191 ทุบรัง “พอตซอมบี้”บุกบ้านหรู-รวบไทยจีนยึดของกลาง 2.5 ล้าน

11

ล่อซื้อก่อนจู่โจมรวบ 3 ไทย-จีน ยึดหัวพอตเค 839 หัว
เจอไอซ์-แฮปปี้วอเตอร์ ของกลางอื้อ มูลค่ารวม 2.5 ล้าน
ตำรวจ 191 ขยายผลเครือข่าย “พอตซอมบี้” บุกค้นบ้านหรูย่านคันนายาว หลังสืบพบใช้เป็นแหล่งลักลอบจำหน่ายพอตเคผสมสารเอโทมิเดต วางแผนส่งสายลับล่อซื้อผ่านไลน์ ก่อนสะกดรอยพนักงานรับส่งพัสดุและแสดงหมายค้นเข้าจู่โจม รวบผู้ต้องหา 3 ราย เป็นหญิงไทย 1 ราย และชายชาวจีน 2 ราย ยึดหัวพอตผสมเอโทมิเดต 839 หัว เครื่องบุหรี่ไฟฟ้า 988 เครื่อง น้ำยาผสมเอโทมิเดต 17 ขวด พร้อมไอซ์และ “แฮปปี้วอเตอร์” รวมของกลางมูลค่าประมาณ 2.5 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 3 ก.ย.2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) หรือ “191” ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผบก.สปพ. และเจ้าหน้าที่ กก.สายตรวจ เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพฯ หลังสืบสวนพบเบาะแสว่าอาจถูกใช้เป็นสถานที่ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าประเภท “พอตเค” (K-Pod) หรือที่เรียกกันว่า “พอตซอมบี้”

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายปราบปรามยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การกำกับของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกำชับให้ทุกหน่วยเร่งกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติด โดยเฉพาะการผลิต จำหน่าย ครอบครองเพื่อการค้า นำเข้า ส่งออก ตลอดจนผู้ให้การสนับสนุนเครือข่าย

แกะรอย “พอตซอมบี้” ซ่อนตัวบ้านหรู

ก่อนการจับกุม ตำรวจงานสายตรวจ 2 กก.สายตรวจ สืบทราบว่าบ้านเป้าหมายในย่านคันนายาวมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการลักลอบจำหน่ายพอตเค จึงรวบรวมพยานหลักฐานก่อนยื่นคำร้องต่อศาลอาญามีนบุรี และได้รับอนุมัติหมายค้น

กระทั่งช่วงบ่ายวันที่ 1 ก.ย. เจ้าหน้าที่กระจายกำลังซุ่มสังเกตการณ์รอบบ้าน พร้อมวางแผนให้สายลับติดต่อสั่งซื้อหัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าผสมสารเอโทมิเดต จำนวน 1 หัว ราคา 1,600 บาท ผ่านแอปพลิเคชันไลน์

ตำรวจระบุว่า ผู้ติดต่อขายคือ น.ส.จรรยากร อายุ 27 ปี ซึ่งส่งคิวอาร์โค้ดสำหรับชำระเงินให้สายลับ เมื่อมีการโอนเงินเรียบร้อยแล้ว จึงเรียกผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอปพลิเคชันมารับพัสดุเพื่อนำไปส่ง

ประมาณ 14.45 น. เจ้าหน้าที่ซึ่งซุ่มอยู่โดยรอบเห็นรถจักรยานยนต์รับจ้างมาจอดหน้าบ้าน ก่อน น.ส.จรรยากร จะเดินออกมาพร้อมซองพัสดุสีขาว ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ

เปิดซองพัสดุพบหัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าผสมเอโทมิเดต ซุกซ่อนอยู่ภายในกล่องลิปสติกสีชมพู-ขาว จำนวน 1 ชิ้น ซึ่งเป็นสินค้าจากการล่อซื้อ

เปิดประตูค้นบ้าน เจอ 2 หนุ่มจีน-ยาไอซ์วางบนโต๊ะ

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่แสดงหมายค้นและเข้าตรวจสอบภายในบ้าน โดยมี น.ส.จรรยากร นำตรวจค้น ก่อนพบชายชาวจีนอีก 2 ราย คือ Mr. YU อายุ 37 ปี และ Mr. GUAN อายุ 34 ปี อยู่บริเวณโต๊ะรับแขกชั้น 1

จากการตรวจค้นบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน น้ำหนักรวมถุงประมาณ 1.9 กรัม อยู่บนช้อนเซรามิก รวมทั้งอุปกรณ์การเสพ ก่อนขยายการตรวจค้นไปยังจุดต่างๆ ภายในบ้านและพบของกลางอีกเป็นจำนวนมาก

ประกอบด้วย หัวพอตบุหรี่ไฟฟ้าผสมสารเอโทมิเดต 839 หัว มูลค่าประมาณ 1.4 ล้านบาท, เครื่องบุหรี่ไฟฟ้า 988 เครื่อง มูลค่าประมาณ 988,000 บาท, น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าผสมเอโทมิเดต 17 ขวด มูลค่าประมาณ 300,000 บาท รวมถึงยาไอซ์ประมาณ 1.9 กรัม แฮปปี้วอเตอร์หรือเมทแอมเฟตามีน 3 ซอง เครื่องซีล ซองพลาสติก และอุปกรณ์การเสพรวมมูลค่าของกลางและทรัพย์สินที่ตรวจยึดประมาณ 2.5 ล้านบาท

ตรวจฉี่เจอสารเสพติด-เช็กสถานะเข้าเมือง

ตำรวจตรวจสอบเอกสารของชายชาวจีนทั้ง 2 ราย โดย Mr. YU ไม่สามารถนำหนังสือเดินทางมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ ขณะที่ Mr. GUAN มีหนังสือเดินทาง

จากนั้นนำผู้ถูกจับกุมทั้ง 3 รายไปตรวจหาสารเสพติดในร่างกายที่สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี ผลตรวจของ Mr. YU พบสารเสพติดในร่างกาย

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา น.ส.จรรยากร ในความผิดเกี่ยวกับการร่วมกันฝ่าฝืนคำสั่งห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า ความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร มาตรา 246 และร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ตามรายละเอียดแห่งคดี

ส่วน Mr. YU ถูกดำเนินคดีในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติด รวมถึงเสพเมทแอมเฟตามีนโดยผิดกฎหมาย และข้อหาเกี่ยวกับการเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่ Mr. GUAN ถูกดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า ศุลกากร และการครอบครองยาเสพติด

ตำรวจระบุว่า ในชั้นจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 รายให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สน.บางชัน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตำรวจฝากเตือนว่า “พอตเค” หรือพอตที่มีการผสมสารเอโทมิเดต กำลังเป็นหนึ่งในปัญหาที่เจ้าหน้าที่เร่งปราบปราม หากประชาชนพบเบาะแสเกี่ยวกับการจำหน่ายยาเสพติดหรือสิ่งของผิดกฎหมาย สามารถแจ้งกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษผ่านสายด่วน 191 หรือช่องทางโซเชียลมีเดียของสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษได้