วันที่ 25 สิงหาคม ที่อาคารรัฐสภา คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา นำโดย นายพิศูจน์ รัตนวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการ พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง รองประธานคนที่ห้า พร้อมคณะกรรมาธิการ ร่วมประชุมติดตามและพิจารณาแนวทางขับเคลื่อนงานด้านการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมีเป้าหมายสำคัญจากเดิมที่เน้นการลงพื้นที่รับฟังปัญหา ไปสู่การผลักดัน “ผลงานที่จับต้องได้” และสามารถขยายผลเป็นต้นแบบระดับประเทศ

ที่ประชุมเสนอแนวคิดเลือกจังหวัดขนาดไม่ใหญ่มากเป็น “จังหวัดต้นแบบการท่องเที่ยวครบวงจร” โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์การบริหารส่วนจังหวัดเข้ามาเป็นกลไกหลัก เชื่อมจุดขายของแต่ละพื้นที่เข้ากับเส้นทางท่องเที่ยว ที่พัก อาหาร วัฒนธรรม ไกด์ท้องถิ่น และกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเพิ่มระยะเวลาพำนักและกระจายรายได้ลงสู่ชุมชน
พร้อมเสนอจัดทำ Quick Win 100 วัน ในพื้นที่ที่มีความพร้อม เพื่อให้ประชาชนเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม ก่อนพัฒนาเป็นโมเดลระยะ 2–3 ปีและขยายผลไปยังจังหวัดอื่น
หนึ่งในพื้นที่ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ โดยที่ประชุมเห็นว่าควรต่อยอดสถานะมรดกโลกไปสู่เศรษฐกิจการท่องเที่ยวอย่างเต็มระบบ ทั้งการพัฒนาพิพิธภัณฑ์หรือศูนย์เรียนรู้ การเพิ่มกิจกรรมช่วงกลางคืน ระบบแสงสว่างที่เหมาะสม เส้นทางท่องเที่ยว และไกด์ท้องถิ่น เพื่อทำให้ศรีเทพเป็นมากกว่าแหล่งโบราณสถาน แต่เป็นจุดหมายการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่สร้างรายได้ให้พื้นที่

อีกแนวทางสำคัญคือ Green Tourism ด้วยการนำจักรยานไฟฟ้าและยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กมาใช้ในพื้นที่ท่องเที่ยว เพื่อลดปัญหาจราจร มลพิษ และเชื่อมโยงกับการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม โดยมองการท่องเที่ยวในมิติ “คน–รถ–ขยะ–พลังงาน–สิ่งแวดล้อม” ไปพร้อมกัน
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังถกเข้มปัญหา “ธุรกิจรถเช่าท่องเที่ยว” ซึ่งคาราคาซังมานานกว่า 10 ปี โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติใช้บริการ และเกิดปัญหาเรื่องใบอนุญาตขับขี่ ความปลอดภัย และอุบัติเหตุ
คณะกรรมาธิการเสนอให้ศึกษาการใช้อำนาจตามกฎหมายที่มีอยู่ แทนการรอผลักดันกฎหมายใหม่ โดยชงให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็น “เจ้าภาพ” ออกข้อบัญญัติหรือมาตรการกำกับผู้ประกอบการในพื้นที่ พร้อมนำ สัญญาเช่าดิจิทัล และระบบติดตามรถมาใช้ เพื่อให้ตรวจสอบข้อมูลผู้เช่า รถ และเงื่อนไขการใช้บริการได้อย่างเป็นระบบ

เบื้องต้นเสนอให้ทดลองในพื้นที่ที่มีความพร้อม เช่น กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ก่อนประเมินผลและขยายไปยังพื้นที่อื่น พร้อมเตรียมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งด้านการกระจายอำนาจ กระทรวงสาธารณสุข กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ตำรวจท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา เข้าหารือ
ด้านกีฬา ที่ประชุมตั้งข้อสังเกตถึงภาระค่าเช่าพื้นที่ของหน่วยงานรัฐด้านกีฬา โดยเสนอให้ตรวจสอบว่า เหตุใดหน่วยงานของรัฐที่มีภารกิจส่งเสริมกีฬาจึงต้อง “เช่า” พื้นที่ของรัฐด้วยกัน และมีทางเลือกเปลี่ยนเป็นการ “ขอใช้พื้นที่ราชการ” ได้หรือไม่ หากกฎหมายเปิดช่อง




