“ไอติม” ยันเบาะแสฮั้ว สว.น่าเชื่อถือ ชี้ 90% กมธ.ตำรวจซักถามตนเอง

17

“ไอติม” เผยภายหลังชี้แจง กมธ.ตำรวจ ชี้ กมธ. ใช้เวลา 90% ซักถามตนเอง ยันทุกเบาะแสฮั้ว สว. ข้อมูลที่ได้มาน่าเชื่อถือ ยก 2 กรณี เปิดเส้นเงินนักการเมืองอำนาจเจริญกับ จนท. กกต.-คลิปเสียง B2 ยืนยันข้อเท็จจริงแล้ว

วันที่ 3 ก.ย. 2569 เวลา 12.00 น. นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน หลังเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการตำรวจ (กมธ.ตำรวจ) กรณีเอกสารสำนวนคดีฮั้วเลือก สว.

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงภาพรวมการประชุม กมธ.ตำรวจ และสอบถามว่านายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ได้เดินทางมาด้วยหรือไม่ นายพริษฐ์เปิดเผยว่า คุณยิ่งชีพไม่ได้มา แต่ตนไปให้ความร่วมมือเต็มที่ การพูดคุยหลักๆ เป็นไปตามหัวข้อที่ทางคณะกรรมาธิการได้ตั้งไว้ เป็นการพยายามสอบถามเกี่ยวกับที่มาที่ไปของข้อเท็จจริงและข้อมูลที่นำเสนอในการตรวจสอบเรื่องคดีโกง สว. ซึ่งคำตอบที่ให้แก่กรรมาธิการก็เหมือนกับที่เคยให้แก่พี่น้องสื่อมวลชนมาโดยตลอด ข้อมูลเบาะแสได้รับมาจากหลากหลายทาง ในหลากหลายรูปแบบ ตนในฐานะผู้แทนราษฎรมีหน้าที่ในการกลั่นกรองความน่าเชื่อถือของข้อมูลต่างๆ และหากข้อมูลไหนมีความมั่นใจว่ามีมูล ก็นำเสนอต่อสาธารณะ ทั้งในรูปแบบของข้อเท็จจริง หรือคำถามต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาสิ่งที่เป็นบทพิสูจน์ว่าข้อมูลที่นำเสนอมีความน่าเชื่อถือ คือข้อมูลแทบจะทุกครั้ง หรือเรียกได้ว่าทุกครั้งที่นำเสนอต่อสาธารณะ ได้รับการยืนยันจากบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าเป็นความจริง ยกตัวอย่างเช่น ตอนเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเงินจากนักการเมืองนครสวรรค์ไปที่เจ้าหน้าที่ กกต. ท้ายที่สุด กกต. ก็ออกมายอมรับ ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าเส้นเงินดังกล่าวเป็นจริง แล้วมีการสอบวินัยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด้วย หรือตอนที่มีการเปิดข้อมูลว่าบุคคลในคลิปเสียงที่โรงแรม B2 นั้นเป็นนายกวิทยา จากหนองคาย ท้ายที่สุดเจ้าตัวก็ออกมายอมรับว่าเป็นเจ้าของเสียงในคลิปจริงๆ

ดังนั้น จึงยืนยันหลักการว่าได้รับข้อมูลเบาะแสมาหลายทาง หน้าที่คือการกลั่นกรองความน่าเชื่อถือของข้อมูล แล้วประเด็นไหนที่เห็นว่ามีมูล มีความมั่นใจ ก็มีการนำเสนอต่อสาธารณะ ซึ่งท้ายที่สุดคิดว่าถูกพิสูจน์ด้วยการที่ข้อมูลเหล่านั้นถูกยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง

ส่วนกรณีที่ผู้สื่อข่าวระบุว่าในช่วงแรกของการสัมภาษณ์มีการเน้นย้ำประเด็น DSI เรื่องเอกสารหลุดจริงหรือไม่นั้น นายพริษฐ์ชี้แจงว่า ความจริงต้องบอกว่าอันนี้ไปย้อนฟังจากถอดสคริปต์ได้ การประชุมกันน่าจะประมาณ 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ใช้ไปกับการซักถามตน มีการสอบถามทาง 2 หน่วยงาน คือทาง DSI กับกองปราบฯ แค่น่าจะแค่หน่วยงานละ 1 คำถามตอนท้ายเฉยๆ

เมื่อถามว่าการประชุมครั้งนี้เหมือนเป็นการล้วงข้อมูลหรือสืบราชการลับหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ถือว่าเป็นดุลพินิจของแต่ละกรรมาธิการว่าจะให้ความสำคัญกับเรื่องไหนอย่างไร ในฐานะที่ไม่ได้อยู่ในกรรมาธิการ แต่เป็น สส. ที่ถูกเชิญไปให้ข้อมูล ก็ให้ความร่วมมือเต็มที่ และยินดีต่อการตรวจสอบ ก็หวังว่า สส. ทุกคน ทุกพรรค จะใช้มาตรฐานเดียวกัน แล้วหลังจากนี้ถ้าเห็นทางคณะกรรมาธิการคณะไหน เกิดมีวาระเรื่องอะไรที่เป็นที่สนใจของพี่น้องประชาชน อยู่ในขอบเขตของกรรมาธิการ แล้วมีการเรียนเชิญสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยกันมาให้ข้อมูล ก็หวังว่าจะได้รับความร่วมมือจาก สส. คนอื่น ทุกพรรคเช่นเดียวกัน