“พระพยอม” เตือนแรง กรณีกราดยิง ศีลธรรมไม่กลับมา “โลกาจะพินาศ” แนะโรงเรียนติดเครื่องสแกนอาวุธ

11

พระพยอม” เตือนสังคมหลังเหตุกราดยิงโรงเรียนดังนนทบุรี หากปล่อยศีลธรรมเสื่อม ความโกรธ-ความรุนแรงเพิ่มขึ้น “โลกาจะพินาศ” แนะโรงเรียนยกระดับความปลอดภัย ติดเครื่องสแกนอาวุธ พร้อมให้ครู-ผู้ปกครองเร่งดูแลเด็กทั้งความรู้และจิตใจ ป้องกันโศกนาฏกรรมซ้ำรอย

วันนี้ (9 ส.ค. 69) เวลา 16.00 น. ที่วัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี ผู้สื่อข่าวเดินทางเข้าพบ พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว เพื่อสอบถามความคิดเห็นและมุมมองต่อเหตุการณ์กราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ซึ่งสร้างความสูญเสียแก่ครูและนักเรียนหลายราย

พระพยอม กล่าวว่า หากเด็กและเยาวชนไม่ยึดหลักศาสนาหรือหลักธรรมในการดำเนินชีวิต ก็อาจขาดสิ่งที่ช่วยยับยั้งชั่งใจและฝึกให้มีความหนักแน่น เยือกเย็น ควบคุมอารมณ์ ส่งผลให้ความก้าวร้าวและความรุนแรงเพิ่มขึ้น จนนำไปสู่เหตุการณ์ร้ายแรงเช่นที่เกิดขึ้น

สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นเหตุรุนแรงที่สร้างความสูญเสียอย่างมาก มีการใช้อาวุธปืนยิงหลายนัด ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องนำเหตุการณ์มาเป็นบทเรียน เพื่อหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นอีก โดยเป็นหน้าที่ร่วมกันของ ครู ผู้ปกครอง โรงเรียน และหน่วยงานภาครัฐ

พระพยอม กล่าวต่อว่า โรงเรียนควรเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะการติดตั้ง เครื่องสแกนวัตถุอันตรายหรืออาวุธ เพื่อป้องกันไม่ให้นักเรียนนำสิ่งของที่เป็นอันตรายเข้ามาภายในโรงเรียน แม้จะต้องใช้งบประมาณ แต่ถือเป็นการลงทุนเพื่อป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

หากสังคมมีศีลธรรมและรู้จักควบคุมอารมณ์ ย่อมนำไปสู่ความสงบและความร่มเย็น แต่หากปล่อยให้ความโกรธ ความก้าวร้าว และอารมณ์รุนแรงเพิ่มขึ้น ก็อาจนำไปสู่ปัญหาที่รุนแรงมากขึ้นในสังคม จึงอยากให้ครูและผู้ปกครองช่วยกันดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเมื่อเด็กเข้าสู่วัยประถมและมัธยม ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านความคิดและอารมณ์

จึงอยากฝากถึงการดูแลเด็กว่า การศึกษาไม่ควรทำให้เด็กเติบโตเพียงด้านความรู้ แต่ควรเติบโตด้านจิตใจและคุณธรรมไปพร้อมกัน เปรียบเสมือนการเติบโตขึ้นไปเหมือนยอดเจดีย์ คือยิ่งสูงยิ่งควรมีความมั่นคงและมีสติ ไม่ใช่ยิ่งเติบโตแล้วยิ่งมีปัญหามากขึ้น

ส่วนครอบครัวและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ พระพยอมฝากให้ทุกคนพยายามประคับประคองจิตใจ ไม่ปล่อยให้ความเศร้าโศกครอบงำจนเกินไป โดยมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนและการฝึกใจให้ยอมรับความสูญเสีย

เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่ผ่านไปไม่สามารถย้อนกลับมาแก้ไขได้ เปรียบเหมือน หม้อที่แตกแล้ว ยากที่จะประสานกลับคืนให้เหมือนเดิม สิ่งสำคัญจากนี้คือการดูแลจิตใจของผู้ที่ยังอยู่ และนำความสูญเสียครั้งนี้มาเป็นบทเรียน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมลักษณะเดียวกันขึ้นอีก