จนท.รวบผู้ต้องสงสัยป่วนนราฯ40จุดได้แล้ว1รายที่เจาะไอร้อง พร้อมเร่งตรวจรางรถไฟโดนวางระเบิด ก่อนที่จะซ่อมแซมเปิดการเดินรถโดยเร็ว

12

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 24 ส.ค.69 เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิดจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ร่วมกับ อีโอดี.กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ชุดสุนัขสงครามดมกลิ่น ได้ร่วมเดินทางไปตรวจสอบเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดรางรถไฟ ซึ่งตั้งอยู่หลักกิโลเมตรที่ 1090 เขตรอยต่อระหว่างสถานีรถไฟมะรือโบ กับ สถานีรถไฟตันหยงมัส ม.1 ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็น 1 ใน 40 จุด ที่คนร้ายได้ลอบวางระเบิดในช่วงคืนวันที่ 22 ส.ค.69 ที่ผ่านมา จนการรถไฟแห่งประเทศไทย ต้องประกาศปิดการให้บริการเดินรถไฟทุกขบวนตั้งแต่วันที่ 23 ส.ต.69 ที่ผ่านมา


ซึ่งก่อนถึงจุดเกิดเหตุจ้าหน้าที่ต้องดินเท้าบนเส้นทางรถไฟจากสถานีรถไฟมะรือโบ ไปประมาณ 1 ก.ม. ด้วยความระมัดระวัง และพบว่าจุดดังกล่าว คนร้ายได้วางระเบิดแสวงเครื่องที่บรรจุในภาชนะถังแกสปิกนิก หนัก 25 ก.ก. จุดชนวนด้วยการตั้งเวลาไว้ จำนวน 3 ลูก คือ ที่รางรถไฟ 1 ลูก สร้างความเสียหายต่อหมอบรองรางรถไฟแบบคอนกรีต เสียหาย 2 ท่อน และรางรถไฟฉีกขาด จนรถไฟทุกขบวนไม่สามารถแล่นผ่านได้ และระเบิดอีก 2 ลูก คนร้ายได้วางระเบิดที่เสาไฟฟ้าริมถนนเลียบทางรถไฟ ห่างจุดเกิดเหตุไป ประมาณ 50 เมตร แต่เสาไฟฟ้าไม่โคนล้ม เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ ซึ่งจุดนี้คาดว่าคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุไม่ต่ำกว่า 6 คน


สำหรับการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ปรับแผนการเดินรถสายใต้ หลังเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดบริเวณรางรถไฟระหว่างสถานีมะรือโบ กับ ตันหยงมัส ที่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 1090 ดังนี้ จนกว่าเจ้าหน้าที่จะซ่อมแซมรางรถไฟให้กลับคืนสู่สภาวะปกติภายใน 1 ถึง 2 วันนี้
โดยให้ขบวนรถที่ 452 วิ่งต้นทางจากสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก ถึง สถานีรถไฟนครศรีธรรมราช เดินถึงสถานตันหยงมัส ก่อนเดินกลับเป็นขบวนรถพิเศษโดยสารที่ 2541 จากสถานีตันหยงมัส ถึง สุไหงโก-ลก, ขบวนที่ 37 กรุงเทพอภิวัฒน์ ถึง สุไหงโก-ลก ซึ่งออกจากต้นทางวันที่ 22 สิงหาคม เดินถึงสถานีมะรือโบ ก่อนเดินกลับเป็นขบวนรถพิเศษโดยสารที่ 2542 มะรือโบ–ยะลา และจัดทำเป็นขบวน 38 ยะลา–กรุงเทพอภิวัฒน์ ,ขบวนที่ 985 กรุงเทพ–สุไหงโก-ลก ซึ่งออกจากต้นทางวันที่ 22 สิงหาคม เดินถึงสถานีลาโละ ก่อนเดินกลับเป็นขบวนพิเศษสินค้าห่อวัตถุด่วนที่ 2545 ลาโละ–ยะลา และจัดทำเป็นขบวน 986 ยะลา–กรุงเทพ โดย


