ตำรวจน้ำสกัดกลางทะเลตราด ยึด AK-47 สองกระบอก กระสุนทะลัก 2.4 หมื่นนัด

10

ตำรวจน้ำสกัดสปีดโบ๊ท ขนอาวุธสงครามกลางทะเลตราด ยึด AK-47 2 กระบอก กระสุนกว่า 2.4 หมื่นนัด ตร.แกะรอยเรือต้องสงสัยออกไปรับสิ่งของกลางทะเล จับผู้ต้องหาได้ 1 ราย อ้างไปรับมาจากชาวกัมพูชา

วันที่ 24 ส.ค. พล.ต.ต.เศรษฐสิริ นิพภยะ ผบก.รน. สั่งการให้ พ.ต.อ.สิงห์ชัย ฐานไชยสิทธิ์ ผกก.5 บก.รน. พ.ต.ต.พิทักษ์ กิตติ สว.ส.รน.5 กก.5 บก.รน. พร้อมกำลังตำรวจน้ำ ร่วมกันจับกุม นายสมจิตร อายุ 51 ปี พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันกับพวกที่หลบหนี ร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย, ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรและไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันครอบครองยุทธภัณฑ์ในความควบคุมประเภทอาวุธและเครื่องอุปกรณ์ของอาวุธที่ใช้ในการสงครามโดยไม่ได้รับอนุญาต และใช้เรือที่มิได้รับใบอนุญาตใช้เรือฯ”

พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นปืนอาก้า (AK-47) จำนวน 2 กระบอก กระสุนปืนอาก้า 23,640 นัด กระสุนปืนกลขนาด 12.7 มม. จำนวน 765 นัด แมกกาซีนปืนอาก้า 102 อัน และเรือยนต์สปีดโบ๊ทสีขาว-น้ำเงิน ไม่มีชื่อและหมายเลขทะเบียน ขนาด 3.37 ตันกรอส โดยจับกุมได้บริเวณท่าเทียบเรือแห่งหนึ่ง หมู่ 2 ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากตำรวจน้ำแหลมงอบ ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมข่าวทหารเรือ และเจ้าหน้าที่ข่าวทัพเรือภาคที่ 1 ได้รับแจ้งเบาะแสว่า จะมีการใช้เรือสปีดโบ๊ทออกไปรับสิ่งของต้องสงสัยกลางทะเลบริเวณใกล้เกาะกูด ก่อนลำเลียงกลับเข้าฝั่งในพื้นที่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเรือลำดังกล่าวตั้งแต่ออกจากท่า

ต่อมาเจ้าหน้าที่พบเรือสปีดโบ๊ทเป้าหมายวิ่งกลับเข้าฝั่ง มุ่งหน้ามายังท่าเทียบเรือจุดเดิมที่ออกไป จึงนำเรือตรวจการณ์ตำรวจน้ำเข้าสกัดและเข้าตรวจค้น ก่อนพบของกลางเป็นอาวุธปืนและเครื่องกระสุนจำนวนมาก จึงควบคุมตัวนายสมจิตรไว้ดำเนินคดี

สอบสวน นายสมจิตรให้การรับสารภาพ โดยอ้างว่าได้รับจ้างขนของ แต่ไม่ทราบว่าสิ่งของที่รับมานั้นเป็นอาวุธสงคราม โดยอาวุธและเครื่องกระสุนทั้งหมดรับมาจากชาวกัมพูชา ซึ่งขับเรือนำสิ่งของมาส่งให้กลางทะเลบริเวณใกล้เกาะกูด จากนั้นตนเองและผู้ร่วมเดินทางจึงนำเรือสปีดโบ๊ทกลับเข้าฝั่งมายังท่าเทียบเรือในพื้นที่ ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่เรือออกไปก่อนหน้านี้

ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมและตรวจค้นเรือ มีนายศักรินทร์ฯ หรือ “ตู่” ผู้ร่วมขบวนการ อาศัยช่วงชุลมุนวิ่งหลบหนีไปได้ จึงควบคุมตัวนายสมจิตร ส่งสภ.แหลมงอบ ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งติดตามนายศักรินทร์ฯ มาดำเนินคดีในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป