น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเพื่อปฏิรูปพลังงาน หรือ “ทีมสุดซอยพลังงาน” เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีน้ำมันรั่วบริเวณพระราม 3 ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่จากทั้งภาครัฐและเอกชนยังคงระดมกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อค้นหาต้นตอของน้ำมันที่รั่วซึม โดยใช้หลักวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์ในการตรวจสอบทุกจุด

ซึ่งการปฏิบัติงานครั้งนี้มีทั้งกระทรวงพลังงาน กรมธุรกิจพลังงาน กรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตคลองเตย กรมควบคุมมลพิษ กลุ่มบริษัทบางจาก บริษัท บาฟส์ขนส่งทางท่อ จำกัด รวมถึงทีมวิศวกรและช่างจาก ปตท. และเชลล์ ประเทศไทย ร่วมกันตรวจสอบพื้นที่ หลังพบดินปนเปื้อนคราบน้ำมัน
น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่ได้ระดมคนงานและเครื่องจักรเปิดแนวถนนระยะทางประมาณ 200 เมตร เพื่อตรวจสอบชั้นเคลือบภายนอกท่อขนส่งน้ำมัน พร้อมทดสอบแรงดันระบบ เพื่อค้นหารอยรั่วที่อาจมองไม่เห็นจากการเปิดหน้าดิน โดยผลการตรวจสอบเบื้องต้น ยังไม่พบของเหลวรั่วซึมหรือร่องรอยการรั่วจากท่อขนส่งน้ำมันอย่างไรก็ตาม การสำรวจพบเบาะแสสำคัญ คือ โพรงดินบริเวณด้านข้างทางรถไฟที่มีน้ำมันไหลซึมออกมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงพบท่อระบายน้ำเก่าที่อยู่ใต้แนวท่อขนส่งน้ำมันและมีการปนเปื้อนน้ำมัน ทำให้ทีมงานต้องเร่งไล่ตรวจสอบเส้นทางการไหล เพื่อหาว่าน้ำมันมาจากไหนและเข้าสู่พื้นที่ดังกล่าวได้อย่างไร

ขณะเดียวกัน ได้เสนอให้กรุงเทพมหานครจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ทั้งกรมธุรกิจพลังงาน สำนักการโยธา สำนักการระบายน้ำ การรถไฟแห่งประเทศไทย การประปานครหลวง และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานของหลายหน่วยงาน และจำเป็นต้องใช้ข้อมูลจากทุกฝ่ายประกอบการตรวจสอบส่วนกรณีพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งหาต้นตอน้ำมันรั่วพระราม 3 พร้อมพาดพิงนายกรัฐมนตรีว่า หากไม่รีบแก้ไข “เหรียญเหนือดวงก็ช่วยไม่ได้”
น.ส.ฐิติภัสร์ ตอบโต้ว่า การตั้งคำถามต่อรัฐบาลสามารถทำได้ แต่ในสถานการณ์ที่เจ้าหน้าที่กำลังทำงานอย่างหนัก สิ่งที่ควรทำคือ ช่วยกันหาข้อมูลและทางออก มากกว่าหยิบปัญหาของประชาชนมาเป็นประเด็นทางการเมือง
“คนทำงานกัน 24 ชั่วโมง ทั้งตากแดด ตากฝน พยายามหาต้นตอของปัญหาด้วยหลักวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์ ถ้ามีข้อมูลอะไรที่ช่วยให้เราหาต้นตอได้เร็วขึ้น ส่งเข้ามาช่วยกันได้เลยค่ะ เอาการเมืองวางไว้ก่อน แล้วช่วยกันทำงานแก้ปัญหาดีกว่า”
น.ส.ฐิติภัสร์ กล่าวย้ำว่า การพูดว่าให้รัฐบาลเร่งทำ ไม่ได้ทำให้ต้นตอน้ำมันปรากฏขึ้นมาเอง เพราะการหาต้นตอต้องอาศัยการตรวจสอบอย่างเป็นระบบ ทั้งการเปิดหน้าดิน การตรวจแนวท่อ การทดสอบแรงดัน การตรวจโพรงดิน และระบบระบายน้ำ รวมถึงต้องประสานข้อมูลจากหลายหน่วยงาน ซึ่งหากพรรคประชาธิปัตย์ มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เราก็พร้อมรับฟัง เพราะเป้าหมายของเราคือหาต้นตอให้เจอ

