“อาสพลธ์” เผย กมธ.ป.ป.ช. จ่อเรียกผู้เกี่ยวข้องแจงปมจ่าย 5 แสน แลกโควตาเรียน ปปร.30 ชี้เข้าข่ายให้สินบน เร่งปิดช่องโหว่ขายเก้าอี้

12
อาสพลธ์

รัฐสภา, 22 สิงหาคม 2569 – นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงกรณีที่มีข่าวบุคคลแจ้งความดำเนินคดีกับเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เรียกรับเงิน 500,000 บาท เพื่อแลกกับโควตาเข้าเรียนหลักสูตร ปปร. รุ่นที่ 30 แต่เมื่อไม่ได้เข้าเรียนและไม่ได้รับเงินคืนจึงแจ้งความ ก่อนจะมีการคืนเงิน และถอนแจ้งความในภายหลัง ว่า เนื่องจากสถาบันพระปกเกล้าเป็นหน่วยงานในสังกัดรัฐสภา กมธ.ป.ป.ช. จึงไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ โดยจะเชิญผู้เสียหาย ตำรวจ และผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้ที่ไปแจ้งความ เข้ามาให้ข้อมูลอย่างน้อย 4 เรื่อง

1. สอบหาข้อเท็จจริงให้ครบทุกด้าน 2. เรียกเอกสารและบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อเท็จจริง 3. หากพบมูล ให้ส่งต่อหน่วยงานที่มีอำนาจดำเนินการ โดยกมธ.จะส่งข้อมูลและพยานหลักฐานให้ ประธานรัฐสภา  สภาสถาบันพระปกเกล้า คณะกรรมการ ป.ป.ช. และหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย พิจารณาดำเนินการตามหน้าที่ และ 4. ปิดช่องโหว่ ไม่ให้เกิดการ “ขายโควตา” อีก โดยจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม กมธ. เพื่อบรรจุเป็นวาระการพิจารณา และออกหนังสือเรียกผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อเท็จจริงโดยเร็ว

ประธาน กมธ.ป.ป.ช. กล่าวว่า ในส่วนของสถาบันพระปกเกล้า เห็นว่าควรตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งด้านวินัยและจริยธรรมอย่างชัดเจน โดยไม่จำเป็นต้องรอให้คดีอาญาถึงที่สุด เพราะเป็นคนละกระบวนการและสามารถดำเนินการคู่ขนานกันได้ ซึ่งกรณีนี้ไม่ใช่เพียงแค่การฉ้อโกง เนื่องจากตำแหน่งของผู้ถูกกล่าวหาสามารถให้คุณให้โทษในการเข้าเรียนได้ และจากแนวคำพิพากษาศาลฎีกาในหลายกรณี อาจเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและสินบน ซึ่งเป็นความผิดอาญาแผ่นดินและยอมความไม่ได้ โดยมีความผิดตามกฎหมายทั้งผู้ให้และผู้รับ

“การที่มีการเรียกรับเงินได้ สะท้อนให้เห็นถึงช่องโหว่ในกระบวนการคัดเลือกนักศึกษามาเรียน นอกจากการปราบปรามและนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษแล้ว กมธ.ป.ป.ช. จะศึกษาหาแนวทางแก้ไขเพื่อปิดช่องโหว่ ป้องกันไม่ให้เกิดการเรียกรับผลประโยชน์ในหลักสูตรดังกล่าวอีกในอนาคต โดยจะติดตามเรื่องนี้ตามหน้าที่และอำนาจอย่างตรงไปตรงมา และจะรายงานความคืบหน้าให้พี่น้องประชาชนทราบต่อไป” นายอาสพลธ์กล่าว