ตร. บุกทลาย “นอมินี” โรงงานยาง 600 ล้าน พบ คนจีนใช้คนไทยถือหุ้น100% ใน 3 บริษัท

ตร.บุกทลาย “นอมินี” โรงงานยาง 600 ล้าน พบ คนจีนใช้คนไทยถือหุ้น100% ใน 3 บริษัท และยังพบพฤติการณ์ทั้งๆ ที่มีหมายจับจากจีน – คดีทำร้ายคนจีนในไทย และ สวมสูติบัตรคนตายให้ลูกชายวัย 19 ปี

วันนี้ (16 ก.ย.69) พลตำรวจเอกสำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พลตำรวจโท นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตำรวจท้องที่ และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง DOPA N.I.C.E กรมการปกครอง ปปง. และผู้ว่าราชการจังหวัดสุมทรสาคร นำกำลังเข้า ตรวจค้น บริษัทนอมินีโรงงานผลิตยางรถ แห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสาคร ที่ใช้นอมีนีคนไทยในการถือครอง มูลค่ากว่า 600 ล้าน รวมถึงยังให้ลูกลชายชาวจีนสวมสูจิบัตรคนตาย เพื่อใช้สิทธิ์ความเป็นคนไทย และยังพบว่ามีประวัติก่อเหตุอาชญากรรมทำร้ายคนจีนในไทย

โดยระหว่างตรวจค้น พลตำรวจเอกสำราญ ได้สอบปากคำผู้ต้องหาชาวจีน ได้รับสารภาพทั้งหมด ทั้งการใช้ลูกจ้างคนไทยมาเป็นนอมินีถือหุ้นบริษัท 3 บริษัท ถือหุ้น 100% เพื่อหลบเลี่ยงกฎหมายของไทยพลตำรวจเอกสำราญ ยังบอกอีกว่า ผู้ต้องหาคนนี้ ยังก่อเหตุ ทำร้ายร่างกาย หญิงชาวจีน และชิงทรัพย์ เมื่อปี 2567 ซึ่งคดีดังดล่าวอยู่ในชั้นศาลฎีกา โดนศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปี 10 เดือน ส่วนที่นำสูติบัตรของลูกผู้ต้องหาอีกคน มาให้ลูกชายสวมสิทธิ์ เพื่อเตรียมโอนย้ายทรัพย์สินทั้งหมดให้ลูกชาย และผู้ต้องหายังมีหมายจับของประเทศจีน ในคดีทุจริตฉ้อโกงข้ามชาติที่ประเทศจีน

นอกจากนี้ พลตำรวจเอกสำราญ ได้สอบปากคำลูกชาย อายุ 19 ปี เปิดใจกับสื่อว่า ตัวเองไม่ได้คิดว่าตนผิด เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร แต่ถ้าผิดก็ต้องขอโทษทุกคนด้วย(น้ำตาคอลพร้อมยกมือไหว้ขอโทษ) และระบุอีกว่า ตอนแรกตนเองไม่ได้อยากอยู่ประเทศไทยแต่ถูกบังคับมา โดยมีลูกน้องของพ่อ เป็นคนดำเนินการ ซึ่งตอนนั้นตนอยู่ชั้น ป.6 ทำให้ตนเองต้องจำใจอยู่ไทยมา 5 ปี

ลูกชาย บอกอีกว่า ตอนนี้ตนอยากกลับบ้านที่จีน เพราะ แม่ และย่า อยู่ที่ประเทศจีน แต่ตนไม่สามารถกลับไปได้ ส่วนเรื่องการ ใช้สูติบัตรคนตายทำบัตรประชาชนและใช้สิทธิประโยชน์ในการเป็นคนไทย ลูกชาย บอกว่า ส่วนตัวไม่รู้

ขณะเดียวกัน พล.ต.อ. สำราญ นวลมา สอบถามกลับทันทีว่า จะอ้างไม่รู้ได้ยังไง ในเมื่อมีหลักฐานเป็นบัตรประชาชน 2 คน ส่วนผู้ต้องหาหญิงชาวเชียงดาว ที่เป็นนำชื่อลูกชายอายุ 5 ขวบ ที่เสียชีวิต แต่ไม่ได้แจ้งตาย แต่กลับมีเจ้าหน้าของอำเภอเชียงดาว ประสานมาว่าขอใช้ชื่อลูกชายให้กับเด็กชาวจีน โดยได้รับค่าเดินทาง 500 บาท

เบื้องต้น สารภาพไม่รู้ว่าการกระทำดังกล่าวนั้นผิดกฏหมาย เพราะตัวเองไม่รู้หนังสือ ทั้งนี้จากการเข้าตรวจสอบภายในโรงงาน พบหัวหน้าพนักงาน พาดูสินค้า(ยางรถยนต์)ภายในโรงงาน ซึ่งมีทั้งส่งออกและจำหน่ายไปต่างประเทศ และอ้างว่าไม่รู้เห็นการกระทำของเจ้าของบริษัทที่เป็นนอมินี