“สว.สุนทร” ค้าน “พ.ร.ก.กู้มาแจก” จี้ตรวจงบเปลี่ยนผ่านพลังงาน แฉท้องถิ่นแห่ของบโซลาร์เซลล์ส่อพิรุธแนะส่งเสริมพลังงานชีวภาพช่วยเกษตรกร

12
สุนทร พฤกษพิพัฒน์

รัฐสภา, 31 สิงหาคม 2569 – นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และประธานคณะอนุกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค ใน คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา อภิปรายแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการตราพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขวิกฤตด้านพลังงานฯ โดยชี้ว่า แม้สภาผู้แทนราษฎรและศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่าเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน แต่การเดินหน้ากู้เงินในลักษณะนี้เป็นการส่งสัญญาณทางเศรษฐกิจที่ผิดพลาดจากผู้นำประเทศ ในภาวะที่ประเทศไทยจัดงบประมาณแบบขาดดุลต่อเนื่องมาเกือบ 20 ปี จนโครงสร้างเศรษฐกิจกลายเป็นรูปแบบ K-Shaped ที่คนรวยยิ่งรวยขึ้น แต่คนจนกลับยิ่งยากจนลง

วุฒิสภา

นายสุนทร ระบุว่า หลักการบริหารในยามวิกฤตการเงินต้องยึดหลัก “ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ อดทน” แต่ที่ผ่านมารัฐบาลกลับดำเนินนโยบายเชิงสัญลักษณ์แบบฉาบฉวย เช่น มาตรการประหยัดพลังงานลดการเปิดแอร์ และงดใส่สูทที่ทำได้เพียงชั่วคราวแล้วกลับสู่สภาพเดิม ขณะเดียวกันยังมีความน่ากังวลต่อดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ที่สะท้อนปัญหาความโปร่งใส

นอกจากนี้ สว.สุนทร ได้ตั้งข้อสังเกตต่อประเด็นโครงสร้างพลังงานและวงเงินกู้ของรัฐบาลใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ 1.ราคาน้ำมันในประเทศไม่สอดคล้องตลาดโลก โดยราคาขายปลีกน้ำมัน E20 ในประเทศที่พุ่งสูงกว่า 32 บาทต่อลิตร ซึ่งสูงกว่าช่วงเกิดสงคราม ทั้งที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกลดลงแล้ว จึงขอฝากให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเร่งผ่าตัดแก้ไขโครงสร้างราคาพลังงานที่ใช้สูตรคำนวณเดิมมานานกว่า 30–40 ปี แทนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

อนุทิน ชาญวีรกูล
เอกนิติ

2.คัดค้านนโยบาย “กู้มาแจก” สำหรับงบประมาณก้อนแรก 2 แสนล้านบาท ตนไม่เคยเห็นด้วยกับรัฐบาลใดที่ใช้แนวทางนี้ เพราะการมอบปลาให้ประชาชนไม่ยั่งยืนเท่ากับการสอนวิธีจับปลา และจะยิ่งทำลายขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว และ 3.พิรุธงบเปลี่ยนผ่านพลังงาน สำหรับวงเงินอีก 2 แสนล้านบาทเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน พบความผิดปกติที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเริ่มแห่ทำเรื่องของบประมาณติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ ทั้งที่ระเบียบและกติกากลางของโครงการยังไม่ได้ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ พร้อมเสนอแนะให้รัฐบาลกระจายงบไปส่งเสริมพลังงานชีวภาพ (Bioenergy) เพื่อช่วยพยุงผลผลิตทางการเกษตรของไทยอีกทางหนึ่ง

“ท่านบอกกู้เพราะวิกฤต โอเค มันอาจจะมีวิกฤต แต่ท่านกำลังพลิกวิกฤตเป็นโอกาสของใคร เป็นโอกาสของประชาชนจริงหรือไม่ สิ่งที่รัฐบาลต้องกังวลให้มากที่สุดคือเรื่องความโปร่งใส อย่าทำให้ประชาชนเห็นว่ามีการทุจริต” สมาชิกวุฒิสภา กล่าว