‘ณัฐพงษ์’ จ่อชงสอบ TH-AI Passport ชี้ชัดล็อกสเปก-พบเครือข่ายฮั้วประมูลกระทรวงอื่น เตือนประชาชนระวังข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล

11

วันนี้ (21 ส.ค. 69) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีโครงการ TH-AI Passport ที่ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมยืนยันเดินหน้าและไม่กังวลต่อการถูกฟ้องร้องตามมาตรา 157 ว่า ขณะนี้พรรคเตรียมคำร้องเพื่อยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบ โดยมี นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน เป็นผู้ดำเนินการหลัก ร่วมกับนางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แม้รัฐบาลจะมีอำนาจเต็มในการเดินหน้าโครงการ แต่ในฐานะฝ่ายค้านพร้อมทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่และนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบต่อไป

ส่วนประเด็นข้อกฎหมายและการทำผิดเงื่อนไขการประกวดราคา (TOR) นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ข้อมูลที่ปรากฏค่อนข้างชี้ชัดว่าเป็นการล็อกสเปก นอกจากนี้ พรรคประชาชนยังพบข้อมูลเพิ่มเติมว่าเครือข่ายบริษัทที่รับงานโครงการ TH-AI Passport ยังรับงานของกระทรวงอื่นด้วย ซึ่งรูปแบบการเสนอราคาและการประมูลชี้ให้เห็นว่าเกิดการฮั้วประมูลหรือล็อกสเปกขึ้น

สำหรับข้อกังวลเรื่องข้อมูลรั่วไหลออกนอกประเทศ แม้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจะยืนยันความปลอดภัย นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ประชาชนสามารถพิจารณาและเลือกเชื่อถือข้อมูลได้ด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม ข้อกำหนดใน TOR ระบุค่อนข้างชัดเจนจนนำมาสู่ข้อสังเกตว่า การลงทะเบียนและใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในโครงการนี้ รัฐหรือผู้ให้บริการสามารถทราบตัวตนผู้ใช้งานและคำสั่งที่ป้อนเข้าไปได้ จึงอยากให้ประชาชนที่เตรียมลงทะเบียนตระหนักถึงรายละเอียดใน TOR และความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

กรณีที่ยอดผู้ลงทะเบียนปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านคน จากเป้าหมาย 5 ล้านคน นายณัฐพงษ์ มองว่าขึ้นอยู่กับความสนใจของประชาชน แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลที่ระบุว่าต้องการยกระดับทักษะคนไทยให้ใช้ AI เพิ่มมากขึ้น ซึ่งพรรคเห็นด้วยในจุดนี้

นายณัฐพงษ์ ระบุเพิ่มเติมว่า การนำ AI มาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกเหนือจากการสร้างความตระหนักรู้ คือการนำไปใช้บริหารจัดการภัยพิบัติ หรือตรวจสอบการทุจริตในภาครัฐ เช่น การทุจริตสอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งปัจจุบันภาคประชาชนและประชาสังคมใช้ AI สร้างระบบตรวจสอบและเปิดเผยข้อมูลผู้เกี่ยวข้อง หากโครงการลักษณะนี้ถูกริเริ่มโดยภาครัฐที่มีงบประมาณและอำนาจ จะก่อให้เกิดประโยชน์มากกว่าถ้ารัฐเลือกทำในสิ่งที่ควรทำ