“การดี” จี้ สตง.สอบ TH-AI Passport ปมค่าหัว 24.70 บาท-ข้อตกลงคุณธรรม

การดี’ ปชป. เผยร้อง สตง. สอบ TH – AI Passport ชี้ 2 ปมใหญ่สุดย้อนแย้ง นิยามผู้ใช้ Generative AI ไม่ชัดเจน จ่ายคงที่หัวละ 24.70 บาท บอกไม่เข้า ‘ข้อตกลงคุณธรรม’ เหตุทำข้ามขั้นตอน จี้สอบหากพบมูลส่ง ป.ป.ช. ฟันต่อทันที

วันนี้ (23 ก.ย. 69) นางการดี เลียวไพโรจน์ สส. บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวกรณีความคืบหน้าในการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 21 กันยายน ตนเองได้ยื่นหนังสือต่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ให้เข้ามาตรวจสอบเรื่องการใช้เงินใน 7 ประเด็น ซึ่งมี 2 ประเด็นที่ได้พูดคุยกันอย่างกว้างขวางคือ 1. เร่งให้ สตง. ตรวจเงินทางด้านการใช้ คำนิยามผู้ใช้งานระดับสร้างสรรค์สิ่งใหม่ซึ่งเป็นฐานการเบิกจ่ายเงินแผ่นดินกว่าพันล้าน แต่โครงการนี้ออกมาแล้ว 3 สัปดาห์ ยังไม่มีความชัดเจนในกระบวนการ พอลงลึกไปในสัญญาที่แก้ไขเพิ่มเติม มีเพียงแค่ค่าดำเนินงานงวดคงที่ และค่าฝั่ง Generative AI ซึ่งคำนวณตามจำนวนผู้ใช้งานระดับสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ในอัตรา 24 บาท 70 สตางค์ต่อคนต่อเดือน

นางการดี ระบุว่า สัญญาที่แก้ไขเพิ่มเติมได้นิยามคำว่าผู้ใช้งานระดับสร้างสรรค์สิ่งใหม่ หมายถึง ผู้ใช้งานบริการแพลตฟอร์ม Generative AI โดยเข้าเรียนในระบบและมีคะแนนสะสมในแต่ละเดือนตามเกณฑ์ที่ผู้ว่าจ้างกำหนด ตนอ่านครั้งแรกรู้สึกดีกว่าการเหมาจ่ายแบบเดิม ซึ่งสิ่งที่ตนอยากเรียกร้อง คือเกณฑ์การนับยังไม่ได้กำหนดในสัญญาที่ชัดเจน ซึ่งส่วนต่างทางการเงินในการสร้างแรงจูงใจตรงนี้มีมูลค่าสูง สิ่งที่อยากให้หน่วยงานเร่งชี้แจงและให้ สตง. เร่งตรวจ คือ การนับคะแนนสะสมหรือการนับผู้ใช้งานระดับสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่พูดว่าจะกำหนดเป็นอย่างไรกันแน่เพื่อให้เกิดความชัดเจน หากดูในสัญญาและกรรมการตรวจรับ สัญญาตามตัวหนังสือก็อาจจะไม่ให้เกิดความเสียหายกับประเทศและงบประมาณได้

นางการดี กล่าวว่า ตนเองไม่มีเจตนาพูดถึงเรื่องการสร้างจำนวนตัวเลขปลอมเพราะการเข้าถึงแพลตฟอร์มต้องใช้ ThaID เข้าอยู่แล้ว แต่ตนหมายถึงคำจำกัดความของการนับ ส่วนประเด็นที่ 2 ที่เราถกเถียงกันมาคือเรื่องการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขว่าด้วยข้อตกลงคุณธรรมตามที่ TOR กำหนดไว้ ถ้าพูดถึงการเข้าร่วมข้อตกลงคุณธรรม ปกติแล้วต้องเข้าร่วมตั้งแต่การร่าง TOR แต่ตามไทม์ไลน์ในวันที่ 12 พ.ย. 2568 สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ได้รับอนุมัติเงิน 1,650 ล้านบาท, 18 พ.ย. 2568 ยื่นขอเข้าข้อตกลงคุณธรรม, 15 ธ.ค. 2568 ประกาศร่าง TOR เสร็จเรียบร้อยไปแล้วก่อนที่คณะกรรมการจะประชุมตัดสินใจ, 17 ธ.ค. 2568 คณะอนุกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริตมีมติไม่คัดเลือก TH-AI Passport เข้าข้อตกลงคุณธรรม ด้วยเหตุผลว่าโครงการจัดซื้อจัดจ้างล่วงขั้นตอนการจัดทำร่าง TOR แล้วจึงไม่เข้าเงื่อนไข

