นครหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงของจีน กำลังเร่งวางบทบาทตัวเองให้เป็นหนึ่งในจุดเชื่อมสำคัญด้านปัญญาประดิษฐ์ระหว่างจีนกับอาเซียน ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ศูนย์ความร่วมมือด้าน AI ตลอดจนการนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในภาคเศรษฐกิจและชีวิตประจำวันอย่างเป็นรูปธรรม

ภายใน China-ASEAN Artificial Intelligence Industry Innovation Center มีการนำเสนอตัวอย่างการพัฒนาและการใช้งาน AI ในหลายด้าน ตั้งแต่การแพทย์ การเกษตร การศึกษา บริการสาธารณะ เมืองอัจฉริยะ การเงินข้ามพรมแดน ไปจนถึงระบบโลจิสติกส์และด่านชายแดนอัจฉริยะ
เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ระบุว่า การพัฒนาอุตสาหกรรม AI ของกว่างซีในช่วงที่ผ่านมา สามารถมองได้จาก 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การได้รับการสนับสนุนในระดับประเทศ การได้รับการตอบรับจากประเทศอาเซียน และการได้รับความสนใจจากภาคธุรกิจ
หนึ่งในหมุดหมายสำคัญ คือการผลักดัน ศูนย์ความร่วมมือด้านการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์จีน–อาเซียน ซึ่งถูกวางให้เป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการเชื่อมโยงเทคโนโลยี AI ระหว่างจีนกับประเทศสมาชิกอาเซียน
ขณะเดียวกัน ในช่วงที่ผ่านมา ยังมีการจัดการแข่งขันด้าน AI ที่ดึงดูดทีมจากประเทศอาเซียนเข้าร่วมมากกว่า 600 ทีม ขณะที่บริษัทเทคโนโลยี AI ชั้นนำของจีนหลายแห่งก็เริ่มเข้ามาวางฐานและขยายกิจกรรมในกว่างซีมากขึ้น
อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญคือพื้นที่ที่เรียกว่า “Nan A AI Community” ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามศูนย์จัดแสดง โดยชื่อ “Nan A” มีความหมายเชื่อมโยงกับประเทศในซีกโลกใต้ ความร่วมมือใต้–ใต้ ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และหนานหนิงในฐานะจุดเชื่อมสำคัญ ส่วนตัวอักษร A หมายถึง Artificial Intelligence หรือ AI
ศูนย์จัดแสดงแห่งนี้ได้รับการพัฒนาจากอาคารที่เดิมถูกปล่อยว่าง โดยใช้เวลาปรับปรุงประมาณ 86 วัน ก่อนเปิดตัวต่อสาธารณชนในช่วงการจัดงาน China-ASEAN Expo
โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ลด Latency เชื่อมอาเซียน
หนึ่งในประเด็นที่ถูกนำเสนอ คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารระหว่างประเทศของหนานหนิง ซึ่งช่วยให้การเชื่อมต่อข้อมูลกับประเทศเพื่อนบ้านมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ในอดีต การรับส่งข้อมูลระหว่างพื้นที่ของจีนกับประเทศในเอเชียต้องอาศัยเส้นทางผ่านเมืองสำคัญก่อนเชื่อมต่อไปยังสิงคโปร์ ส่งผลให้มีค่าความหน่วง หรือ Latency ประมาณ 107 มิลลิวินาที
