นายนคร มาฉิม ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 จ.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ “ได้เวลา ล้างอธรรม และมรดกบาปเผด็จการ บนแผ่นดินนี้” ระบุว่า นับถอยหลังอีก 5 วันจะมีการเลือกตั้งทั่วไปที่จะให้คนไทยทุกคนไม่ว่าจะยาก ดี มี จน มียศฐาบรรดาศักดิ์สูงส่ง หรือเป็นคนธรรมดาสามัญ หากเป็นคนไทยและไม่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง จะได้แสดงออกซึ่งสิทธิเสรีภาพของตนเอง เลือกอนาคตของตัวเองและของประเทศชาติ ในระบอบประชาธิปไตย อันเป็นระบอบที่โลกยอมรับว่าเป็นระบอบที่เลวน้อยที่สุดในปัจจุบัน ให้ความเท่าเทียมและความเสมอภาค เคารพความเป็นมนุษย์มากที่สุดเพื่อประชาชนคนไทยจะได้ตัดสินใจกำหนดอนาคตของตัวเอง ว่าจะก้มหน้าสยบยอมเป็นทาสไพร่อยู่แบบเดิม หรือจะปลดแอกตัวเองให้อิสระแล้วสร้างสรรอนาคตของชาติให้เจริญก้าวหน้าเพื่อคนไทยทุกคนและลูกหลานของพวกเรา

แต่ก่อนที่จะตัดสินใจใช้สิทธิเลือกตั้ง ผมอยากทบทวนบริบทของการเมืองการปกครองและโครงสร้างอำนาจในการบริหารประเทศเพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินใจอย่างชัดแจ้งและตรงๆต่อพี่น้องประชาชนดังนี้

1. ประเทศไทยของเราเคยผ่านการรัฐประหารมาแล้ว 13 ครั้งหลังจากมีการอภิวัฒน์สยาม24 มิถุนายน 2475 หลังสุดเป็นการรัฐประหารปล้นอำนาจคนไทยโดยคณะ คสช. ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าคณะ ตั้งแต่ 22 พฤษภาคม 2557 แล้วปกครองประเทศไทยมาจนถึงทุกวันนี้

คสช. ฉีกรัฐธรรมนูญเดิมทิ้ง แล้วใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ปี 2557 มีมาตรา 44 ที่มีอำนาจมากที่สุดล้นฟ้า เหนืออำนาจนิติบัญญัติ เหนืออำนาจบริหาร และเหนืออำนาจตุลาการทำอะไรก็ไม่ผิด ทั้งอดีต ปัจจุบันและอนาคต และเมื่อมีรัฐธรรมนูญฉบับถาวรปี 2560 คสช.ก็ยังคงมีอำนาจตามมาตรา 44 อยู่ยิ่งใหญ่คับฟ้า ยิ่งใหญ่เหนือรัฐ เหนือทุกอำนาจ เหนือทุกองค์กร โดยอ้างว่าผ่านประชามติโดยเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนมาแล้ว ทั้งที่ความเป็นจริงใครที่โต้แย้งจะถูกจับกุมคุมขังและถูกจับไปปรับทัศนคติ คนไทยส่วนใหญ่ลงประชามติจึงไม่ได้รับรู้ถึงเนื้อหาอันเลวร้ายที่แทรกไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับโจรนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน

2. เมื่อคณะ คสช ยึดอำนาจปล้นอำนาจประชาชนไป แทนที่ อำนาจตุลาการ จะปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและอำนาจอธิปไตยของประชาชนปฏิเสธอำนาจของคณะรัฐประหารที่ไม่มีความชอบธรรมมาตั้งแต่ต้น เพราะในทางกฎหมายและทฤษฎีคนที่ปล้นมีสถานะเป็นโจร เป็นกบฏต่อประชาชน แต่การณ์กลับตรงข้าม กระบวนการยุติธรรมและอำนาจตุลาการ กลับสยบยอม ก้มกราบรับเอากฎของคณะโจรรัฐประหารมาบังคับใช้อ้างว่าเป็นกฎหมาย ใช้ปกครองประเทศ และบังคับให้คนไทยที่ถูกปล้นอำนาจไปต้องยอมรับกฎของโจร โดยอำนาจตุลาการไม่เคยปกป้องคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพความเสมอภาคและอำนาจอธิปไตยของประชาชนเลยแม้แต่น้อย

3. เมื่อคณะ คสช ปล้นอำนาจได้สำเร็จ และ กระบวนการยุติธรรม องค์กรอิสระ และ บรรดาเหล่าข้าราชการทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร ทั้งที่กินเงินเดือนจากภาษีประชาชน แต่ก็ไม่เคยรักษา ปกป้อง คุ้มครอง สิทธิเสรีภาพ และอำนาจอธิปไตยของประชาชนเจ้าของประเทศเลย ทุกคน ทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวง ทบวง กรม และทุกเหล่าทัพ ก็สยบยอม ก้มหน้ารับใช้เหล่าโจรเผด็จการที่ปล้นอำนาจของประชาชน ยอมเป็นแขนขา รับใช้โจรเผด็จการโดยดุษฎีไม่มีข้อแม้

บรรดาเหล่าโจรเผด็จการที่ปล้นอำนาจมาทุกยุคสมัยจึงย่ามใจ เพราะหากปล้นอำนาจสำเร็จ ก็สามารถปกครองประเทศ มียศฐาบรรดาศักดิ์มีตำแหน่งหน้าที่การงาน ร่ำรวยเงินทอง แถมมีบรรดาเหล่าข้าราชการทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร รวมกว่า 2.5 ล้านคนคอยรับใช้ และมีเงินงบประมาณปีละหลายล้านล้านบาท ที่ขูดรีดภาษีมาจากประชาชนเอาไว้ใช้จ่ายตามอำเภอใจโดยไม่มีการตรวจสอบ แถมยังมีคนไทยบางคนที่ไม่รู้จักว่าตัวเองถูกปล้นคอยกราบไหว้ แซ่ซ้องสรรเสริญเรียกว่าเป็นนายกรัฐมนตรี และบิ๊กต่างๆสารพัด

พวกเผด็จการจึงได้ใจ เพราะมองว่าคนไทยหัวอ่อน ปกครองง่าย และไม่สนใจที่มาของอำนาจ ขอเพียงแค่คนนั้นมียศฐาบรรดาศักดิ์ก็ก้มหน้ากราบไหว้ รับใช้แล้ว อาชีพปล้นอำนาจ อาชีพการทำรัฐประหารจึงเจริญรุ่งเรืองและเป็นที่หมายปองของบรรดาผู้นำเหล่าทัพที่กระหายอำนาจโดยร่วมกับ นายทุน ขุนศึก ศักดินา อำมาตย์ ที่สมประโยชน์กัน สมคบคิดกัน และร่วมกันปล้นอำนาจประชาชนมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน พวกเขาเหล่านี้เรียกว่า ระบอบเผด็จการ

4. เพื่อคงอำนาจการปกครอง และเพื่อรักษาสถานะของชนชั้นปกครองของระบอบเผด็จการต่อไป พวกเขาได้สร้าง กฎ กติกา ที่เป็นของเผด็จการ โดยเผด็จการ และ เพื่อ เผด็จการ เพื่อสืบทอดอำนาจของพวกเขาต่อไปอย่างละเอียด แยบยล เพื่อใช้เป็นกฎหมายมายึดอำนาจแทนปืน และรถถัง เช่น

4.1 กำหนดให้พวกเขาแต่งตั้ง สมาชิกวุฒิสภา จำนวน 250 คน และให้สมาชิกวุฒิสภาที่พวกเขาแต่งตั้งมาเลือกแกนนำเผด็จการเป็นนายกรัฐมนตรีได้ไม่น้อยกว่า 5 ปี ซึ่งอาจจะแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีได้หลายครั้ง

4.2 การแก้ไขรัฐธรรมนูญในทางปฏิบัติ ผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนไม่สามารถทำได้ เลยเพราะต้องขอความเห็นชอบจาก สว. ที่ฝ่ายเผด็จการแต่งตั้งขึ้นมาด้วย ซึ่งสว. เหล่านี้ก็คือทายาทอสูรของระบอบเผด็จการที่จะคอยสกัดกั้นไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อคงสถานะและอำนาจของระบอบเผด็จการไว้

4.3 พวกเขาเหล่าเผด็จการ ได้สร้างยุทธศาสตร์ชาติขึ้นมาเพื่อใช้เป็นกรอบบังคับให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนต้องทำตามกรอบที่เผด็จการกำหนด หากไม่ทำตามก็อาจถูกยุบพรรคการเมือง ถูกดำเนินคดี ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองและสารพัดโทษทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครอง ที่เลวร้ายที่สุด คือการตัดสิทธิทางการเมืองของคนไทยเช่น การยุบพรรคการเมือง

5. การยุบพรรคการเมืองกระทำได้โดยง่ายทั้งที่เป็นการละเมิดสิทธิ์ขั้นพื้นฐานต่อประชาชนอย่างร้ายแรง ทั้งที่สมาชิกพรรคการเมืองนั้นๆ ไม่ได้กระทำความผิดหรือมีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิด ที่ผ่านมาทั่วโลกเขาจึงมองสภาวะการการยุบพรรคการเมืองของประเทศไทยของเราว่า มันเป็นการใช้องค์กรอิสระและกระบวนการยุติธรรมทำลายล้างคู่แข่งทางการเมืองของฝ่ายเผด็จการที่ถืออำนาจรัฐโดยเฉพาะพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย ซึ่งถือว่าเป็นที่สุดของความเลวร้าย และจะเป็นชนวนให้เกิดสงครามกลางเมือง ได้เมื่อฝ่ายประชาธิปไตยและประชาชนถูกฝ่ายเผด็จการกดขี่ข่มเหงริดรอนสิทธิเสรีภาพเกินไป ตามหลักการที่ว่า ที่ใดมีการกดขี่ ที่นั่นย่อมมีการต่อต้าน

6. การเลือกตั้งครั้งนี้ฝ่ายเผด็จการหมายมั่นปั้นมือที่จะใช้การเลือกตั้งฟอกขาวระบอบเผด็จการ เพราะสังคมโลกไม่ยอมรับพวกเขาจะต้องทำทุกวิถีทางให้ชนะการเลือกตั้งให้ได้ โดยไม่สนใจวิธีการ แม้จะโกงอย่างมโหฬารก็จะทำ ใช้กฎกติกาเอารัดเอาเปรียบก็ไม่ละอาย ใช้อำนาจรัฐอย่างเต็มรูปแบบ เช่นสั่งการทั้งโดยตรง และโดยอ้อม เพื่อให้ข้าราชการทุกหมู่เหล่าผู้นำชุมชน ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น องค์กรอิสระ หรือ กระบวนการยุติธรรม รวมถึงเงินภาษีประชาชนและ เงินจากรัฐวิสาหกิจ มาใช้เป็นเครื่องมือทำลายพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย และ นักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย ให้มากที่สุด

พวกเราประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยจึงอย่าไปคาดหวัง อย่าไปหมอบกราบ ร้องขอ อ้อนวอนที่จะได้ความเมตตาปราณีจากพวกเผด็จการเลย เขามีแต่จะกดขี่ ข่มเหง ดูถูก เหยียดหยาม และเอารัดเอาเปรียบทุกอย่างเพื่อคงสถานะเป็นผู้ปกครอง ได้เสวยสุขและเสวยอำนาจต่อไป เพราะนี่มันเป็นสงครามแย่งชิงอำนาจระหว่างระบอบประชาธิปไตย กับ ระบอบเผด็จการ จริงๆ มันเป็นสงครามชนชั้น มันเป็นสงครามชิงเมือง ซึ่งพวกเผด็จการมองแบบนั้นจริงๆและเขาปล้น ฆ่า ยึดอำนาจ รัฐประหาร ทั้งโดยอาวุธ และ โดยกฎหมายที่พวกเขาตั้งขึ้นมาแผ่นดินนี้จึงไร้ความยุติธรรม และเผด็จการมีแต่สร้างมรดกบาปให้ไว้แก่ประชาชนคนไทย

เมื่อหันกลับมามองดูพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นทัพหลวง มีพรรคการเมืองแนวร่วมฝ่ายประชาธิปไตยเช่น พรรคอนาคตใหม่ พรรคไทยรักษาชาติ พรรคเพื่อชาติ

พรรคไทยรักษาชาติก็ถูกทำลายทิ้งไปแล้ว ขบวนทัพฝ่ายประชาธิปไตยจึงดู เสียขบวนทัพไปไม่น้อย ยิ่งเมื่อเห็นสรรพกำลังและองคาพยพของฝ่ายเผด็จการ ที่พร้อมสรรพทุกด้าน สร้างความประหวั่นพรั่นพรึงต่อมวลชนฝ่ายประชาธิปไตยอยู่ไม่น้อย

ผมเองได้มีโอกาสพบกับผู้นำหลายๆท่าน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผู้นำทางการเมือง ผู้นำทางเศรษฐกิจและ ผู้นำทางสังคม ทราบว่าโอกาสที่พรรคเพื่อไทยและพรรคการเมืองแนวร่วมฝ่ายประชาธิปไตยจะได้จัดตั้งรัฐบาลสูงมากเรามีเอกภาพและธงนำที่ชัดเจน แน่วแน่ ที่จะดำเนินการให้เป็นไปตามสัญญาประชาคมที่จะ

1. ล้างอธรรม ล้างมรดกบาปของเผด็จการ ไม่ว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ แก้ไขกฎหมายหลายร้อยฉบับที่สภาเผด็จการชุดนี้สร้างมาเพื่อกดขี่ข่มเหงคนไทยแล้วมาร่วมกันสร้างโครงสร้างอำนาจที่เป็นของประชาชนโดยประชาชนและเพื่อประชาชนในวิถีทางประชาธิปไตยอย่างแท้จริงเป็นที่ยอมรับของสังคมโลก

2. แก้ไขยุทธศาสตร์ชาติ ที่เป็นกำแพงคุก ปิดกั้นประเทศไทยและโอกาสของคนไทย ที่เป็นยุทธศาสตร์ทาส แล้วสร้างโครงสร้างอำนาจใหม่ที่เป็นของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน ในวิถีทางประชาธิปไตยที่แท้จริงที่โลกยอมรับ

3. ฟื้นฟู เศรษฐกิจ แก้วิกฤติสังคม คืนความเป็นธรรม แก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐทุกคน

4. ส่วนตัวผมและพรรคเพื่อไทย จะร่วมกันทวงคืนทรัพย์สินที่เผด็จการและลิ่วล้อบริวารของเผด็จการทุจริตคดโกงประชาชนและประเทศชาติไป เอามาคืนให้แผ่นดิน

5. ปฏิบัติตามทุกนโยบายที่ได้ประกาศไว้สู่สาธารณะอย่างเต็มที่และเร่งด่วน เราจะร่วมกันสร้างประเทศไทยของเราด้วยกัน บนโอกาสที่เท่าเทียม และความยุติธรรม เป็นหลักสากล

6. เราจะคืนความถูกต้องและความเป็นธรรมให้แก่ทุกฝ่ายเราจะไม่มีการเลือกปฏิบัติ

7. เราจะดำเนินการทุกวิถีทางไม่ให้มีการรัฐประหารปล้นอำนาจของประชาชนและจะเอาผิดต่อข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรอิสระและกระบวนการยุติธรรมที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือสนับสนุน รู้เห็นเป็นใจในการทำรัฐประหาร

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงสำคัญมากที่สุด ที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยของเรา ว่าจะจมอยู่กับระบอบเผด็จการ หรือ จะข้ามพ้นจากหลุมดำเผด็จการไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงเพื่อประชาชนและประชาธิปไตย อยู่ในมือของทุกท่าน

ขอให้ทุกท่านร่วมกันตัดสินใจเลือกฝ่ายประชาธิปไตยที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นทัพหลวง และเขตใดไม่มีพรรคเพื่อไทย ก็ได้โปรดพิจารณาเลือกฝ่ายประชาธิปไตยนะครับ เราจะชนะฝ่ายเผด็จการไปด้วยกัน

ได้เวลา ล้างอธรรม และมรดกบาปเผด็จการ บนแผ่นดินนี้นับถอยหลังอีก5 วันจะมีการเลือกตั้งทั่วไปที่จะให้คนไทยทุกคนไม่ว่าจะยาก…

โพสต์โดย Nakorn Machim เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม 2019