จากนั้น 22 ธ.ค. 2568 กรมบัญชีกลางออกหนังสืออย่างเป็นทางการถึง สดช. แม้ไม่ได้รับคัดเลือกในวันที่ 24 ธ.ค. 2568 แม้ไม่ได้รับคัดเลือก สดช. ยังลุยประกาศเชิญชวนเผยแพร่ TOR ต่อ สำหรับตนเห็นว่าไม่ใช่เหตุที่จะปล่อยผ่านไปได้ ซึ่งใน TOR เดิมกำหนดไว้ชัดในข้อ 3.16 ว่า ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงนามในข้อตกลงคุณธรรมกรณีการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งในข้อ 3.15 กำหนดว่าผู้ยื่นเสนอจะต้องมีนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง วันนี้การที่หน่วยงาน บอกว่าไม่ได้รับคัดเลือก

“ในปกติทั่วไปเราต้องเริ่มโครงการข้อตกลงคุณธรรม ตั้งแต่ร่าง TOR วันนี้ก็เห็นชัดว่าเป็นการรีบทำไปก่อน รีบทำอย่างรวดเร็ว แม้ว่า TOR ของตัวเองเป็นข้อกำหนดไว้ ก็ออกมาอย่างที่เห็นว่าแม้จะไม่ร่วมโครงการ แต่อย่างไรก็ดีก็ยังที่จะเดินหน้าเรื่องนี้ต่อไป” นางการดี กล่าว

นางการดี กล่าวว่า สิ่งที่ควรจะเป็น หากย้อนเวลากลับไปได้ก็น่าจะมีอยู่ 2 ทาง ทางแรกคือถ้าไม่ผ่านแบบนี้ ก็แก้ไขใน TOR ทางเลือกที่สอง คือเริ่มกระบวนการร่าง TOR ใหม่ให้ถูกต้อง และร่วมกระบวนข้อตกลงคุณธรรมให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ถ้าจะมากล่าวอ้างว่าทำให้โครงการนี้เสียเวลาก็ต้องบอกว่าไม่เสียมาก เพราะการเริ่มต้นใหม่และมีผู้สังเกตการณ์จะทำให้ กระบวนการเป็นไปได้อย่างราบรื่นยิ่งกว่า

“โครงการนี้ทำผิดในกฎเกณฑ์ตัวเอง ที่เขียนเอาไว้เองแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้ขอตั้งคำถามว่าแล้วโครงการนี้จะไปอย่างไรต่อ TOR ที่ทำ กรรมการจัดซื้อจัดจ้างปล่อยผ่านสิ่งนี้ไปได้อย่างไรมีความผิดหรือไม่ ทำให้โครงการนี้ยังเป็นโครงการที่ทำได้โดยชอบอีกหรือเปล่า เป็นสิ่งที่เราต้องตั้งคำถามและเร่งให้ สตง. เข้าตรวจสอบ” นางการดี กล่าว

