หน้าแรกบทความกัปตันอินเดียปุ๊นกัญชา ก่อนบินหวิดโหม่งโลก หวั่นเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวทำท่องเที่ยวไทยพัง        

กัปตันอินเดียปุ๊นกัญชา ก่อนบินหวิดโหม่งโลก หวั่นเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวทำท่องเที่ยวไทยพัง        

           
ช่วง 2-3 เดือนนี้ปรากฏข่าวหลายชาติ อาทิ อินโดนีเซีย ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และเยอรมนี เป็นต้น จับกุมแก๊งขนกัญชาและยึดกองกลางได้จำนวนมาก ผู้ต้องหารับว่าขนจากไทย ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ประเทศเนปาลจับกุมชาวอินเดีย 2 คนยึดของกัญชา 18 กิโลกรัม ผู้ต้องหารับว่าขนจากไทยเช่นกัน


             
หากมองในฐานะคนไทยที่เป็นผู้เสพข่าวจะรู้สึกว่าเป็นเรืองปกติ เพราะกัญชาถูกปลดล็อคจากบัญชียาเสพติด ที่พรรคภูมิใจไทย ผลักดันเป็นนโยบายสมัยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ปลดล็อกได้สำเร็จ
           
ท่ามกลางการคัดค้านของหลายภาคส่วนที่มองเห็นถึงความหายนะของนโยบายกัญชาเสรี เพราะคำสั่ง ระเบียบ รวมถึงกฎหมายที่ออกมารองรับไม่มีความชัดเจนในทางปฏิบัติ ว่าจะใช้ทางการแพทย์ สันทนาการ และปรุงอาหาร อย่างไรถึงจะถูกกฎหมาย ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามไม่ถูก

นับแต่นั้นเป็นต้นมาถึงปัจจุบัน ร้านค้ากัญชาผุดขึ้นหลายหมื่นแห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวสำคัญอาทิ ภูเก็ต หัวหิน และพัทยา จะมากเป็นพิเศษ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เมากัญชาหรือยาเสพติดชนิดอื่นๆ อาละวาดจนกลายเป็นภาพชินตา และสื่อนำเสนอเสมือนเป็นเรื่องปกติธรรมดา

       แต่มีข่าวที่ไม่ธรรมดาชิ้นหนึ่ง สื่อไทยนำเสนอเป็นข่าวเล็กๆและไม่ค่อยเป็นที่กล่าวขานถึงในโซเซียล ขณะที่สำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนักนำเสนอแบบเกาะติด โดยเฉพาะสื่อในประเทศอินเดีย เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของชาวอินเดียโดยตรง 

      รายละเอียดข่าว สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม เครื่องบินแอร์บัส ของสายการบินแอร์อินเดีย บรรทุกผู้โดยสาร 145 คน จากภูเก็ต มุ่งไปยังกรุงเดลี ประเทศอินเดีย ประสบอุบัติเหตุจากความสูง 90 เมตร ขณะบินอยู่เหนือภาคตะวันออกของอินเดีย ทำให้โดยสาร 13 คน และลูกเรือ 4 คนได้รับบาดเจ็บ เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะเครื่องบินกำลังบินอยู่เหนือรัฐโอริสสา เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินลดเพดานบินลงอย่างรวดเร็ว ลูกเรือสามารถควบคุมสถานการณ์และนำเครื่องลงจอดอย่างปลอดภัยที่กรุงเดลี

  ทางการอินเดียได้สอบสวนพร้อมทดสอบสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทกับกัปตันเครื่องบิน ผลทดสอบพบความผิดปกติ ซึ่งนักบินต้องเข้ารับการทดสอบยืนยัน   ท้ายข่าวได้อ้างแหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับคดีระบุว่า การตรวจสอบครั้งที่สองพบว่ากัปตันมีสารกัญชาอยู่ในร่างกาย หากมองเผินๆเป็นข่าวธรรมดาทั่วไปคงไม่กระทบอะไรกับไทยในวงกว้าง แต่ถ้าอ่านอย่างวิเคราะห์จะพบว่ามีโอกาสกระทบต่อการท่องเที่ยวที่เป็นเสาหลักหนึ่งทางเศรษฐกิจของไทยอย่างแน่นอน

     เริ่มจากพฤติกรรมของกัปตันที่ต้องรับผิดชอบความปลอดภัยของผู้โดยสารและลูกเรือทั้งลำกว่าร้อยชีวิต แอร์อินเดียบินจากภูเก็ตมุ่งตรงเดลี เกิดอุบัติเหตุลดเพดานบินอย่างฉับพลันแต่กัปตันควบคุมได้ทัน ตรวจร่างกายพบว่าเสพกัญชา สันนิษฐานได้เลยว่าต้องเสพที่ภูเก็ต ขณะที่กัปตันและลูกเรือพักก่อนบินกลับอินเดีย

    อุบัติเหตุครั้งนี้ข่าวแพร่กระจายไปทั่วโลก เชื่อว่าผู้นำประเทศที่เจริญ ประชากรมีคุณภาพชีวิตที่ดี คงตระหนักถึงความปลอดภัย ต้องออกคำสั่งเตือนประชาชนของตัวเองที่จะเดินทางไปเที่ยวไทยให้ระมัดระวังยาเสพติดโดยเฉพาะกัญชา พร้อมสั่งกำชับให้สายการบินคุมเข้มกัปตันลูกเรือห้ามเกี่ยวข้องกับกัญชาที่หาเสพได้ง่ายในเมืองไทย และบางประเทศคงกำชับให้ประชากรหลีกเลี่ยงเดินทางท่องเที่ยวไทย รวมทั้งอาจสั่งยกเลิกเที่ยวบินตรงถึงไทยก็เป็นได้ เพราะถ้ากัปตันเผลอปุ๊นกัญชาก่อนบินมีโอกาสที่จะตายแบบยกลำหรืออาจซ้ำรอยแบบแอร์อินเดียได้

   ผลของการปล่อยให้ร้านขายกัญชาเกลื่อนเมือง กลายจุดอ่อนทำให้นักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ กระเป๋าหนัก ไม่เลือกไทยเป็นเบอร์ต้นๆในการท่องเที่ยวเหมือนที่ผ่านมา ทางกลับกันจะได้นักท่องเที่ยวคุณภาพต่ำ กระเป๋าแฟบ มุ่งหน้าเข้าไทยเพียงเพื่อปุ๊นกัญชาหรือเสพยาชนิดอื่นที่หาได้ง่ายในราคาสบายกระเป๋า จะทำให้ไทยกลายเป็นประเทศอันตรายในสายตาของนักท่องเที่ยวคุณภาพและอำนาจใช้จ่ายสูง

  ดังนั้นไม่อยากให้รัฐบาลมองกรณีกัปตันแอร์อินเดียเสพกัญชา หวิดจะทำให้เครื่องบินโหม่งโลกเป็นเรื่องเล็กๆ ที่ไม่จำเป็นต้องนำไปขบคิดเพื่อแก้ปัญหากัญชามีอยู่เกือบทุกหย่อมหญ้าของประเทศและหาซื้อได้ทั่วไป

    หากรัฐบาลหรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยวและแก้ปัญหาเศรษฐกิจมองว่าเป็นเรื่องเล็กๆ ขอทำนายว่ากรณีกัปตันแอร์อินเดีย อาจกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวที่จะทำให้ท่องเที่ยวไทยพังครืนก็เป็นได้ !!!

– จอมมารน้อย –

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img