กทม.ถกผู้ประกอบการถนนข้าวสาร เดินหน้าดึงกิจการเข้าสู่ระบบ ย้ำร้านอาหารต้องทำตามใบอนุญาต หากเข้าข่ายสถานบริการต้องขออนุญาตให้ถูกต้อง พร้อมคุมเสียง ทางหนีไฟ และความปลอดภัย หวัง “ข้าวสาร” เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่สนุก ปลอดภัย ไม่รบกวนชุมชน และทุกฝ่ายเดินหน้าธุรกิจได้ภายใต้กฎหมาย

(24 ก.ย. 69) เวลา 13.00 น. พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมร่วมกับผู้ประกอบการค้าในพื้นที่ถนนข้าวสาร เพื่อหารือแนวทางการประกอบกิจการให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยกล่าวว่า แนวทางสำคัญที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์) ให้ไว้มี 4 เรื่อง ได้แก่ 1. ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด 2. ให้ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งด้านอัคคีภัย โครงสร้างอาคาร และการประกอบกิจการ 3. ต้องไม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ชุมชน และ 4. ต้องเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถประกอบอาชีพได้ โดยข้อ 4 จะเดินหน้าได้อย่างยั่งยืน เมื่อ 3 ข้อแรกมีความชัดเจนและปฏิบัติได้จริง
ที่ประชุมได้หารือถึงปัญหาการขอใบอนุญาตประกอบกิจการที่มีการแสดงดนตรี ซึ่งในทางปฏิบัติมีความเชื่อมโยงระหว่างกฎหมายด้านสาธารณสุขและกฎหมายควบคุมอาคาร โดยเห็นร่วมกันว่า การพิจารณาใบอนุญาตตามกฎหมายสาธารณสุขกับการตรวจสอบตามกฎหมายควบคุมอาคารควรแยกพิจารณาตามอำนาจของกฎหมายแต่ละฉบับ เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการต้องติดขัดจากกระบวนการที่ซ้ำซ้อนโดยไม่จำเป็น ปัจจุบันมีผู้ประกอบการบางรายเริ่มยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการที่มีการแสดงดนตรีแล้ว สำนักงานเขตพระนครจะเร่งตรวจสอบด้านสุขลักษณะ ความปลอดภัย และเอกสารที่เกี่ยวข้อง พร้อมประสานฝ่ายโยธาในกรณีที่ต้องตรวจสอบประวัติและสภาพอาคาร เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าสู่ระบบได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว
ที่ประชุมย้ำว่า การได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการร้านอาหารหรือใบอนุญาตให้มีการแสดงดนตรี ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถประกอบกิจการในลักษณะสถานบริการได้ ผู้ประกอบการต้องดำเนินกิจการให้ตรงตามประเภทใบอนุญาต หากมีลักษณะการประกอบกิจการเข้าข่ายสถานบริการ ต้องดำเนินการขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ
“เราอยากให้ทุกอย่างกลับมาเริ่มต้นบนกติกาเดียวกัน คุณได้รับอนุญาตเป็นร้านอาหารก็ต้องประกอบกิจการในลักษณะร้านอาหาร ถ้ามีดนตรีก็ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต ส่วนผู้ที่ต้องการประกอบกิจการในลักษณะสถานบริการก็ต้องเข้าสู่กระบวนการขออนุญาตให้ถูกต้อง เป้าหมายคือทำสิ่งที่อยู่นอกระบบให้กลับเข้ามาอยู่ในระบบ” พล.ต.อ.อดิศร์ กล่าว
สำหรับการควบคุมเสียง ที่ประชุมขอให้ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับ ระดับความดัง ทิศทางการติดตั้งและหันลำโพง ตำแหน่งการแสดงดนตรี และผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ เนื่องจากที่ผ่านมาในพื้นที่มีลักษณะการเปิดเสียงแข่งขันกัน รวมถึงมีลำโพงบางจุดหันออกสู่พื้นที่สาธารณะ ส่งผลให้เสียงกระจายออกนอกร้าน โดยสำนักงานเขตพระนคร สำนักอนามัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะหารือหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมเพิ่มเติม รวมถึงแนวทางการใช้เครื่องตรวจวัดระดับเสียง เพื่อให้สามารถควบคุมเสียงได้อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ที่ประชุมเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยด้านอัคคีภัย ทางหนีไฟ การดัดแปลงอาคาร และการเปิดทางออกฉุกเฉิน โดยผู้ประกอบการต้องไม่ปิดกั้นทางหนีไฟหรือจัดวางสิ่งของในลักษณะที่เป็นอุปสรรคต่อการอพยพ รวมถึงต้องดูแลการจัดวางโต๊ะ เก้าอี้ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ให้กีดขวางพื้นที่สาธารณะและเส้นทางสัญจร
พล.ต.อ.อดิศร์ กล่าวด้วยว่า หลังจากนี้สำนักงานเขตพระนครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบ หากพบผู้ประกอบการฝ่าฝืนกฎหมายหรือเงื่อนไขใบอนุญาตซ้ำ จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย รวมถึงพิจารณามาตรการเกี่ยวกับใบอนุญาตตามอำนาจหน้าที่ โดยขอให้สมาคมผู้ประกอบการค้าถนนข้าวสารช่วยสื่อสารกับสมาชิกและเจ้าของอาคารให้เข้าใจแนวทางเดียวกัน
ด้านผู้แทนสมาคมผู้ประกอบการค้าถนนข้าวสารยืนยันพร้อมสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบ และเห็นด้วยกับการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ฝ่าฝืน พร้อมเสนอให้ทุกฝ่ายร่วมกันพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวของถนนข้าวสารให้มีความสมดุลมากขึ้น เนื่องจากระดับเสียงที่ดังเกินไปอาจส่งผลต่อประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวและชุมชนโดยรอบ
“ข้าวสารจะเดินต่อได้ต้องอาศัยทั้งผู้ประกอบการ สมาคม ชุมชน ตำรวจ และกรุงเทพมหานครร่วมกันกำหนดกติกา และเคารพกติกานั้น เป้าหมายไม่ใช่ทำให้ข้าวสารหมดความสนุก แต่ต้องเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่สนุก ปลอดภัย ไม่รบกวนผู้อื่น และทุกฝ่ายสามารถประกอบอาชีพได้ภายใต้กฎหมาย” พล.ต.อ.อดิศร์ กล่าว
ในการนี้ ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารเขตพระนคร ผู้บริหารสำนักการโยธา สำนักอนามัย สำนักเทศกิจ กองบัญชาการตำรวจนครบาล สถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม ผู้ประกอบการ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องเพชรพระนคร ชั้น 5 สำนักงานเขตพระนคร

