คูโบต้าชวนส่อง 3 เกษตรกรรุ่นใหม่ อัปเลเวลสู่สมาร์ทฟาร์มเมอร์ ผ่านโครงการ KUBOTA Farmer Academy

8

ฤดูกาลเพาะปลูกเริ่มต้นด้วยเมล็ดพันธุ์ แต่อนาคตของภาคเกษตรไทยเริ่มต้นจาก “คน” ….ในวันที่โครงสร้างแรงงานภาคเกษตรกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย เทคโนโลยีกำลังเข้ามาเปลี่ยนวิถีการทำเกษตร การสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีทั้งองค์ความรู้ ทักษะการบริหารจัดการ และความสามารถในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี จึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตรไทยในระยะยาว

แม้ภาคการเกษตรไทยยังมีแนวโน้มเติบโต โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรคาดการณ์ว่า GDP ภาคการเกษตรปี 2569 จะขยายตัวกว่า 1.4% แต่คำถามที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ประเทศไทยจะสร้าง “คนรุ่นใหม่” ที่พร้อมสานต่อและขับเคลื่อนภาคการเกษตรในอนาคต สอดคล้องกับรายงานผลสำมะโนการเกษตรปี 2566 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติที่พบว่า ผู้ถือครองการทำเกษตรกว่าร้อยละ 52.8 มีอายุ 55 ปีขึ้นไป ในจำนวนนี้มีถึงร้อยละ 28.3 มีอายุ 65 ปีขึ้นไป สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ และยกระดับทักษะของผู้ที่สนใจเข้าสู่ภาคการเกษตร

จากแนวโน้มดังกล่าว สยามคูโบต้า จึงมุ่งพัฒนาศักยภาพเกษตรกรรุ่นใหม่ และผู้ที่มองเห็นโอกาสในการก้าวเข้าสู่ภาคการเกษตร ผ่านโครงการ KUBOTA Farmer Academy: Next Level เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการฟาร์ม เทคโนโลยีการเกษตร และแนวคิดการทำเกษตรสมัยใหม่ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง แล้วกิจกรรมนี้ได้เปลี่ยนมุมมองและต่อยอดการทำเกษตรของผู้เข้าร่วมอย่างไร… ไปทำความรู้จักกับผู้เข้าร่วมโครงการ ที่มีจุดเริ่มต้นและเส้นทางชีวิตแตกต่างกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือการยกระดับการทำเกษตรในแบบของตนเอง

ปุ้ย – สุภาพร พุ่มนิล: ฟาร์มประสบการณ์ เก็บ’เวล อัปสกิลเกษตร

ลูกหลานเกษตรกรจาก จ.ชุมพร ผู้สานต่อวิธีคิดและการทำเกษตรจากคุณพ่อ “ปุ้ย” พลิกบทบาทจากตำแหน่งผู้จัดการสาวของบริษัทเอกชนในมาเลเซีย สู่เกษตรกรฟูลไทม์ ที่มองการทำเกษตรให้สนุกเหมือนการเล่นเกม วางแผนรับมือทุกสถานการณ์ พร้อมอัปเกรดสู่ Next Level โดยสุภาพรเล่าให้ฟังว่า “โควิด-19 ทำให้ต้องเปลี่ยนเส้นทางอาชีพของตัวเองอย่างจริงจัง นั่นจึงเป็นโอกาสดีที่ได้ช่วยเหลืองานเกษตรของครอบครัวอย่าง พุมมาฟาร์ม ณ จังหวัดชุมพร”

ก่อนหน้านี้ มีคุณพ่อคอยถ่ายทอดความรู้ และวางแผนการทำสวนให้ แต่เมื่อสูญเสียเสาหลักของครอบครัว ทำให้ต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง ระหว่างนั้นมีโอกาสเข้าร่วมอบรมด้านเกษตร รวมถึงโครงการ KUBOTA Farmer Academy 2026 ช่วยให้มองการทำเกษตรอย่างเป็นระบบมากขึ้น อีกทั้งประยุกต์ใช้องค์ความรู้จากการทำงานที่ผ่านมาอย่างการวางแผนรายปี มาวางระบบของสวนทั้งหมด ทั้งโดยเฉพาะการปลูกกาแฟโรบัสตาที่เคยกวาดแชมป์ระดับโลกมาแล้ว

นอกจากนี้ ยังนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาปรับใช้ในการทำการเกษตร ทำให้วางแผนวิธีการทำงานและลำดับความสำคัญอย่างเหมาะสม และควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงยังตั้งเป้าหมายอยากพัฒนาฟาร์มให้เป็น International Village เปิดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสผลิตภัณฑ์ไทย สุภาพรฝากถึงคนที่กำลังฝันอยากทำการเกษตรด้วยว่า “อย่ากังวลว่าความฝันของเราจะเป็นจริงหรือไม่ ถ้ายังไม่ลงมือทำ”

ต่อกันด้วย อาร์ซี – กฤตวิทย์ ชอบทำดี: วิศวกรฟูลไทม์ผู้ไม่หยุดเรียนรู้

หนุ่มวิศวกรเคมี วางแผนต่อยอดธุรกิจสวนผลไม้ร่วมกับภรรยาที่ จ.ชุมพร “อาร์ซี” จากมีความรู้ด้านเกษตรเท่ากับศูนย์ แต่ไม่หยุดเรียนรู้ พร้อมยกระดับการทำสวนแบบ Smart Farming ด้วยเทคโนโลยี กฤตวิทย์เผยว่า

