(8 ก.ย. 69) พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาคนต่างด้าวประกอบอาชีพสงวนสำหรับคนไทย ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สำนักเทศกิจ สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ สถานีตำรวจนครบาลลุมพินี สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน และสถานีตำรวจนครบาลบางรัก เพื่อยกระดับการตรวจสอบและกวดขันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ถนนและทางเท้าสายสำคัญที่ได้รับการร้องเรียนผ่านช่องทางต่าง ๆ และสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งที่ผ่านมา พบการร้องเรียนกรณีคนต่างด้าวใช้รถเข็นจำหน่ายผลไม้ น้ำผลไม้ และอาหารตามพื้นที่สาธารณะ
พล.ต.อ.อดิศร์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครดำเนินการตรวจสอบปัญหาคนต่างด้าวเข้ามาประกอบอาชีพที่อาจสงวนไว้สำหรับคนไทย ใน 10 เขตนำร่อง ประกอบด้วย เขตพระนคร เขตสัมพันธวงศ์ เขตบางกอกน้อย เขตดินแดง เขตราชเทวี เขตวัฒนา เขตคลองเตย เขตปทุมวัน เขตบางรัก และเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย โดยสามารถดำเนินการกับผู้กระทำผิดแล้ว 36 ราย โดยบางรายไม่สามารถแสดงเอกสารประจำตัวหรือเอกสารเกี่ยวกับการทำงานได้ ขณะที่บางรายมีข้อสังเกตว่าเดิมขึ้นทะเบียนเป็นแรงงานประเภทกรรมกร แต่แยกตัวออกมาประกอบอาชีพอิสระ นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังได้รับข้อมูลจากประชาชนว่า ต่างด้าวบางรายเคยถูกจับกุมแล้ว แต่ยังกลับมาจำหน่ายสินค้าในจุดเดิม เช่น บริเวณปากซอยสุขุมวิท 22 จึงได้กำชับให้สำนักงานเขต ตรวจตราพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำผิดซ้ำอีก
“สิ่งสำคัญคือเราต้องรู้ว่าคนต่างด้าวที่ขึ้นทะเบียนอยู่ที่ไหน มีนายจ้างเป็นใคร และประกอบอาชีพอะไร เพราะการไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนอาจนำไปสู่ปัญหาอื่น ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อชุมชน การประกอบอาชีพด้วยตัวเองโดยไม่มีนายจ้างในลักษณะที่กฎหมายไม่อนุญาต ก็ต้องได้รับการตรวจสอบ” พล.ต.อ.อดิศร์ กล่าว
นายวรชล ถาวรพงษ์ รองผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ กล่าวเสริมว่า ข้อจำกัดสำคัญของเจ้าหน้าที่เทศกิจคือ ไม่ได้มีอำนาจตามกฎหมายมากนักในการดำเนินการ โดยสามารถดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายสินค้าในที่สาธารณะได้ แต่การควบคุมตัวและดำเนินคดีกับคนต่างด้าว จำเป็นต้องประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดังนั้น การประชุมครั้งนี้จึงมุ่งสร้างแนวทางปฏิบัติร่วมกันระหว่าง กทม. และสถานีตำรวจในพื้นที่เป้าหมาย เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปในทิศทางเดียวกันและสามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเมื่อเจ้าหน้าที่เทศกิจตรวจพบผู้กระทำผิด จะประสานตำรวจในพื้นที่เข้ารับตัวเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยมีทั้งกรณีที่ผู้กระทำผิดหลบหนี และกรณีที่ตำรวจเข้ารับตัวไปดำเนินคดีจนถึงชั้นศาล รวมถึงบางกรณีที่มีการควบคุมตัวและส่งกลับประเทศต้นทางตามกระบวนการ
พล.ต.อ.อดิศร์ กล่าวในตอนท้ายว่า สำหรับแนวทางต่อจากนี้ กทม. จะยังคงใช้มาตรการตามอำนาจหน้าที่ของเทศกิจควบคู่กับการประสานตำรวจอย่างใกล้ชิด โดยอาจจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจนอกเครื่องแบบลงพื้นที่สังเกตการณ์และตรวจสอบเบื้องต้น หากพบผู้ต้องสงสัยว่าเป็นคนต่างด้าวที่อาจกระทำผิด จะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อให้การกวดขันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและไม่เกินขอบเขตอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เทศกิจ
การประชุมวันนี้ นายสิทธิชัย อรัณยกานนท์ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักเทศกิจ ผู้แทน 10 เขตนำร่อง ผู้แทนสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ สถานีตำรวจนครบาลลุมพินี สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน สถานีตำรวจนครบาลบางรัก และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องสุทัศน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร

