ทีมพัฒนาจรวดจีนเดินหน้านำจรวดกลับมาใช้ซ้ำ หลังกู้คืนสำเร็จ ตั้งเป้าหมายระยะยาวไว้ที่ 20 ครั้ง

10

ปักกิ่ง, 21 ส.ค. (ซินหัว) — สำหรับทีมพัฒนาจรวดนำกลับมาใช้ใหม่รุ่น จูเชวี่ย-3 (Zhuque-3) ของบริษัทแลนด์สเปซ (LandSpace) ความสำเร็จในการลงจอดเพื่อกู้คืนจรวดท่อนแรกบนพื้นดินเมื่อเร็วๆ นี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น โดยความท้าทายที่สำคัญกว่าหลังจากนี้ คือการสร้างระบบตรวจเช็กและนำกลับมาใช้ใหม่ที่สมบูรณ์ เพื่อเปลี่ยนจรวดท่อนส่งที่กู้คืนมาได้ ให้กลายเป็นจรวดที่มีความน่าเชื่อถือและสามารถนำกลับมาและส่งขึ้นสู่อวกาศได้หลายครั้ง 

จรวดจูเชวี่ย-3 (Zhuque-3) ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันพุธ เวลา 07.35 น. ตามเวลาปักกิ่ง จากเขตทดลองนวัตกรรมอวกาศเชิงพาณิชย์ตงเฟิง ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน โดยหลังจากทะยานขึ้นและแยกตัวออก จรวดท่อนแรกได้ดำเนินการตามขั้นตอนการกลับสู่พื้นโลกที่วางแผนไว้ ทั้งการปรับทิศทางกลางอากาศจนสามารถลงจอดได้สำเร็จ

ไต้เจิ้ง ผู้บัญชาการภารกิจกล่าวว่า ขั้นตอนการชะลอความเร็วครั้งสุดท้ายเป็นไปอย่างราบรื่น ส่งผลให้จรวดลงจอดและหยุดนิ่งได้อย่างมั่นคง พร้อมระบุว่าภารกิจครั้งนี้ดำเนินไปได้ด้วยดีอย่างยิ่ง ซึ่งช่วยสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทีมงานทุกคน

ความสำเร็จในครั้งนี้ทำให้จีนมีวิธีการกู้คืนจรวดแยกเป็น 2 รูปแบบอย่างชัดเจน ได้แก่ การกู้คืนทางทะเลและการกู้คืนบนพื้นดิน หลังจากที่ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 10 ก.ค. จรวดท่อนแรกของลองมาร์ช-10บี (Long March-10B) ได้ถูกกู้คืนกลางทะเลสำเร็จเป็นครั้งแรกโดยระบบตาข่ายดักจับ

ทว่าการกู้คืนเป็นเพียงขั้นตอนแรกเท่านั้น เนื่องจากจรวดนำกลับมาใช้ใหม่จะคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์ได้ จรวดท่อนส่งที่กู้คืนมาจะต้องสามารถนำกลับมาบินซ้ำได้ในราคาที่เหมาะสม ซึ่งจำเป็นต้องผ่านกระบวนการทำงานต่อยอดอีกมาก

ไต้ อธิบายเพิ่มเติมว่าหลังการกู้คืน ทีมงานจะต้องกำหนดมาตรฐานที่จรวดต้องผ่านเพื่อนำกลับมาบินซ้ำ รวมถึงจำแนกชิ้นส่วนที่ต้องเปลี่ยนใหม่ทันที กับชิ้นส่วนที่สามารถใช้งานต่อเนื่องได้หลายครั้งก่อนเปลี่ยน ซึ่งต้องผ่านการตรวจเช็ก ทั้งการทดสอบอายุการใช้งานและการทดสอบความคงทนต่อความล้า โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างระบบประเมินและระบบการนำกลับมาใช้ใหม่ ที่ช่วยขยายจำนวนครั้งในการใช้ซ้ำของจรวดท่อนแรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จรวดจูเชวี่ย-3 มีความยาว 66.1 เมตร ตัวจรวดท่อนแรกและท่อนที่สองมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 4.5 เมตร ขณะที่ส่วนครอบหัวจรวดมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 5.2 เมตร ใช้เชื้อเพลิงผสมระหว่างมีเทนและออกซิเจนเหลว ตัวโครงสร้างทำจากสแตนเลส และมีระบบลงจอดแนวดิ่ง

ไต้กล่าวว่า ทีมงานจะศึกษานำข้อมูลสถานะของจรวดมาวิเคราะห์และประเมินผล ควบคู่กับการทดสอบบนภาคพื้นดิน เพื่อประเมินว่าจรวดลำนี้จะสามารถรองรับการบินได้อีกกี่ครั้ง ซึ่งจะช่วยระบุจุดอ่อน ปรับปรุงการออกแบบ และสนับสนุนการสร้างระบบที่สมบูรณ์สำหรับการตรวจเช็ก การบำรุงรักษา และการเปลี่ยนอะไหล่ เพื่อให้มั่นใจว่าจรวดมีความน่าเชื่อถือเพียงพอสำหรับการส่งขึ้นสู่อวกาศในอนาคต พร้อมระบุว่า ความพยายามนี้ถือเป็นดินแดนใหม่ที่ไม่เคยมีใครสำรวจมาก่อนในอุตสาหกรรมจรวดขนส่งภายในประเทศของจีน ซึ่งจำเป็นต้องพัฒนากระบวนการและระบบทางเทคนิคขึ้นมาใหม่ทั้งหมด 

เชื้อเพลิงประเภทมีเทนและออกซิเจนเหลวโดยทั่วไปคิดเป็นเพียงร้อยละ 1-3 ของต้นทุนการส่งจรวดเท่านั้น ขณะที่จรวดท่อนแรกมีสัดส่วนสูงถึงราวร้อยละ 70 ของต้นทุนจรวดทั้งหมด โดยไต้ระบุว่า การนำจรวดกลับมาใช้ซ้ำจะช่วยเฉลี่ยและลดต้นทุนรวมของจรวดลงได้

เขาระบุว่า ในเชิงวิศวกรรม คาดว่าจะนำจูเชวี่ย-3 กลับมาใช้ซ้ำได้ 2-3 ครั้งในระยะแรก และน่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 5-6 ครั้งหลังจากวิเคราะห์ปรับแต่งข้อมูล โดยมีเป้าหมายสุดท้ายสูงสุดที่ 10 ครั้ง และตั้งเป้าหมายระยะยาวไว้ที่ 20 ครั้ง เพื่อลดต้นทุนการส่งขึ้นสู่อวกาศลงอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ การบรรลุเป้าหมายดังกล่าวต้องพึ่งพาระบบทางเทคนิคสำหรับการนำกลับมาใช้ใหม่ที่แข็งแกร่ง รวมถึงการระบุจุดอ่อนของจรวดอย่างแม่นยำยิ่งขึ้นเพื่อขจัดความเสี่ยงจากความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น

(แฟ้มภาพซินหัว : ภาพหน้าจอจากคลิปวิดีโอเผยให้เห็นจรวดท่อนแรกของจรวดจูเชวี่ย-3 วาย2 (Zhuque-3 Y2) ขณะทำการลงจอดบนพื้นดิน วันที่ 19 ส.ค. 2026)