คพ. มอบเครื่องวัดคุณภาพอากาศให้เมียนมา พร้อมผนึกกำลังสู้หมอกควันข้ามแดน ตามยุทธศาสตร์ฟ้าใส

13

เมียนมา, 20 สิงหาคม 2569 – นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) มอบหมายให้ นางสาวปรีญาพร สุวรรณเกษ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เป็นผู้แทนส่งมอบเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศ จำนวน 2 ชุด ให้แก่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา โดยมี พลเอก เย วิน อู ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา เป็นผู้แทนรับมอบ พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองประเทศร่วมเป็นสักขีพยาน เพื่อเสริมศักยภาพการติดตามและเฝ้าระวังปัญหาหมอกควันและมลพิษทางอากาศข้ามพรมแดน

ดร.สุรินทร์ เปิดเผยว่า การส่งมอบเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือไทย–เมียนมาในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และมลพิษทางอากาศข้ามพรมแดน ภายใต้กลไกการประชุมคณะกรรมการระดับสูงไทย–เมียนมา หรือ High Level Committee (HLC) โดยอุปกรณ์ที่ประเทศไทยสนับสนุนจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของเมียนมาในการตรวจติดตาม เฝ้าระวัง วิเคราะห์ และแจ้งเตือนสถานการณ์คุณภาพอากาศ เพื่อนำข้อมูลไปใช้วางแผนป้องกันและลดผลกระทบจากหมอกควันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ไฟป่า

ดร.สุรินทร์ กล่าวว่า การสนับสนุนครั้งนี้เป็นการต่อยอดความร่วมมือที่ทั้งสองประเทศดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดตั้งห้องปฏิบัติการติดตามสถานการณ์หมอกควันและไฟป่า (War Room) ในพื้นที่สำคัญของเมียนมา และการสนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันและควบคุมไฟป่า ซึ่งเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศจำนวน 2 ชุด จะช่วยเพิ่มความครอบคลุมของเครือข่ายติดตามสถานการณ์ และสนับสนุนข้อมูลสำหรับการประเมินและแจ้งเตือนในพื้นที่

ความร่วมมือดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลภายใต้ยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky Strategy) ที่มุ่งแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน ตั้งแต่การเฝ้าระวังและแลกเปลี่ยนข้อมูล การป้องกันและควบคุมการเผาและไฟป่า การพัฒนาระบบแจ้งเตือน และการยกระดับศักยภาพหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ไทยและเมียนมายืนยันที่จะขับเคลื่อนความร่วมมือผ่านกลไก HLC และกลไกที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม พัฒนาเครือข่ายติดตามสถานการณ์และระบบแจ้งเตือนให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ลดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ยกระดับคุณภาพอากาศ และสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างยั่งยืนร่วมกันในระดับภูมิภาค