และขบวนที่ 447 สุราษฎร์ธานี–สุไหงโก-ลก เดินถึงสถานียะลา และเตรียมจัดทำเป็นขบวน 448 ยะลา–สุราษฎธานี ในวันที่ 24 สิงหาคม,ขบวน 463 พัทลุง–สุไหงโก-ลก เดินถึงสถานียะลา ก่อนเดินกลับเป็นขบวน 464 ยะลา–พัทลุง, ขบวนที่ 451 นครศรีธรรมราช–สุไหงโก-ลก เดินถึงสถานียะลา ก่อนเดินกลับเป็นขบวน 452 ยะลา–นครศรีธรรมราช ส่วนจากสถานีรถไฟตันหยงมัส จรดปลายทางสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก งดให้บริการทุกขบวน


จากการตรวจสอบที่สถานีรถไฟตันหยงมัส อ.ระแงะ พบว่า ในวันนี้มีชาวบ้านได้ทยอยเดินทางมาคืนตั๋ว มาเปลี่ยนเวลาเดินทาง รวมถึงประชาชนบางส่วนที่ไม่ทราบข่าวว่ามีการปิดให้บริการเดินรถไฟ จากสถานีรถไฟสุไหงโก-ลกจรดปลายทางถึงเพียงสถานีรถไฟตันหยงมัส ได้หอบสิ่งของสัมภาระเพื่อเดินทางมาใช้บริการ แต่ต้องกลับไปด้วยความผิดหวัง ส่วนอีก 7 สถานี จากสถานีรถไฟตันหยงมัส ไป สถานีรถไฟสุไหงโก-ลก ก็มีบรรยากาศชาวบ้านเดินทางมาทยอยคืนตั๋ว เปลี่ยนเวลาการดินทางเช่นกันและต่อเนื่อง
แต่ถึงอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องทั้งชุด อี.โอ.ดี.และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ได้ร่วมกันตรวจสอบจุดเกิดเหตุต่างๆทั้งลอบวางระเบิด ลอบวางเพลิง เมื่อคืนวันที่ 22 ส.ค.69 ทั้ง 13 อำเภอ รวม 40 จุด แล้วเสร็จไปแล้ววานนี้เพียง 5 อำเภอ คือ บาเจาะ รือเสาะ ศรีสาคร เมืองนราธิวาส และระแงะบางส่วน รวม 19 จุด เหลืออีก 8 อำเภอ เจ้าหน้าที่ได้ทยอยลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุในวันนี้ที่เหลืออีก 21 จุด ที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดกั้นพื้นที่จุดเกิดเหตุและเส้นทางที่ผ่านไว้ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนที่อาจจะได้รับอันตรายขณะสัญจรไปมา


สำหรับความคืบหน้าทางคดีกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงป่วนนราธิวาส 13 อำเภอ จำนวน 40 จุด เมื่อคืนวันที่ 22 ส.ค.69 นั้น ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ควบคู่กับการรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ สามารถควบคุมตัวเป็นชายผู้ต้องสงสัยได้ 1 คน ที่ร่วมลงมือก่อเหตุร้ายในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง

จากกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกพฤติกรรมเอาไว้ได้ ขณะผู้ต้องสงสัยได้ทุบทำลายกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้บนเสาไฟฟ้าริมถนนบ้านกือรง ม.3 ต.จวบ ซึ่งเป็น 1 ใน 3 จุด ที่ถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ได้นัดแนะแยกย้ายกันลงมือปฏิบัติการในเวลาไล่เลี่ยกัน และเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปสอบสวนขยายผลที่ศูนย์ซักถามแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.นราธิวาส แต่ผู้ต้องสงสัยยังให้การปฏิเสธ แม้กล้องวงจรปิดที่ผู้ต้องสงสัยลงมือทุบตีสามารถบันทึกพฤติกรรมเอาไว้ได้อย่างชัดเจน