จาก “ปลาทองแห่งท้องทะเล” สู่อุตสาหกรรมระดับโลก ฟาร์มปลาจวดเหลืองใหญ่แห่งซานตูอ่าว เมืองหนิงเต๋อ

กลางผืนน้ำกว้างของฟาร์มปลา ซานตูอ่าว (Sandu’ao) เมืองหนิงเต๋อ มณฑลฝูเจี้ยน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน กระชังเลี้ยงปลาจำนวนมากทอดตัวเรียงรายอยู่เหนือผิวน้ำ ที่นี่คือหนึ่งในพื้นที่สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรม ปลาจวดเหลืองใหญ่ หรือ Large Yellow Croaker (大黄鱼) ของจีน ปลาทะเลสีทองที่ไม่ได้เป็นเพียงอาหารขึ้นชื่อของฝูเจี้ยน แต่กำลังกลายเป็นสินค้าส่งออกไปยังตลาดทั่วโลก

ซานตูอ่าวมีลักษณะเป็นอ่าวธรรมชาติที่มีภูเขาโอบล้อม ช่วยลดผลกระทบจากคลื่นลม ขณะเดียวกันน้ำทะเลมีการถ่ายเทดี จึงกลายเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการเพาะเลี้ยงปลาจวดเหลืองใหญ่ โดยเฉพาะบริเวณกวนจิ่งหยาง (Guanjingyang) ซึ่งเป็นอ่าวชั้นในของซานตูอ่าว และเป็นแหล่งวางไข่ตามธรรมชาติที่สำคัญของปลาชนิดนี้มายาวนาน

เมื่อเดินทางเข้าสู่พื้นที่ฟาร์ม สิ่งที่เห็นไม่ได้มีเพียงกระชังปลาแบบดั้งเดิม แต่ยังมีระบบเพาะเลี้ยงที่นำ นายโหยว เว่ยเต๋อ ( 游伟德 )ประธานกรรมการบริษัท ฝูเจี้ยน ซานตูอ่าว ฟู้ดส์ จำกัด ( Fujian Sanduao Foods Co., Ltd. ) หนึ่งในบริษัทเพาะเลี้ยงฟาร์มปลาในซานตู๋อ่าว ( Shanda ‘ao ) ระบุว่า เทคโนโลยีเข้ามาช่วยมากขึ้น ตั้งแต่การผลิตลูกพันธุ์ การควบคุมคุณภาพน้ำ ระบบให้อาหารอัตโนมัติ ไปจนถึงการใช้กระชังที่สามารถรองรับปลาจำนวนมากขึ้น

ผู้ประกอบการในพื้นที่เล่าว่า ในอดีตการเลี้ยงปลาต้องอาศัยแรงงานคนและประสบการณ์ของชาวประมงเป็นหลัก อาหารปลาส่วนหนึ่งใช้ปลาขนาดเล็กเป็นวัตถุดิบ แต่ปัจจุบันมีการเปลี่ยนมาใช้อาหารเม็ด รวมถึงเครื่องให้อาหารอัตโนมัติ ทำให้สามารถควบคุมปริมาณอาหารและการเติบโตของปลาได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น

เทคโนโลยียังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในขั้นตอนการเพาะลูกปลา จากเดิมที่พื้นที่บ่อเพาะขนาดใกล้เคียงกันสามารถผลิตลูกปลาได้หลักหลายแสนตัว ปัจจุบันสามารถเพิ่มความหนาแน่นและจำนวนลูกพันธุ์ได้มากขึ้นจากการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์การเพาะเลี้ยง

อุตสาหกรรมปลาจวดเหลืองใหญ่ของหนิงเต๋อยังครอบคลุมตั้งแต่ การวิจัยและผลิตลูกพันธุ์ การเพาะเลี้ยง การแปรรูป การแช่แข็ง ระบบห้องเย็นและ Cold Chain ไปจนถึงการจำหน่ายในประเทศและส่งออกต่างประเทศ

ข้อมูลของทางการฝูเจี้ยนระบุว่า ในปี 2025 เมืองหนิงเต๋อผลิตปลาจวดเหลืองใหญ่ประมาณ 222,400 ตัน คิดเป็นราว 80% ของผลผลิตทั้งประเทศจีน และได้พัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงการส่งออกอย่างครบวงจร ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ปลาจวดเหลืองจากหนิงเต๋อถูกส่งไปมากกว่า 60 ประเทศและเขตเศรษฐกิจทั่วโลก

ตลาดต่างประเทศที่สำคัญมีทั้งเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะตลาดเกาหลีใต้ซึ่งมีความต้องการปลาจวดเหลืองในปริมาณสูง

อีกหนึ่งภาพที่เป็นเอกลักษณ์ของฟาร์มปลาจวดเหลืองแห่งซานตูอ่าว คือ การจับปลาในเวลากลางคืน

