิดโอกาสให้ฝ่ายคู่กรณีนำเหตุแห่งสัญญาที่ไม่ชอบ มาใช้ฟ้องกลั่นแกล้งขับไล่ชาวบ้านและยึดบ้านเรือนประชาชนอย่างไม่เป็นธรรม หากชาวบ้านไม่ออกมาติดตามที่ส่วนกลางด้วยตัวเอง เรื่องก็คงถูกยื้อและดองไว้จนชาวบ้านต้องสูญเสียบ้านเรือนไปทั้งหมด” ตัวแทนผู้เสียหายระบุ

นางสาวสุรีย์ญา กล่าวว่า การเดินทางมาติดตามผลทางวินัยจากสำนักงานจเรตำรวจในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้ง แต่ต้องการความยุติธรรม เพราะผลการสอบสวนและผลการดำเนินการทางวินัยจากสำนักงานจเรตำรวจ จะถูกนำไปใช้เป็น “พฤติการณ์ความผิดและพยานหลักฐานสำคัญ” ยื่นประกอบสำนวนการไต่สวนอย่างเป็นทางการต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. (ส่วนกลาง), กองบังคับการปราบปราม (CIB), สำนักงาน ปปง. และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีอาญา มาตรา 157 และขยายผลอายัดทรัพย์สินขบวนการฟอกเงินอย่างถึงที่สุด “เอกสารเลขรับ 1970 อยู่ในมือสำนักงานจเรตำรวจแล้ว วันนี้เรามาเพื่อติดตามและขอให้เร่งรัดตรวจสอบตามขั้นตอน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ประชาชน และนำหลักฐานพฤติการณ์ความผิดที่เกิดขึ้น ไปขยายผลฟ้องคดีอาญาส่วนกลางต่อทันที ไม่มีคำว่าถอยแน่นอน!”

ด้านลุงชม อายุ 90 ปี ประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านออมทอง เปิดเผยกับสื่อมวลชนด้วยว่า ตนรู้สึกตกใจที่โดนหมายศาลฟ้องขับไล่โดยมีคู่กรณีเป็นวัดดังย่านบางปู วันนี้จึงมาร้องขอความเป็นธรรมกับทางจเรตำรวจและสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้อำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนเพราะตนเองก็อายุมากแล้ว ไม่มีหนทางที่จะไปหาที่อยู่ใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีหมู่บ้านออมทองนั้น เป็นกรณีพิพาทเกี่ยวกับที่ดินและอาคารซึ่งเป็นทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงประเด็นสัญญาที่เป็นโมฆะกรรม โดยมีตัวละครสำคัญและผู้ร่วมขบวนการเกี่ยวข้องหลายฝ่าย ตั้งแต่วัดชื่อดัง เจ้าอาวาส ไวยาวัจกร กรรมการชุมชน ตลอดจนนายทุน ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่รัฐบางราย ใน ต.บางปูใหม่ เนื่องจากชาวบ้านเชื่อว่าทางวัดมีพฤติการณ์ฉ้อโกงประชาชนเป็นปกติธุระ หลังมีการนำที่ดินที่ของวัดมาปล่อยขายให้กับชาวบ้านในลักษณะโครงการบ้านจัดสรร และให้สิทธิ์ในการเช่าที่ดินถาวร ตั้งแต่ปี 2537 แต่ภายหลังทางวัดกลับเปลี่ยนสัญญา และยื่นฟ้องขับไล่ชาวบ้าน หวังยึดอาคารบ้านเรือนของชาวบ้าน โดยกรณีดังกล่าวชาวบ้านได้แจ้งความวัด และไวยาวัจกรวัด ที่สภ.บางปูแล้ว ตั้งแต่กรกฎาคม 2568 แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากตำรวจระบุว่าเป็นคดีแพ่ง แต่อัยการจังหวัดสมุทรปราการพิจารณาแล้วเห็นว่าคดีนี้มีมูลความผิดการทุจริตต่อหน้าที่ตามหนังสือของ อัยการ ที่ อส 0058(สป)/3680