“จุดเริ่มต้นมาจากการวางแผนลงหลักปักฐานร่วมกับภรรยา โดยต่อยอดสวนทุเรียนและมังคุดของครอบครัวภรรยาที่ จ.ชุมพร อย่าง Dad&Mom Garden – สวนพ่อกะแม่ ช่วงแรกพบความท้าทายคือการบริหารเวลา เพราะยังทำงานประจำอยู่ที่กรุงเทพฯ จึงทำให้กระทบกับเวลาในการเรียนรู้ด้านการเกษตร เพราะชั่วโมงบินยังน้อย”

จากเดิมที่มองว่าการทำการเกษตรเป็นเรื่องยาก ต้องลงทุนลงแรง เสียเหงื่อ แต่ก็ใช้วิธีการทำไป เรียนรู้ไป ซื้อหนังสือมาอ่าน และหาความรู้จากอินเทอร์เน็ต ประกอบกับเข้าร่วมโครงการของสยามคูโบต้า ทำให้เห็นว่าการทำเกษตรแบบ Smart Farming มีเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ช่วยทุ่นแรงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโดรน หรือแทรกเตอร์ อีกทั้งยังมีเรื่องของการวิเคราะห์คุณภาพดิน ซึ่งช่วยลดปริมาณการใช้ปุ๋ย การออกแบบพื้นที่การเพาะปลูก รวมถึงการใช้ AI ช่วยให้บริหารจัดการฟาร์มได้เป็นระบบและแม่นยำขึ้น

กฤตวิทย์ ยังมองว่า ปัจจุบันเทรนด์การอยู่กับธรรมชาติเป็นที่นิยมมากขึ้น ยิ่งทำให้การเกษตรเป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับคนรุ่นใหม่ สำหรับใครที่ลังเลว่าจะเดินเข้าสู่เส้นทางการเกษตรดีไหม อยากแนะนำว่าลองเริ่มจากสิ่งเล็กๆ อย่างการปลูกผักสวนครัวบริเวณบ้านก่อนก็ได้ จะได้รู้ว่าเราชอบหรือไม่

คนสุดท้าย ธร – พ.ต.ท.อภิชา เตียงประโคน: ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่มีใจรักเกษตรกรรม

ตำรวจหนุ่มใหญ่จาก จ.บุรีรัมย์ ผู้เติบโตมากับครอบครัวเกษตรกร แม้จะเคยมองว่าการทำไร่ทำนาเป็นงานที่เหน็ดเหนื่อย แต่เมื่อโตขึ้นกลับพบว่าตัวเองรักการทำเกษตรโดยไม่รู้ตัว

“ได้ใช้เวลาว่างจากการทำงานมาสานต่อธุรกิจการเกษตรอย่าง โรงพักฟาร์ม ซึ่งตอนแรกมองว่าการทำเกษตรเป็นเรื่องง่าย เพราะเคยทำมาก่อน แต่ความจริงแล้วมีความท้าทายมากมาย ทั้งเรื่องต้นทุน กำลังแรงงาน พืชพรรณที่ใช้ปลูก สภาพอากาศที่ยากจะควบคุม รวมถึงการบริหารจัดการเวลา นอกจากนี้ยังเผชิญกับสายตาจากคนรอบข้างที่มองว่า ทำอาชีพตำรวจก็มั่นคงอยู่แล้ว”

ถึงอย่างนั้น พ.ต.ท.อภิชา ก็เดินหน้าต่อเพราะมีใจรัก ทั้งปลูกข้าวนาปี และทำเกษตรหมุนเวียน ซึ่งการเข้าร่วมกิจกรรมจากสยามคูโบต้ายังเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ช่วยให้วางแผนการทำเกษตรอย่างเป็นระบบ พร้อมเปิดมุมมองการอัปเลเวลเป็น Smart Farming ผ่านการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยลดเวลา ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแทนการใช้แรงงานเพียงอย่างเดียว

โดยที่ผ่านมา ได้มีการใช้ปั๊มน้ำการเกษตรระบบโซล่าเซลล์สำหรับสูบน้ำเพื่อใช้ในการทำเกษตร และใช้แทรกเตอร์ในการทำสวน พร้อมกับเผยเป้าหมายอยากพัฒนาฟาร์มของตัวเอง ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรให้ดียิ่งขึ้น และสนับสนุนให้เกิดการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับคนในชุมชน โดยยังฝากข้อความสร้างแรงบันดาลใจว่า อย่าให้ความฝันอยู่แค่ในสมอง ต้องลงมือทำจึงจะเกิดขึ้นจริง

สำหรับอาวุธลับขับเคลื่อนภาคเกษตรไทยสู่ Next Level ด้วยความรู้และเทคโนโลยี นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า สยามคูโบต้าเชื่อว่า การสร้างอนาคตของภาคเกษตรไทยต้องเริ่มจากการพัฒนา “คน” ผ่านการเรียนรู้ การลงมือปฏิบัติ และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อสร้างเกษตรกรที่มีทั้งองค์ความรู้ ทักษะการบริหารจัดการ และความสามารถในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ช่วยยกระดับสู่การเป็น Smart Farmer และ Agropreneur หรือการเป็นผู้บริหารจัดการฟาร์ม และผู้ประกอบการยุคใหม่

ท้ายที่สุด “Next Level” และอาวุธลับของการทำเกษตร อาจไม่ได้หมายถึงการมีฟาร์มที่ใหญ่ที่สุด หรือใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุด แต่คือการไม่หยุดเรียนรู้ พัฒนาตัวเอง และกล้าปรับเปลี่ยนวิธีคิด ให้สอดรับกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป เช่นเดียวกับผู้เข้าร่วมทั้ง 3 คน ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ทุกคนสามารถยกระดับการทำเกษตรสู่ Smart Farming ได้ ผ่านการผสานองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์เข้าด้วยกัน