เมื่อถามว่ารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี ออกมาระบุว่า เอกสารของกรมบัญชีกลาง ไม่ได้ระบุเหตุผลว่าทำไมโครงการดังกล่าว ถึงไม่ได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในข้อตกลงคุณธรรม นางการดี กล่าวว่า ตนเองรับทราบแล้วว่าโครงการไม่ได้รับการคัดเลือก แต่อย่างไร สดช. สามารถส่งโครงการในอนาคตให้มีระยะเวลาให้เหมาะสมกว่านี้ การไม่บอกว่าเป็นเพราะเหตุผลอะไร สำหรับตนนั้น ไม่ใช่ประเด็น โดยในรายงานการประชุม มีการระบุเหตุผลชัดเจนว่า โครงการนี้ล่วงเลย TOR มาแล้ว ดังนั้น การทำงานในลักษณะข้อตกลงคุณธรรม ถือว่าผิดขั้นตอน การบอกว่าไม่ทราบว่าเป็นเหตุผลอะไร แต่ปล่อยผ่านมาถึงจุดนี้ ในขณะที่ TOR ของหน่วยงาน ที่มีลายเซ็นครบ เขียนไว้ชัดเจน ตนคิดว่าไม่มีประเด็นอะไรที่จะมาสงสัย ว่าเขาไม่ได้ให้เหตุผล สำหรับตน มันคือคนละประเด็น

นางการดี ย้ำว่า หน่วยงาน และคณะอนุกรรมการเรื่องความโปร่งใสทุจริต หรือ คปท. เป็นหน่วยที่ต้องไปร้องขอ ทำข้อตกลงคุณธรรม แต่หน่วยงาน สดช. มีหน้าที่ตามกฎเกณฑ์ที่ตัวเองเขียนขึ้นมาเอง จึงเป็นเหตุให้ตนเองเรียกร้องให้ สตง. ตรวจสอบ และหากเห็นว่ามีมูลทุจริต ให้ส่งไปที่ ป.ป.ช. ต่อไป ที่ผ่านมา ตนเองเฝ้าถามหาตลอด ว่าโครงการใหญ่ โครงการซับซ้อนขนาดนี้ ทำไมไม่เอาผู้เชี่ยวชาญมาร่วมสังเกตการณ์ หรือดูว่าสิ่งที่ทำนั้น ถูกต้องหรือไม่ เพราะเราเริ่มเห็นปัญหาตั้งแต่เห็น TOR ที่ซับซ้อนย้อนแย้ง หากตนเองเป็นคนตรวจรับงานนี้ต้องเสียวสันหลังแล้ว เพราะมีความซับซ้อนในเชิงเทคนิคมาก เพราะเอกสารที่ส่งในชั้นกรรมาธิการ หรือส่งไปให้รัฐมนตรีโดยตรงในช่วงเดือนมิถุนายนและ กรกฎาคม ที่ผ่านมาก็พูดมาตลอด ย้ำว่า หากทำถูกต้องตั้งแต่ต้น อาจจะไม่มีความจำเป็นต้องมาวุ่นวายกันเรื่องนี้มากขนาดนี้ด้วยซ้ำ

ส่วนถือว่าเป็นเจตนาหมกเม็ดหรือไม่ นางการดี กล่าวว่า ตนเองไม่กล้ากล่าวหาในเจตนา แต่ตอนนี้ความผิดพลาด และกรรมที่เกิดขึ้นแล้วกับกฎที่ สดช. ได้เขียนเอง ทำเองทั้งหมด อนุมัติเองด้วย และวันนี้อยากให้มีการชี้แจงว่าเกิดอะไรขึ้น หากถามองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ลักษณะนี้แม้ว่าจะไม่ได้รับคัดเลือก แต่ไม่ได้หมายความว่า ความพยายามที่จะทำให้เกิดความโปร่งใส มันจะหมดความรับผิดชอบไปจากผู้บริหาร และเมื่อไปรับทราบมาแล้วยังมีโครงการอื่นที่ไม่ได้รับคัดเลือก อาจจะเป็นเรื่องระยะเวลา หรืองบประมาณ แต่สุดท้ายแล้วหากเกิน 1,000 ล้านบาท บางโครงการก็ถือว่าไปเริ่มหาข้อตกลงคุณธรรมด้วยตัวเอง และกลับมาเริ่มกระบวนการใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราได้รับทราบจากผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในคณะกรรมการชุดนี้ด้วย