ศาลล้มละลายกลางนัดชี้ชะตาสั่งฟื้นฟูกิจการ ‘เนาวรัตน์พัฒนาการ’ยักษ์ใหญ่ก่อสร้างหรือไม่ 8 ก.ย.หลังไต่สวนเสร็จเรียบร้อย
เมื่อวันที่ 19 ส.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา ศาลล้มละลายกลางนัดไต่สวน
คําร้องขอฟื้นฟูกิจการของ บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ ตามที่ บริษัทยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลางภายใต้พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 (รวมที่แก้ไขเพิ่มเติม) (พ.ร.บ.ล้มละลาย) เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม โดยภายหลังจากการยื่นคำร้อง เมื่อวันที่10 มิ.ย.ศาลล้มละลายกลางได้รับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทไว้พิจารณา และกําหนดวันนัดไต่สวนคําร้อง
โดยก่อนหน้านี้ทาง บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ ได้เคยเแิดเผยสาระสําคัญของคําร้องขอฟื้นฟูกิจการ โดยสรุป ดังนี้
- บริษัทในฐานะลูกหนี้ เป็นผู้ยื่นคําร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง
- บริษัทเสนอให้ บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จํากัด (มหาชน) เป็นผู้ทําแผน โดยหากศาลล้มละลายกลางมี คําสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและแต่งตั้งผู้ทําแผนแล้ว ผู้ทําแผนจะมีอํานาจและหน้าที่ในการบริหารจัดการ กิจการและทรัพย์สินของบริษัทตามกฎหมายกําหนด
- แนวทางของแผนฟื้นฟูกิจการในเบื้องต้น ประกอบด้วย
1) การปรับโครงสร้างทางการเงิน
2) การบริหารต้นทุน
3) การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
4) การกําหนดกลยุทธ์เชิงพาณิชย์ในการประมูลโครงการ
5) การเพิ่มช่องทางการจัดจําหน่ายสินค้าคอนกรีตและเหล็กแปรรูป - การเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการในครั้งนี้ จะช่วยให้บริษัทสามารถดําเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้กรอบกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองแก่ผู้ผู้มีส่วนได้เสียอย่างเป็นธรรม ทั้งนี้
บริษัทยังคงสามารถดําเนินธุรกิจได้ตามปกติในระหว่างกระบวนการฟื้นฟูกิจการ
ภายหลังไต่สวนคำร้องเสร็จศาลล้มละลายกลางนัดฟังคำสั่งในวันที่ 8 ก.ย.2569 ช่วงเช้า
ผู้สื่อข่าวรายงานขั้นตอนว่า กรณีที่วันที่ 8 ก.ย.นี้ศาลมีคำสั่ง “ให้ฟื้นฟูกิจการ” จะก่อให้เกิดสภาวะพักการชําระหนี้ (automatic stay) ตามมาตรา 90/12 เพื่อคุ้มครองทรัพย์สินของลูกหนี้ไม่ให้ถูกฟ้องหรือยึด หลังจากนั้นศาลจะแต่งตั้งผู้ทำแผน (ตามที่ลูกหนี้หรือเจ้าหนี้เสนอ) เพื่อเข้ามามีอำนาจหน้าที่ในการบริหารจัดการทรัพย์สิน กิจการ และจัดทำร่างแผนฟื้นฟูกิจการ ในการฟื้นฟูธุรกิจและเจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้
ส่วนกรณีที่ศาลมีคำสั่ง “ยกคำร้องขอ” เนื่องจากเห็นว่าไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะฟื้นฟูกิจการได้ สภาวะพักการชำระหนี้ (Automatic Stay) ที่เคยคุ้มครองชั่วคราวจะ สิ้นสุดลง เจ้าหนี้สามารถดำเนินคดี ฟ้องร้อง หรือบังคับคดีตามกฎหมายปกติได้ทันที

