ผนึก 29 หน่วยงาน ถกแผนตัดวงจรปลาหมอคางดำ เห็นชอบเสนอใช้งบกลาง350ล้าน

นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้การกำกับดูแลโดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของปลาหมอคางดำที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ และกระทบต่อการประกอบอาชีพของประชาชน จึงได้มอบหมายให้ตนเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ณ ห้องประชุมวิปรัฐบาล ชั้น 2 อาคารรัฐสภา ในครั้งนี้ เพื่อระดมความคิด ความร่วมมือในการบริหารจัดการปัญหาดังกล่าวโดยบูรณาการความร่วมมือกับทั้ง 29 หน่วยงาน เชื่อมโยงแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในห้วงระยะเวลา 180 วัน ตั้งแต่ระดับนโยบายถึงระดับพื้นที่ เพื่อควบคุมจำนวนปลาหมอคางดำให้ได้มากที่สุดและรวดเร็วที่สุด

นายวัชระพล กล่าวต่อว่า ตลอดช่วงเวลาที่เราเผชิญปัญหาดังกล่าวมา ขอยืนยันว่ากระทรวงเกษตรฯ ได้การดำเนินการตามแผนปฏิบัติฯ อย่างเต็มที่ แต่ด้วยข้อจำกัดในการดำเนินการทั้งจำนวนเจ้าหน้าที่บุคลากร และงบประมาณ ที่ต้องเผชิญกับความท้าทายจากอัตราการแพร่ระบาดของปลาหมอคางคำที่สามารถขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงอยู่ระหว่างการศึกษาและทบทวนการจัดทำร่างข้อเสนองบกลางคงเหลือประมาณ 350 ล้านบาท เพื่อยกระดับแผนปฏิบัติการฯ ให้เกิดผลสำเร็จอย่างสูงสุด และทั่วถึงในหลายพื้นที่มากยิ่งขึ้น

“ปัญหาปลาหมอคางดำนี้ถือเป็นโจทย์สำคัญ ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนทั้งการกำจัดและควบคุมปริมาณเชิงรุก การพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาในภาวะเร่งด่วน รวมถึงการนำปลาที่กำจัดไปใช้ประโยชน์ภาคการเกษตร เพื่อรักษาและฟื้นฟูระบบนิเวศของสัตว์น้ำไทย นอกจากนี้ จะมีการเพิ่มความเข้มข้นในด้านการประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ในภาคประชาชนให้มากขึ้น ทั้งช่องทางการแจ้งเหตุ วิธีการกำจัด การนำไปใช้ประโยชน์ รวมถึงผลความคืบหน้าการดำเนินงาน ทั้งนี้ ต้องเน้นย้ำว่าปลาคางดำเป็นสัตว์เอเลียนสปีชีส์ ที่ห้ามมิให้มีการครอบครอง เพาะเลี้ยง และเคลื่อนย้ายแบบมีชีวิต ตามประกาศกระทรวงเกษตรฯ หากฝ่าฝืนถือเป็นโทษความผิดทางกฎหมาย” นายวัชระพล กล่าว

โอกาสนี้ กรมประมงเผยผลการดำเนินงานติดตามและควบคุมการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ 21 จังหวัด โดยที่ผ่านมาได้ใช้มาตรการเชิงรุก 7 มาตรการ และจะเดินหน้าอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ซึ่งตั้งแต่ 2 ก.พ. 2567 ถึง 27 ส.ค. 2569 สามารถกำจัดไปแล้วกว่า 10 ล้านกิโลกรัม สำหรับปี 2570 กรมประมงเตรียมแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดภายใต้งบประมาณ 15 ล้านบาท ครอบคลุม 5 กิจกรรมหลัก ได้แก่ การลงแขกลงคลอง การส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดอื่น การผลิตและปล่อยปลาผู้ล่า การประเมินความชุกชุมและการแพร่กระจาย รวมถึงการสร้างความรู้และตระหนักร่วมของประชาชน
ในส่วนของสถานการณ์การแพร่กระจายของปลาหมอคางดำ ณ เขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งพบครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา จำนวน 41 ตัว หน่วยงานกรมประมงในพื้นที่ได้ดำเนินการเฝ้าระวังเชิงรุก และใช้เครือข่ายพี่น้องชาวประมงในพื้นที่ร่วมเฝ้าระวังและแจ้งเหตุ เพื่อนำไปประเมินขอบเขตการแพร่กระจายและกำหนดมาตรการควบคุมกำจัดที่เหมาะสม รวมถึงได้มีการเก็บข้อมูลเพิ่มเติมในพื้นที่ เพื่อหาเส้นทางการแพร่ระบาดที่แท้จริงอีกด้วย

นายวัชระพล กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับสถานการณ์ที่เขื่อนลำปาว ตนได้เตรียมลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์และศึกษาสภาพพื้นที่จริง ซึ่งการแก้ไขปัญหาวาระแห่งชาติครั้งนี้ ต้องขอขอบพระคุณทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือในการขับเคลื่อนภารกิจอย่างเต็มที่ และกระทรวงเกษตรฯ ในนามหน่วยงานรับผิดชอบหลักพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอแนะ และนำไปวางแผนแนวทางการปฏิบัติจริง สามารถวัดผลสำเร็จได้ต่อไป