Home กระบวนการยุติธรรม “ทนายตั้ม” สวมชูชีพขับเจ็ตสกีบก บุก DSI ยื่นสอบ “กัน จอมพลัง” อ้างมีคลิปลับ-เส้นเงิน 10 ล้าน

“ทนายตั้ม” สวมชูชีพขับเจ็ตสกีบก บุก DSI ยื่นสอบ “กัน จอมพลัง” อ้างมีคลิปลับ-เส้นเงิน 10 ล้าน

12

ทนายตั้ม” เปิดตัวสุดฮือฮา สวมชูชีพขับเจ็ตสกีบก ก่อนเปลี่ยนสูทแดงยื่น DSI ขอสอบ “มูลนิธิกัน จอมพลังช่วยสู้” อ้างมีข้อมูลการระดมทุน บัญชีม้า และเส้นเงิน 10 ล้านบาท พร้อมมอบ “คลิปลับ” เป็นหลักฐาน ลั่นหากพบผิดจริงอาจเข้าข่ายองค์กรอาชญากรรม ขณะที่ขอให้ DSI ตรวจสอบข้อเท็จจริงและเตรียมนำพยานเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติม

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เดินทางเข้ามายื่นหนังสือต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ขอให้ตรวจสอบการระดมทุนของ “มูลนิธิกัน จอมพลังช่วยสู้” พร้อมส่งมอบคลิปวิดีโอที่อ้างว่าเป็น “คลิปลับ” และเป็นหลักฐานสำคัญให้ดีเอสไอเพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริง

โดยวันนี้ทนายตั้มเปิดตัวด้วยรถเจ็ทสกีบกสีส้มดำ พร้อมใส่ชุดว่ายน้ำ เสื้อชูชีพ แว่นตาสีดำ พร้อมติดหนวด หลังจากนั้นก็ได้เปลี่ยนชุดเป็นชุดสูทสีแดง พร้อมเปิดเผยข้อมูลว่า วันนี้ตนเองขับเจ็ตสกีมาจากช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งการทําคอนเทนต์ต่างๆในช่วงนี้ตนเองอยากให้สื่อและประชาชนสนใจเพียง 30% อีก 70% คือเนื้อหา ซึ่งการทําคอนเทนต์เพื่อต้องการให้ทุกคนเห็นว่าสิ่งเหล่านี้สามารถจัดเตรียมขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะช่วยเหลือคนหรืออะไรก็ตามแค่ตั้งกล้องตามจุด และล่าสุดขนาดคนเสียชีวิตยังมาสร้างคอนเทนต์ได้เลย

สําหรับวันนี้ได้นําหนังสือมายื่นให้ดีเอสไอตรวจสอบ “มูลนิธิกัน จอมพลังช่วยสู้” ในเรื่องความสุจริตเพราะตอนนี้มีข้อมูลหลั่งไหลเข้ามาจํานวนมาก จึงต้องการให้ดีเอสไอดําเนินการตรวจสอบเพราะถ้าเป็นจริงไม่ต่างจากองค์กรอาชญากรรม มีทั้งจ่ายเงินให้คนที่มาทํางานด้วยเป็นเงินสดเพื่อไม่ต้องมีช่องทางติดต่อกับทางมูลนิธิฯ และยังให้หาบัญชีม้าคนในครอบครัวและญาติพี่น้องบัญชีละ 5,000 บาท เพื่อรับโอนเงิน ซึ่งถ้าเป็นเงินถูกกฎหมายคงไม่เป็นอะไรแต่เรื่องนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน และขอฝากถึง “กัน จอมพลัง” ด้วยว่า “ชนพัฒน์ นาคสั้ว รู้จักใช่มั้ย และที่บอกว่าคนนู้นคนนี้ไม่เกี่ยวกับเว็บพนัน เพราะตัวเองมีส่วนในการวิ่งเต้นคดีใช่หรือไม่“