แม้จะมีชื่อว่า “ปลาจวดเหลืองใหญ่” แต่ในเวลากลางวัน ตัวปลาสามารถมองเห็นเป็นสีขาวเงินมากกว่าสีเหลือง เนื่องจากเม็ดสีเหลืองบนผิวหนังไวต่อแสงและรังสีอัลตราไวโอเลต ชาวประมงจึงนิยมจับปลาในช่วงกลางคืน เพื่อให้ปลายังคงมีสีเหลืองทองสดใส ซึ่งเป็นลักษณะทที่สำคัญลูกค้าส่วนใหญ่จะนิยมสีเหลืองเพราะเชื้อว่ามีสีทองมงคล

เมื่อถึงช่วงค่ำ ชาวประมงจะเริ่มยกอวนขึ้นจากกระชัง ปลาจวดเหลืองสีทองจำนวนมากถูกนำขึ้นมาคัดขนาด ก่อนผ่านกระบวนการรักษาความสด แช่น้ำแข็ง และเข้าสู่ระบบขนส่งควบคุมอุณหภูมิ เพื่อนำไปยังตลาดหรือโรงงานแปรรูป

แต่เรื่องราวของปลาจวดเหลืองในหนิงเต๋อไม่ได้มีเพียงความสำเร็จด้านเศรษฐกิจเท่านั้น

หลายสิบปีก่อน ทรัพยากรปลาจวดเหลืองตามธรรมชาติเคยลดจำนวนลงอย่างรุนแรงจากการจับปลาอย่างเข้มข้น ก่อนที่นักวิจัยและภาคการเพาะเลี้ยงในหนิงเต๋อจะพัฒนาเทคโนโลยีการเพาะพันธุ์人工 จนสามารถขยายการเพาะเลี้ยงในเชิงอุตสาหกรรมได้สำเร็จในช่วงทศวรรษ 1990

จากนั้น “ปลาหนึ่งตัว” ก็เริ่มสร้างอาชีพต่อเนื่องไปทั้งห่วงโซ่

ชาวประมงทำหน้าที่เลี้ยงปลาและดูแลกระชัง บางครอบครัวเพาะสาหร่ายเคลป์ สาหร่ายทะเล หอยเป๋าฮื้อ หรือปลิงทะเล ขณะที่อีกส่วนทำงานในโรงงานแปรรูป ระบบขนส่ง ห้องเย็น และธุรกิจจำหน่ายอาหารทะเล

การขยายตัวของอุตสาหกรรมยังช่วยเปลี่ยนโครงสร้างอาชีพของคนรุ่นใหม่ในหนิงเต๋อ คนรุ่นพ่อแม่จำนวนหนึ่งยังคงทำงานกับทะเล ขณะที่ลูกหลานที่ได้รับการศึกษาสูงขึ้นสามารถเลือกทำงานในภาคอุตสาหกรรมใหม่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมพลังงานและแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมสำคัญของเมือง

สำหรับชาวประมงในพื้นที่ การเปลี่ยนแปลงตลอดประมาณ 30 ปีที่ผ่านมาเห็นได้ชัดจากทั้งรายได้ ที่อยู่อาศัย เครื่องมือการผลิต และคุณภาพชีวิต จากชุมชนที่ครั้งหนึ่งเคยต้องพึ่งพาการจับสัตว์น้ำแบบดั้งเดิม ปัจจุบันกำลังก้าวเข้าสู่ระบบเพาะเลี้ยงที่มีเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และมาตรฐานด้านความปลอดภัยอาหารเข้ามากำกับมากขึ้น

นอกจากปลาจวดเหลืองแล้ว ทะเลรอบหนิงเต๋อยังเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อ ปลิงทะเล ปลาและสัตว์น้ำหลายชนิด รวมถึงสาหร่าย ทำให้เกิดระบบเศรษฐกิจทางทะเลที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่การผลิตอาหารสัตว์น้ำ การเพาะพันธุ์ ไปจนถึงการแปรรูปและการจำหน่าย

ปัจจุบันฝูเจี้ยนผลิตลูกพันธุ์ปลาจวดเหลืองใหญ่มากกว่า 85% ของจีน ขณะที่หนิงเต๋อเป็นพื้นที่กระจุกตัวของการผลิตที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ

จากอ่าวธรรมชาติที่เคยเป็นเพียงแหล่งทำมาหากินของชาวประมง วันนี้ ซานตูอ่าว จึงกลายเป็นเสมือน “ฟาร์มกลางทะเล” ขนาดใหญ่ ที่ผสานภูมิปัญญาของชุมชนเข้ากับเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสมัยใหม่

และปลาจวดเหลืองตัวเล็ก ๆ ที่เติบโตอยู่ในกระชังกลางทะเลแห่งนี้ ก็กำลังว่ายออกจากหนิงเต๋อ ผ่านห่วงโซ่ความเย็นและระบบโลจิสติกส์ ไปสู่โต๊ะอาหารทั้งในจีนและอีกหลายสิบประเทศทั่วโลก พร้อมสร้างรายได้และอาชีพให้กับผู้คนตลอดแนวชายฝั่งของฝูเจี้ยน

อ้างอิงข้อมูลเพิ่มเติม :
Fujian Provincial Government
Fujian Province Department of Commerce

ภาพ-ข่าว : มณีนาถ อ่อนพรรณา เมืองหนิงเต๋อ มณฑลฝูเจี้ยน สาธารณรัฐประชาชนจีน