“หนุ่ม กรรชัย” ยื่นข้อเดียว “ปู มัณฑนา“ต้องรับสารภาพ แลกถอนฟ้องทุกคดี แต่ไกล่เกลี่ยไม่ลงตัว เดินหน้าสืบพยานต่อ

หนุ่ม กรรชัย” เผยเงื่อนไขไกล่เกลี่ยขอเพียงให้ “ปู มัณฑนา” รับสารภาพในคดี 17 กรรม แลกถอนฟ้อง–ถอนแจ้งความคดีอื่นทั้งหมด พร้อมไม่ติดใจขอศาลบรรเทาโทษ แต่ฝ่ายจำเลยไม่รับข้อเสนอ ทำให้การไกล่เกลี่ยกว่า 10 ชั่วโมงไม่สำเร็จ ต้องเดินหน้าสืบพยานต่อ

ภายหลังการไกล่เกลี่ยและสืบพยานในคดีที่ หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ยื่นฟ้อง ปู มัณฑนา หิมะทองคำ ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ เป็นเวลานานกว่า 10 ชั่วโมง ปู มัณฑนา พร้อมทนายความได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าของคดีว่า การไกล่เกลี่ยในวันนี้ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ เนื่องจากเงื่อนไขของทั้งสองฝ่ายไม่ตรงกัน

หนุ่ม กรรชัย เปิดเผยว่า ฝ่ายจำเลยเป็นผู้แสดงความประสงค์ขอไกล่เกลี่ย ซึ่งตนไม่ได้ขัดข้องและยินดีเข้าร่วม โดยเสนอเงื่อนไขเพียงข้อเดียว คือ ขอให้จำเลยรับสารภาพในคดีนี้ ซึ่งมีข้อกล่าวหารวม 17 กรรม แลกกับการถอนฟ้องและถอนแจ้งความในคดีอื่นทั้งหมด

หนุ่ม กรรชัย ระบุว่า ตนยื่นฟ้องไว้ทั้งหมด 5 คดี และแจ้งความอีก 1 คดี รวมข้อกล่าวหาประมาณ 78 กรรม หากจำเลยยอมรับสารภาพในคดีนี้ ตนพร้อมถอนดำเนินคดีทั้งหมด อีกทั้งไม่ต้องการให้อีกฝ่ายออกมาขอโทษผ่านสื่อ และพร้อมแถลงต่อศาลว่าไม่ติดใจ เพื่อให้ศาลใช้ประกอบการพิจารณาบรรเทาโทษ อย่างไรก็ตาม อีกฝ่ายไม่ยอมรับข้อเสนอดังกล่าว การไกล่เกลี่ยจึงไม่สำเร็จและต้องเข้าสู่การสืบพยาน

“ผมเสนอเพียงข้อเดียว คือ ให้รับสารภาพในคดีนี้กับศาล แล้วให้ศาลพิพากษาไปตามข้อเท็จจริง ผมจะแถลงด้วยว่าไม่ติดใจ เพื่อให้ศาลพิจารณาบรรเทาโทษ แต่สุดท้ายเขาไม่เลือก ก็เป็นสิทธิของเขา” หนุ่ม กรรชัย กล่าว

สำหรับสาเหตุที่ตัดสินใจดำเนินคดี หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า ต้องการให้เกิดบรรทัดฐานในสังคม เนื่องจากมองว่าการโพสต์ข้อความตำหนิหรือใช้ถ้อยคำรุนแรงต่อบุคคลอื่น แม้จะไม่ระบุชื่อโดยตรง แต่หากมีข้อเท็จจริงแวดล้อมที่ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจได้ว่าหมายถึงใคร ก็อาจสร้างความเสียหายแก่บุคคลนั้นได้

หนุ่ม กรรชัย กล่าวอีกว่า แม้อีกฝ่ายจะยืนยันว่าไม่ได้ระบุชื่อ แต่บุคคลทั่วไปและสื่อมวลชนต่างเชื่อมโยงข้อความดังกล่าวมาถึงตน จึงมองว่ามีข้อเท็จจริงประกอบให้เห็นว่าข้อความนั้นพาดพิงถึงใคร อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายทั้งหมดเป็นอำนาจของศาล

