ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนรับฟ้องคดี”ปลาหมอคางดำ”เป็นคดีแบบกลุ่ม ก่อนนัดชี้สองสถานและฟังคำสั่งว่าเป็นคดีสิ่งแวดล้อมหรือไม่ 30 พ.ย.นี้

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนรับฟ้องคดีปลาหมอคางดำเป็นคดีแบบกลุ่มก่อนนัดชี้สองสถานและฟังคำสั่งว่าเป็นคดีสิ่งแวดล้อมหรือไม่ 30 พ.ย. 69 หัวหน้าทีมทนายเผยคาดปี70 ศาลชั้นต้นตัดสิน

เมื่อวันที่ 14 กันยายน ที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง ศาลแพ่งนัดฟังคำสั่งชั้นอุทธรณ์คดีที่นายปัญญา โตกทอง ตัวแทนผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำพร้อมตัวแทนผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 10 คนเป็นโจทก์ ฟ้องบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) และกรรมการบริษัทที่เกี่ยวข้องอีกรวม 9 รายเป็นจำเลย

ว่าก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 4 มี.ค.2568 ศาลแพ่งกรุงเทพใต้มีคำสั่งรับฟ้องคดีนี้เป็นคดีแบบกลุ่ม โดยให้เหตุผลว่ามีการบรรยายคำฟ้องที่ขัดเจนและมีผู้เสียหายจำนวนมาก รวมถึงทนายความที่รับผิดชอบในคดีนี้มีประสบการณ์ในการทำคดีที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและลงพื้นที่ไปตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขี้นมาแล้ว แต่ทางคู่ความคือบริษัทเอกชนกับจำเลยทั้ง 9 ยื่นอุทธรณ์คำสั่ง ศาลจึงนัดฟังคำสั่งชั้นอุทธรณ์อีกครั้งในวันนี้

โดยในวันนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นอนุญาตให้ดำเนินคดีปลาหมอคางดำเป็นแบบกลุ่ม โดยศาลเห็นว่ากลุ่มชาวบ้านมีคุณสมบัติโดยชอบ ส่วนคำอุทธรณ์คัดค้านของจำเลยทั้ง 9 ฟังไม่ขึ้น

ภายหลังฟังคำสั่ง ว่าที่ร.ต.สมชาย อามีน ประธานอนุกรรมการฝ่ายคดีสิ่งแวดล้อมและปฏิบัติการ สภาทนายความ กล่าวว่า วันนี้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งรับไว้เป็นคดีแบบกลุ่มยืนตามศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นรับพิจารณาคดีแบบกลุ่มพร้อมนัดชี้สองสถานในวันที่ 30 พ.ย. โดยวันนั้นศาลจะมีคำสั่งในคำร้องที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีว่าคดีที่รับดำเนินคดีแบบกลุ่มเป็นคดีสิ่งแวดล้อมหรือไม่ โดยศาลให้วางเงินจำนวน 50,000 บาท ซึ่งเป็นค่าใช่จ่ายในการประกาศหนังสือพิมพ์ 3 วันติดต่อกัน และค่านำส่งหนังสือบอกกล่าวสมาชิกกลุ่มเนื่องจากคดีนี้เป็นคดีแบบกลุ่ม คนที่เป็นสมาชิกบางคนอาจจะไม่เคยปรากฎชื่อมาก่อน แต่ได้รับความเสียหาย ซึ่งการฟ้องแบบกลุ่มจะผูกพันทุกคนที่เป็นสมาชิกยกเว้นเมื่อศาลประกาศคำสั่งแล้วมีการถอนตัวก็จะหลุดจากสมาชิกกลุ่ม

ส่วนที่จำเลยต่อสู้ว่าคดีนี้ไม่ใช่คดีสิ่งแวดล้อม เนื่องจากจะมีผลภาระในการพิสูจน์ จะตกเป็นของฝ่ายผู้ประกอบการ ถ้าศาลมีคำสั่งรับฟ้องเป็นคดีแบบกลุ่มและคดีสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน ชาวบ้านจะได้เปรียบในการดำเนินคดี

ว่าที่ ร.ต สมชาย กล่าวว่า ตนคาดว่าคดีนี้จะเริ่มพิจารณาสืบพยานปากแรกได้ภายใน 2570 และเชื่อว่าศาลจะมีคำพิพากษาภายในปลายปี 2570 เช่นเดียวกัน แต่ในส่วนของจำนวนพยานจำนวนกี่ปากใครบ้าง ตนยังไม่ขอเปิดเผย หลังจากนี้ก็จะดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องชาวบ้านในจังหวัดอื่นที่เดือดร้อนจากเรื่องปลาหมอคางดำก็จะมีการฟ้องคดีต่อศาลทั้งในคดีแพ่งและปกครอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับคดีนี้มีการเรียกค่าเสียหายกว่า 2 พันล้านบาท