ทำเนียบรัฐบาล, 11 กันยายน 2569 – นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าช่วยพ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ ผ่านโครงการ “สินเชื่อ AI นกกระซิบ” โดยนำข้อมูลยอดขายจริงจากแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” มาใช้เป็นข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการพิจารณาสินเชื่อ พร้อมเปิดทางเลือกให้ผู้ประกอบการเลือกวงเงินให้เหมาะกับขนาดและความต้องการของธุรกิจ ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ประกาศรายละเอียดแล้วแบ่งได้ง่าย ๆ เป็น 3 ระดับ
1.“สินเชื่อออมสิน QR มหาเฮง x นกกระซิบ” เหมาะกับผู้ประกอบการรายย่อยที่ใช้แอปถุงเงิน ต้องการเงินทุนจำนวนไม่สูง และไม่มีหลักประกัน วงเงินสูงสุด 50,000 บาทต่อราย ไม่ใช้หลักประกัน ไม่คิดค่าธรรมเนียมขอสินเชื่อ อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 0.75 ต่อเดือน
2. “สินเชื่อสิบหมื่น” ของธนาคารกรุงไทย เหมาะกับพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องการเงินหมุนเวียนหรือเสริมสภาพคล่องในกิจการ วงเงินสูงสุด 500,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นร้อยละ 11 ต่อปี ผ่อนเริ่มต้น 500 บาทต่อเดือน และไม่คิดค่าธรรมเนียมขอสินเชื่อ
3. “สินเชื่อ SME ไซส์เล็ก” ของธนาคารกรุงไทย เหมาะกับผู้ประกอบการค้าส่ง ค้าปลีก บริการ และร้านค้าออนไลน์ที่ใช้ AI นกกระซิบบนแอปถุงเงิน และต้องการวงเงินสูงขึ้นเพื่อใช้ในธุรกิจ วงเงินสูงสุด 3 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นร้อยละ 3.5 ต่อปี คงที่ใน 2 ปีแรก และไม่คิดค่าธรรมเนียมขอสินเชื่อ

นางสาวลลิดา กล่าวว่า ผู้ประกอบการควรเลือกสินเชื่อจาก “เงินที่ต้องใช้จริง” มากกว่าดูว่าวงเงินใดให้กู้ได้สูงที่สุด และควรดูต้นทุนให้ครบถ้วน โดยเฉพาะฐานการคิดดอกเบี้ย เนื่องจากสินเชื่อออมสิน QR มหาเฮง x นกกระซิบ ระบุอัตราร้อยละ 0.75 “ต่อเดือน” ขณะที่สินเชื่อของธนาคารกรุงไทยระบุอัตราดอกเบี้ย “ต่อปี” จึงไม่ควรนำตัวเลขมาเปรียบเทียบกันโดยตรงโดยไม่ดูระยะเวลาและเงื่อนไขประกอบ
สำหรับจุดเด่นของ “AI นกกระซิบ” คือการนำข้อมูลยอดขายจริงจากแอปถุงเงินมาช่วยสะท้อนการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการ ทั้งยอดขาย แนวโน้มรายได้ และข้อมูลจากการค้าขายผ่านโครงการภาครัฐ เช่น ไทยช่วยไทย พลัส และคนละครึ่ง พลัส ทำให้พ่อค้าแม่ค้าที่มีรายได้และค้าขายจริง แต่อาจไม่มีสลิปเงินเดือนหรืองบการเงินแบบบริษัท มีข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับใช้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อ
“เข้าใจง่าย ๆ คือ ถ้าร้านค้าขายจริง ข้อมูลยอดขายที่เกิดขึ้นก็ไม่สูญเปล่า แต่สามารถนำมาช่วยสะท้อนศักยภาพของร้านในการขอสินเชื่อได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม AI ไม่ได้เป็นผู้อนุมัติสินเชื่อ และการมียอดขายในถุงเงินไม่ได้หมายความว่าจะกู้ผ่านโดยอัตโนมัติ ธนาคารยังต้องพิจารณาคุณสมบัติ ความสามารถในการชำระหนี้ และหลักเกณฑ์ของแต่ละผลิตภัณฑ์ ผู้ประกอบการจึงควรเลือกวงเงินที่เหมาะกับกิจการ กู้เท่าที่จำเป็น และมั่นใจว่าสามารถชำระคืนได้” รองโฆษกรัฐบาลกล่าว
ทั้งนี้ สำหรับผู้ประกอบการที่มีศักยภาพแต่ติดข้อจำกัดเรื่องหลักประกันหรือผู้ค้ำประกัน ยังมีกลไกค้ำประกันสินเชื่อของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อ โดยการค้ำประกันเป็นกลไกสนับสนุนเพิ่มเติม ไม่ใช่การอนุมัติวงเงินสินเชื่อโดยอัตโนมัติ รัฐบาลมุ่งใช้เทคโนโลยีและข้อมูลช่วยเปิดประตูให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าสู่ระบบการเงินได้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่ “ค้าขายจริง มีรายได้จริง แต่เอกสารทางการเงินอาจไม่ครบในรูปแบบเดิม” พร้อมส่งเสริมให้ประชาชนเลือกใช้สินเชื่ออย่างเหมาะสมกับขนาดธุรกิจและความสามารถในการชำระคืน