เมื่อถามถึงพยานหลักฐานที่ใช้เชื่อมโยงข้อความมายังตน หนุ่ม กรรชัย ระบุว่า มีหลักฐานประกอบ แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากอยู่ในกระบวนการพิจารณาและได้ยื่นต่อศาลแล้ว

ส่วนกรณีที่ฝ่ายจำเลยอ้างว่าหลักฐานบางส่วนถูกตัดต่อ ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ ชี้แจงว่า หลักฐานไม่ได้ถูกตัดต่อ แต่เอกสารที่พิมพ์ออกมาอาจมีข้อความไม่ครบถ้วน จึงได้นำคลิปบันทึกหน้าจอเฟซบุ๊กมาแสดงต่อศาล เพื่อให้เห็นเนื้อหาตั้งแต่ต้นจนจบ รวมถึงจำนวนการกดแสดงความรู้สึก แสดงความคิดเห็น และการแชร์โพสต์ดังกล่าว

ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ กล่าวว่า แม้ข้อความจะไม่ได้ระบุชื่อบุคคล แต่ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงแวดล้อมทั้งหมด รวมถึงความคิดเห็นใต้โพสต์และการนำเสนอของสื่อมวลชน ซึ่งอาจทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจได้ว่าข้อความดังกล่าวหมายถึงหนุ่ม กรรชัยหรือไม่ ทั้งนี้ การปฏิเสธข้อกล่าวหาและเลือกแนวทางต่อสู้คดีถือเป็นสิทธิของจำเลย ส่วนศาลจะเป็นผู้พิจารณาน้ำหนักพยานหลัก
ฐานของทั้งสองฝ่าย

ด้านหนุ่ม กรรชัย กล่าวถึงหลักฐานบางส่วนที่ฝ่ายจำเลยนำเสนอต่อศาลว่า รู้สึกประหลาดใจ เนื่องจากเห็นว่าเนื้อหาบางอย่างไม่ตรงกับข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวจะต้องพิสูจน์กันในกระบวนการพิจารณาของศาลต่อไป


สำหรับโอกาสกลับมาเจรจาอีกครั้ง หนุ่ม กรรชัย ยืนยันว่า ขณะนี้คดีเข้าสู่กระบวนการสืบพยานแล้ว และตนได้เสนอเงื่อนไขให้อีกฝ่ายพิจารณาหลายครั้ง แต่ไม่ได้รับการตอบรับ จึงเห็นว่าควรปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้าต่อไป

การเจรจาฝ่ายเดียวไม่ได้ ผมยื่นข้อเสนอไปแล้วทั้งช่วงเช้าและช่วงกลางวัน แต่เมื่อไม่รับข้อเสนอ ตอนนี้ก็คงไม่เจรจาอะไรอีก เพราะคดีเข้าสู่กระบวนการสืบพยานแล้ว ควรเดินหน้าไปกับศาลดีกว่า” หนุ่ม กรรชัย กล่าว

ทนายตุ๋ยเปิดเผยถึงการสืบพยานว่า ฝ่ายโจทก์เตรียมพยานไว้ทั้งหมด 4 ปาก โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านนิติศาสตร์ซึ่งขึ้นบัญชีกับสำนักงานศาลยุติธรรม มาให้ความเห็นเกี่ยวกับข้อความตามคำฟ้องทั้ง 17 กรรม รวมถึงพยานบุคคลทั่วไปในฐานะวิญญูชน เพื่อยืนยันว่าข้อความดังกล่าวทำให้เข้าใจได้ว่าหมายถึงใคร

ขณะนี้ฝ่ายโจทก์ยังเหลือพยานอีก 2 ปาก ซึ่งจะเข้าสืบในช่วงเช้าของวันถัดไป ก่อนที่ฝ่ายจำเลยจะนำพยานจำนวน 3 ปากเข้าสืบในช่วงบ่าย โดยทนายตุ๋ยยืนยันว่า แต่ละฝ่ายต่างมีสิทธินำเสนอพยานหลักฐานของตนเอง ส่วนศาลจะเป็นผู้พิจารณาน้ำหนักและวินิจฉัยข้อเท็จจริงทั้งหมดต่อไป.