ทนายตั้ม ยืนยันว่า มีหลักฐานโอนเงินจํานวน 10 ล้านบาท เข้าบัญชีเลขาของภรรยากัน จอมพลัง ก่อนจะถูกธนาคารอายัดและขอปลดได้ในที่สุด ซึ่งวันนี้นําหลักฐานเป็น “คลิปลับ” มามอบให้ดีเอสไอ และสิ่งที่คุณพยายามพูดมาตลอดว่าพร้อมให้ตรวจสอบ ตนเองอยากถามกลับว่าจะให้ตรวจสอบอย่างไร ถามอะไรไปก็บล็อกและไม่เคยนําเอกสารอะไรมาชี้แจง และการยื่นบัญชีของมูลนิธิฯเขาแค่แสดงว่ารับและจ่ายเท่าไหร่ แต่ถ้าจะดูการทุจริตจะดูเพียงเงินเข้าและออกเท่าไหร่ไม่ได้ แต่ต้องดูเงินออกว่าออกไปยังบริษัทไหนและได้รับส่วนต่างกําไรเท่าไหร่และเงินเหล่านี้ท้ายที่สุดย้อนกลับมาเป็นเงินสดให้คนใกล้ตัวหรือตัวของเขาเอง

ทนายตั้ม กล่าวอีกว่า ในเรื่องของชุดเกราะคุณยังไม่มีปัญญาตอบเลย เพราะคุณไม่กล้าตอบ ตอบมาก็ไม่ได้อยู่แล้ว เกาะเลเวล 4 เขาขายกัน 6,990 บาท มีทั้งหน้าทั้งหลัง ถ้าสั่งผลิตจากจีนถูกกว่านี้อีก แต่คุณเอามาโชว์ว่าซื้อมาแค่ 6,000 บาท เป็นบุญคุณกับประเทศชาติอีก แต่ว่าเป็นเกาะด้านเดียวแพงกว่าเท่าตัว เงินส่วนต่างอยู่ไหน มีไปรีวิวบริษัทนั้นอีกว่ารับทํา ตนเองอยากรู้ว่ารับทํากี่ตัวและรับจากจีนกี่ตัว มาตอบตรงนี้ก่อนอย่าเพิ่งเบี่ยงประเด็นอ้างขอทําความดีก่อน สิ่งสําคัญคือคุณทําความดีต้องตรวจสอบได้ ไม่ใช่เอาไปทําให้ดํามืดและไม่สามารถตรวจสอบได้และมาอ้างว่าเป็นคนดี ผมไม่ได้บอกว่าเป็นคนดีผมเป็นคนเลวที่เมื่อก่อนเคยทําความดีเหมือนกัน

ทนายตั้ม เปิดเผยอีกว่า เท่าที่รู้มาคือบังเกอร์ “กัน จอมพลัง” ได้มาฟรี คุณเปิดรับบริจาคหรือไม่ และตอนนี้คนที่เขาส่งทรายและขนหินให้คุณฟรีอยากทราบว่าคุณเอารายการเหล่านี้ไปขอรับบริจาคหรือไม่ ประชาชนส่วนใหญ่อยากรู้ว่า “กัน จอมพลัง เป็นคนดีหรือปีศาจกันแน่”

สําหรับคลิปลับที่นํามายื่นให้ดีเอสไอ ทนายตั้ม ระบุว่า เกี่ยวกับวิธีการทํางานของเขา ออกจากบ้านที่ใช้รถถึง 3 คัน และสายข่าวบอกด้วยว่าจะมีทีมหนึ่งคอยไปรับเงินต่างๆ และนายอัจฉริยะ ที่บอกโดนกรรโชกทรัพย์กว่า 10 คดี อาจจะเป็นเด็กๆไปเลยถ้าเรื่องที่ตนเองเปิดวันนี้เป็นเรื่องจริง รอให้ดีเอสไอตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะทราบว่าตอนนี้เริ่มมีการข่มขู่พยานเพราะมีคนหนุนหลังเยอะ และก่อนหน้านี้มีคนของกระทรวงมหาดไทยทักมาขอข้อมูลแต่เพิ่งทราบว่าเป็นคนนําข้อมูลไปให้ “กัน จอมพลัง”

ทนายตั้ม กล่าวทิ้งท้ายว่า “ร้านทองบางแสนจําได้หรือไม่” และขอฝากด้วยว่าถ้าคุณและทีมงานไปข่มขู่พยานเรื่องนี้จะส่งผลต่อการคัดค้านประกันตัวในอนาคตหากถูกดําเนินคดี ซึ่งวันนี้ตนเองจะให้การกับพนักงานสอบสวนดีเอสไอและเตรียมนําพยานเข้ามาให้การต่อไป