วันนี้ (31 ส.ค.) เมื่อเวลา 23.00 น. ที่ สน.ห้วยขวาง พันตำรวจเอกกัมพล รัตนประทีป รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 รักษาราชการแทนผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง เป็นประธานปล่อยแถวตำรวจลงพื้นที่กวาดล้างสถานบริการและผับทุนจีนในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อล้างบางเครือข่ายนอมินี – ทุนเทา เพื่อแก้ปัญหาสถานบริการและจัดระเบียบส่งเสริมธุรกิจถูกกฎหมาย ตัดวงจรนอมินี-ทุนเทาเด็ดขาด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ไม่อาจเรียกร้องได้ด้วยคำพูด แต่ต้องสร้างขึ้นผ่านการทำงานที่จริงจัง ชัดเจน และโปร่งใส เจ้าหน้าที่ทุกนายต้องร่วมกันควบคุมให้สถานบริการทุกแห่งดำเนินกิจการภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด สำหรับในรอบสัปดาห์นี้ มีเป้าหมายสถานบริการกึ่งผับที่เข้าข่ายต้องคุมเข้มและตรวจสอบใบอนุญาตจำหน่ายสุรา ซึ่งเปิดให้บริการได้ไม่เกินเวลา 24.00 น. ทั้งหมด 41 แห่ง โดยมีการคัดกรองจัดลำดับความเสี่ยงเป็นพื้นที่สีแดงและสีเหลือง หากตรวจพบว่าร้านใดปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือการค้ามนุษย์ ก็จะปรับระดับความเสี่ยงลงตามลำดับ เพื่อให้การตรวจเป็นไปตามหลักการและแผนงาน ไม่ใช่การเลือกปฏิบัติ หรือทำตามผลประโยชน์
ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจตามแผนงาน โดยมีเป้าหมายเข้าตรวจค้นและจัดระเบียบในคืนนี้ รวม 9 ร้าน แบ่งเป็นร้านในโซนสีเหลือง 4 ร้าน และโซนสีแดง 5 ร้าน ซึ่งจากการสุ่มตรวจอย่างต่อเนื่อง ผลการปฏิบัติงานเบื้องต้นสามารถเข้าตรวจเช็กสถานประกอบการได้แล้ว 3 แห่ง ได้แก่ ร้านจู๊ค, ร้านบ้านบาร์เล่า และร้านค้าในบริเวณใกล้เคียง จากการเข้าตรวจสอบ “ร้านจู๊ค” เจ้าหน้าที่พบความผิดชัดเจนโจากการตรวจไม่พบทั้งใบอนุญาตจำหน่ายสุราและใบอนุญาตประกอบสถานบริการ แม้ทางเจ้าของร้านจะอ้างว่าอยู่ระหว่างขั้นตอนการยื่นขออนุญาต แต่ทางกฎหมายถือว่าเมื่อยังไม่อนุมัติก็ ไม่สามารถเปิดให้บริการได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาเปิดสถานประกอบการโดยไม่ได้รับอนุญาตทันที อย่างไรก็ตาม เนื่องจากขณะเข้าตรวจเป็นช่วงเวลาก่อนเที่ยงคืน จึงยังไม่เข้าข่ายความผิดฐานเปิดให้บริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด
ขณะที่ผลการตรวจอีก 2 ร้านที่เหลือในชุดแรก ไม่พบสิ่งผิดปกติร้ายแรง คงมีเพียงเอกสารบางรายการที่ไม่ได้นำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ขณะเข้าตรวจ เช่น เอกสารการขออนุญาตจากสำนักงานเขต และใบทะเบียนพาณิชย์ ซึ่งเจ้าของร้านยืนยันว่ามีเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้วแต่เก็บไว้ที่อื่น ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ประสานงานกับฝ่ายป้องกันปราบปราม ให้นำเอกสารมาแสดงต่อเจ้าพนักงานเพิ่มเติมในภายหลัง พร้อมกำชับเรื่องการปิดให้บริการตรงตามเวลา 24.00 น. อย่างเคร่งครัด หากพบการฝืนเปิดเกินเวลาหลังจากนี้ จะดำเนินคดีจับกุมตามกฎหมายโดยไม่มีการข้อยกเว้น