แต่หลังจากมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารระหว่างประเทศในหนานหนิง การเชื่อมต่อระหว่างหนานหนิงกับกรุงฮานอยของเวียดนามสามารถลดค่าความหน่วงลงเหลือประมาณ 5 มิลลิวินาที
โครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวถูกมองว่าเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการพัฒนา AI และบริการดิจิทัลข้ามพรมแดน โดยเฉพาะงานที่ต้องพึ่งพาการรับส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์
นอกจากนี้ ยังมีการผลักดันความร่วมมือในด้านเมืองอัจฉริยะ การประมวลผล การแพทย์ทางไกล และการเงินข้ามพรมแดน
ในด้านการเงิน ศูนย์ธุรกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Bank of China ได้เข้ามาตั้งฐานดำเนินงานในนครหนานหนิง และขยายกิจกรรมไปยังประเทศคู่ความร่วมมือหลายประเทศ รวมถึงไทยและฟิลิปปินส์ สะท้อนบทบาทของกว่างซีในการเชื่อมโยงระบบการเงินและการชำระเงินข้ามพรมแดนระหว่างจีนกับอาเซียน
AI จัดการจราจร ลดความแออัด
ในด้านเมืองอัจฉริยะ มีการนำเสนอระบบ AI สำหรับบริหารจัดการสัญญาณไฟจราจร โดยใช้อัลกอริทึมวิเคราะห์ปริมาณรถและปรับระยะเวลาของสัญญาณไฟตามสภาพการจราจรจริง
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ระบบดังกล่าวสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจราจรได้สูงสุดประมาณ 30%
กว่างซีมองว่า ระบบลักษณะนี้มีโอกาสนำไปประยุกต์ใช้ในอาเซียน เนื่องจากหลายประเทศในภูมิภาคมีพฤติกรรมการเดินทางที่พึ่งพารถจักรยานยนต์จำนวนมาก ขณะที่นครหนานหนิงก็มีการใช้รถจักรยานไฟฟ้าสองล้ออย่างแพร่หลาย จึงมีลักษณะการสัญจรบางส่วนที่ใกล้เคียงกัน
Smart Port เชื่อมจีน–เวียดนาม จากรอหลายวันสู่ระบบอัตโนมัติ
อีกหนึ่งโครงการสำคัญคือการพัฒนา ด่านชายแดนอัจฉริยะ หรือ Smart Port ตามแนวพรมแดนกว่างซี–เวียดนาม โดยมีแผนพัฒนาเส้นทางสำคัญ 3 จุด ได้แก่ ผู่ไจ้–เตินแท็ง โหย่วอี้กวาน–หูหงิ และตงซิง–มงก๋าย
ในระบบใหม่ มีการพัฒนาเส้นทางสำหรับขนส่งสินค้าแบบปิดความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร รองรับรถบรรทุกไร้คนขับ
ขั้นตอนเริ่มจากคนขับนำตู้คอนเทนเนอร์มาส่งยังพื้นที่รับส่งสินค้า จากนั้นเครนจะยกตู้ขึ้นรถบรรทุกไร้คนขับ เมื่อได้รับคำสั่งจากระบบ AI รถจะใช้เรดาร์ ระบบตรวจจับภาพด้วย AI เครือข่าย 5G และระบบดาวเทียมเป่ยโต่วในการเดินทางและผ่านกระบวนการศุลกากรแบบอัตโนมัติ
เมื่อเข้าสู่ฝั่งเวียดนาม รถไร้คนขับจะนำตู้สินค้าไปส่งยังพื้นที่รับตู้ ก่อนเดินทางกลับสู่ฝั่งจีน
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ในอดีต คนขับรถบรรทุกอาจต้องรอการผ่านแดนและส่งมอบสินค้านานถึงประมาณ 3 วัน แต่ระบบ Smart Port ช่วยให้กระบวนการส่วนใหญ่ดำเนินการได้โดยอัตโนมัติ และสามารถดำเนินการได้ภายในประมาณ 24 ชั่วโมง
AI การแพทย์ ตรวจธาตุเหล็กผู้ป่วยธาลัสซีเมียใน 2 วินาที
ในด้านการแพทย์ ศูนย์นำเสนอระบบ AI ที่พัฒนาโดยโรงพยาบาลในเครือมหาวิทยาลัยการแพทย์กว่างซี สำหรับตรวจประเมินปริมาณธาตุเหล็กสะสมในหัวใจและตับของผู้ป่วยธาลัสซีเมีย โดยเฉพาะกลุ่มอาการรุนแรง
ระบบใช้ AI ระบุและวิเคราะห์บริเวณที่ต้องตรวจโดยอัตโนมัติ ใช้เวลาประมาณ 2 วินาที โดยผู้พัฒนาระบุว่ามีความแม่นยำสูงถึง 98.2%
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการตรวจยังสามารถลดลงได้ประมาณสองในสามเมื่อเทียบกับวิธีเดิม ช่วยลดภาระด้านค่าใช้จ่ายของผู้ป่วย
ปัจจุบันมีโรงพยาบาลประมาณ 92 แห่งแสดงความสนใจที่จะนำระบบดังกล่าวไปใช้งานหรือร่วมมือในอนาคต
อีกเทคโนโลยีหนึ่ง คือระบบประเมินสุขภาพด้วย AI ตามแนวทางการแพทย์แผนจีน ซึ่งผสานการตรวจสีหน้า สีฝ่ามือ การซักถามอาการ และการตรวจชีพจรเข้ากับระบบประมวลผล
ตัวเครื่องใช้หลักการทางแสงในการตรวจจับชีพจร ก่อนประมวลผลร่วมกับข้อมูลอื่น เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ ระดับออกซิเจนในเลือด และแบบสอบถาม เพื่อจัดทำรายงานประเมินสุขภาพเบื้องต้นและคำแนะนำด้านการดูแลร่างกาย
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ระบบดังกล่าวไม่ได้ใช้งานเฉพาะในกว่างซี แต่มีการนำไปประยุกต์ใช้ในเวียดนาม ไทย และบางประเทศในแอฟริกาแล้ว
จีนผลักดันโมเดล AI เปิดกว้างและต้นทุนต่ำ
ในส่วนของโมเดล AI ขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่ระบุว่า จีนกำลังเร่งพัฒนาขีดความสามารถทั้งด้านโมเดลพื้นฐาน การประมวลผล และระบบโอเพนซอร์ส โดยมองว่าความได้เปรียบสำคัญของโมเดลจีนอยู่ที่การเปิดกว้างในการใช้งานและการควบคุมต้นทุน
มีการยกตัวอย่างความร่วมมือระหว่างกว่างซีกับอาเซียนผ่านการผลักดันโมเดลภาษาลาวขนาดใหญ่ ซึ่งถูกนำเสนอในฐานะตัวอย่างการพัฒนา AI สำหรับภาษาที่ไม่ได้เป็นภาษาสากล และสะท้อนความพยายามของจีนในการพัฒนา AI ให้รองรับความหลากหลายทางภาษาในภูมิภาค
ภายในศูนย์ยังมีการจัดแสดง 8 สาขาหลักของความร่วมมือด้าน AI ระหว่างกว่างซีกับอาเซียน ครอบคลุมทั้งการแพทย์ การเกษตร การศึกษา บริการสาธารณะ และภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ
ภาพรวมของ China-ASEAN Artificial Intelligence Industry Innovation Center จึงสะท้อนความพยายามของกว่างซีในการเปลี่ยนบทบาทจากพื้นที่ชายแดนของจีน ให้กลายเป็น จุดเชื่อมด้าน AI ดิจิทัล และนวัตกรรมระหว่างจีนกับอาเซียน
ตั้งแต่การลดเวลาการส่งข้อมูล การเพิ่มประสิทธิภาพด่านชายแดน การใช้ AI ในโรงพยาบาล ไปจนถึงระบบเมืองอัจฉริยะ ความร่วมมือเหล่านี้กำลังทำให้ AI ถูกนำออกจากห้องทดลอง และเข้าสู่โครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ และชีวิตประจำวันของผู้คนในภูมิภาคมากขึ้น
ภาพ-ข่าว
มณีนาถ อ่อนพรรณา เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงสาธารณรัฐประชาชนจีน

