รัฐสภา, 9 กันยายน 2569 – นางมลธิชา ไชยบาล สส.เชียงราย พรรคกล้าธรรม อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 มาตรา 20 งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงมหาดไทย โดยเสนอปรับลดงบประมาณในมาตรานี้ลง 5% จากวงเงินกว่า 288,280 ล้านบาท เพื่อให้กระทรวงมหาดไทยทบทวนการจัดลำดับความสำคัญ และนำงบประมาณไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างตรงจุด โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในจังหวัดเชียงราย
นางมลธิชา กล่าวว่า ประชาชนในอำเภอแม่จัน แม่สาย และเชียงแสน ต้องรับน้ำจากหลายลำน้ำ ทั้งแม่น้ำคำ แม่น้ำสาย น้ำโป่ง ขุนน้ำจ้อง และน้ำเจ้า เมื่อเกิดฝนตกหนัก น้ำจากหลายพื้นที่จะไหลมารวมกัน ขณะที่แม่น้ำสาย แม่น้ำคำ และแม่น้ำม้า ซึ่งเป็นเส้นทางระบายน้ำสำคัญกลับมีสภาพตื้นเขิน และบางจุดไม่มีแนวป้องกันน้ำท่วม ทำให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรกรรมอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบในพื้นที่ 3 อำเภอ รวมกว่า 50,000 ไร่ โดยไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะพืชผลทางการเกษตร แต่ยังหมายถึงรายได้ของครอบครัวและเศรษฐกิจฐานรากที่ต้องสูญเสียซ้ำแล้วซ้ำอีก

นางมลธิชา ตั้งข้อกังวลต่อการจัดสรรงบประมาณ 3 ประเด็น โดยประเด็นแรกคือ งบประมาณกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ลดลง เหลือประมาณ 6,164 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนกว่า 600 ล้านบาท ทั้งที่ภัยพิบัติมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมตั้งคำถามถึงตัวชี้วัดการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่กำหนดเป้าหมายไว้เพียง 80% ว่า “แล้วประชาชนอีก 20% ไม่ทราบว่าถูกลืมหายไปไหน”
ประเด็นที่สองคือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังขาดงบประมาณและเครื่องจักรกล ทั้งที่เป็นด่านหน้าในการรับมือภัยพิบัติ โดยยกตัวอย่างการจัดสรรรถขุดตีนตะขาบขนาด 150 แรงม้า มูลค่าประมาณ 4.7 ล้านบาท ให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลศรีเมืองชุม ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ปัญหาน้ำท่วมไม่ได้หยุดอยู่เพียงเขตตำบลเดียว เนื่องจากหลายตำบลเชื่อมต่อและรับน้ำในระบบเดียวกัน จึงจำเป็นต้องกระจายงบประมาณและเครื่องจักรไปยังท้องถิ่นในพื้นที่เสี่ยงอย่างทั่วถึง
ส่วนประเด็นที่สาม นางมลธิชาระบุว่า โครงการของกรมโยธาธิการและผังเมืองต้องเร่งดำเนินการและเชื่อมโยงกันทั้งระบบ โดยเฉพาะโครงการปรับปรุงระบบระบายน้ำและพัฒนาชุมชนแม่น้ำสาย รวมถึงเขื่อนป้องกันตลิ่งแม่น้ำสาย แม่น้ำลวก และแม่น้ำคำในพื้นที่แม่สายและแม่จัน

อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างหรือแก้ปัญหาเฉพาะจุดอาจไม่เพียงพอต่อการแก้น้ำท่วมซ้ำซาก หากไม่ครอบคลุมทั้งระบบและไม่แก้ปัญหาจุดคอขวดของแม่น้ำม้าและลำน้ำสาขา เพราะหากพื้นที่หนึ่งสามารถระบายน้ำได้เร็วขึ้น แต่พื้นที่ปลายทางไม่มีระบบรองรับ ก็อาจกลายเป็นการผลักมวลน้ำและความเสียหายจากตำบลหนึ่งไปยังอีกตำบลหนึ่ง
นอกจากนี้ นางมลธิชา ยังสะท้อนปัญหา ถนนในอำเภอแม่ฟ้าหลวงที่ได้รับความเสียหายจากดินสไลด์และน้ำป่าไหลหลาก จนถนนหลายสายถูกตัดขาดและอยู่ในสภาพไม่ปลอดภัย กระทบทั้งชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงการขนส่งผลผลิตทางการเกษตร การค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของพื้นที่ พร้อมเสนอ 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่ จัดสรรงบประมาณและเครื่องจักรกลหนักให้ อปท. ในพื้นที่ปลายน้ำอย่างทั่วถึง, เร่งโครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งและระบบระบายน้ำพร้อมจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำแบบองค์รวม, เพิ่มงบ ปภ. ให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น และเร่งสำรวจซ่อมแซมถนนชำรุดในพื้นที่แม่ฟ้าหลวง พร้อมปรับปรุงระบบระบายน้ำ เสริมไหล่ทาง และแก้จุดเสี่ยงดินสไลด์อย่างถาวร
นางมลธิชา กล่าวย้ำว่า หากกระทรวงมหาดไทยยังจัดสรรงบประมาณรูปแบบเดิม ทั้ง ลดงบภัยพิบัติ ตัดงบท้องถิ่น แต่เพิ่มงบกลาง ก็ไม่สามารถวางใจให้งบประมาณกว่าแสนล้านบาทผ่านไปโดยไม่มีการปรับปรุงแก้ไข จึงขอฝากข้อเสนอไปยังคณะกรรมาธิการและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้งบประมาณสามารถนำไปแก้ไขปัญหาและสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง

